เสียงในรอยเย็บ
เสียงนกกางเขนร้องเจื้อยแจ้วท่ามกลางเช้าวันใหม่ที่หม่นมัว แก้ว เดินลากกระเป๋าเดินทางข้ามลานดินที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งที่ยังไม่ทันถูกกวาด เธอมองบ้านไม้ยกพื้นสูงเก่าแก่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่แสนอบอุ่น ทว่าตอนนี้กลับเงียบเหงาอย่างประหลาด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอหยุดยืนที่หน้าประตู กลิ่นฝุ่นและกลิ่นผ้าเก่าอวลอยู่ในอากาศ เสียงลมหายใจของเธอกระทบความเงียบงัน ก่อนที่มือจะแตะลูกบิดประตู แก้วลังเลชั่วครู่จนต้องสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วจึงผลักประตูเข้าไป ภายในบ้านเหมือนหยุดเวลาไว้ เงาภาพถ่ายและพระบูชาบนชั้นวางยังคงอยู่ที่เดิม
แสงแดดสาดลอดหน้าต่างบานเก่าไปตกถึงโต๊ะเย็บผ้า ม้วนด้ายสีแดงวางอยู่ข้าง ๆ กล่องเข็มเย็บผ้า แก้วลอบถอนหายใจ เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งมองอยู่จากมุมห้องแต่เมื่อหันไปก็มีแต่ความว่างเปล่า
เธอเดินขึ้นชั้นบน ห้องนอนแม่ยังคงเหมือนเดิม ข้างเตียงมีชุดผ้าเก่าถูกเย็บปะไว้หลายจุด ด้ายสีแดงและเข็มเสียบคาอยู่บนผืนผ้า แก้วแตะผ้านั้นเบา ๆ สัมผัสเย็นเฉียบแล่นเข้าสู่ปลายนิ้วจนต้องชักมือกลับ เธอพึมพำกับตัวเอง “แม่…ทำไมถึงต้องเย็บผ้าพวกนี้จนดึกดื่น”
คืนแรกที่ได้อยู่คนเดียวในบ้านเก่า เธอนอนคุดคู้อยู่บนเตียง เสียงขูดเข็มกับผ้าดังแว่วขึ้นมาจากชั้นล่าง เธอลุกขึ้นนั่งนิ่ง ฟังเสียงนั้นอย่างหวาดระแวง มันหยุดลงทันทีที่เธอลุกเดินลงไป แต่เมื่อไปถึงก็พบเพียงความว่างเปล่า
เช้าวันถัดมา ป้าศรี เพื่อนบ้านสูงวัยที่คอยช่วยงานศพ เดินเข้ามาหาแก้วขณะเธอกำลังรดน้ำต้นไม้ ป้าศรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “เมื่อคืนหนูได้ยินเสียงอะไรมั้ยลูก บ้านหลังนี้…แม่หนูเขาอยู่คนเดียวมานานนะ” แก้วส่ายหน้าแต่แววตาไม่แน่ใจ ป้าศรีมองเข้าไปในบ้านพลางเงียบไป
ช่วงบ่าย แก้วเดินสำรวจห้องเก็บของ เธอเจอกล่องเก่า ๆ ที่แม่เก็บไว้ ภายในมีผ้าเก่าหลายผืน เย็บด้วยด้ายสีแดงทั้งหมด รวมถึงชุดเด็กเล็ก ๆ มีชื่อ “แป้ง” ปักอยู่ แก้วขมวดคิ้ว “แป้ง” คือใคร?
เสียงกระซิบแผ่วเบาแว่วขึ้นทันทีที่เธอแตะชุดนั้น “อย่าแตะ…” แก้วสะดุ้ง ปล่อยชุดตกพื้น เธอหันรีบควานหาต้นเสียงแต่ก็เจอเพียงเงาของตัวเองในกระจกบานฝุ่นจับ
คืนนั้น เสียงขูดผ้ากลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันยาวนานขึ้น แก้วนอนตัวแข็ง เธอหลับตาข่มใจแต่ก็ต้องลืมตาเมื่อเสียงนั้นดังอยู่ใกล้ ๆ ข้างหู เธอพึมพำกับตัวเอง “ไม่มีอะไร…ไม่มีอะไร”
รุ่งเช้า เธอลงไปยังห้องเย็บผ้า พบว่าม้วนด้ายแดงคลายตัว ยาวลากเป็นเส้นไปตามพื้น เธอเดินตามเส้นด้ายนั้นจนถึงประตูใต้บันได เมื่อเปิดเข้าไป เธอพบชุดเด็กเล็กอีกชุดหนึ่ง ถูกเย็บปะซ้ำซ้อนจนดูบิดเบี้ยวผิดรูป
เพื่อนเก่าสมัยมัธยมชื่ออาท เข้ามาเยี่ยมเยียน แก้วพยายามชวนคุยเรื่องอดีตแต่บรรยากาศอึดอัด อาทสังเกตว่าแก้วไม่ค่อยสบตา “แก้ว…เมื่อคืนนี้ ฉันฝันว่าเห็นเด็กผู้หญิงนั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านแก เธอตัวเล็ก ๆ ใส่ชุดขาด ๆ” แก้วนิ่งงัน ไม่กล้าตอบรับหรือปฏิเสธ
กลางคืนอาตอบกลับบ้าน แก้วอยู่คนเดียวอีกครั้ง เสียงรอยเท้าเด็กวิ่งไปมาบนชั้นสองดังขึ้นเป็นระยะ แก้วรีบเปิดไฟทุกดวงแต่มันกลับทำให้เงาในบ้านดูขยับไหวมากขึ้น เธอนั่งกอดเข่าหลบในครัว น้ำตาไหลพรากอย่างไม่รู้สาเหตุ
ตลอดวันถัดมา แก้วค้นหาสมุดบันทึกแม่ พบหน้ากระดาษหลายหน้าถูกฉีกขาด เธอเห็นข้อความสั้น ๆ ว่า “แป้งต้องถูกเก็บไว้” กับแผนภาพแปลกประหลาด มีรอยเย็บและสัญลักษณ์ประหลาดคล้ายวงเวท
แก้วพยายามถามป้าศรีถึงเด็กชื่อแป้ง ป้าศรีอึดอัด ก่อนจะหลบสายตา “แม่หนู…เคยมีลูกอีกคน แต่เด็กคนนั้นไม่สบาย…สุดท้ายก็ไม่รอด แม่เขาเสียใจมาก เก็บทุกอย่างเงียบ ๆ ไม่ให้ใครพูดถึง” แก้วรู้สึกใจหายวาบ
ในคืนนั้น เสียงกระซิบและเสียงร้องไห้เด็กดังขึ้นรอบบ้าน แก้วเดินตามเสียงไปจนถึงห้องใต้บันได เธอพบเงาเด็กหญิงยืนอยู่ในมุมมืด ดวงตากลมโตมองมาที่เธอในความเงียบ แก้วขยับปากจะพูดแต่ไม่มีเสียง เงานั้นค่อย ๆ ถอยหายเข้าไปในผนัง
วันต่อมา อาทกลับมา แก้วเล่าว่าได้ยินเสียงเด็กกับเรื่องราวของแป้ง อาทนิ่งไปสักครู่ พูดเบา ๆ “ฉันเคยเห็นแม่แกเย็บผ้าอยู่กลางดึกบ่อย ๆ บางที…อาจมีบางอย่างติดอยู่ในบ้านนี้” แก้วพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน “อย่าพูดแบบนั้น ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้นะ”
ในตอนค่ำ แก้วนั่งอ่านบันทึกแม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จู่ ๆ ไฟฟ้าก็ดับลงพร้อมเสียงขูดเข็มเย็บผ้าในความมืด เธอควานหามือถือแต่เจอเพียงความว่างเปล่า เสียงกระซิบแว่ว ๆ ว่า “ปล่อยฉัน…เจ็บ…” ดังขึ้นใกล้หู
เช้าวันถัดมา แก้วพยายามโทรหาญาติแต่ไม่มีใครรับสาย เธอเดินวนในบ้าน หูแว่วเสียงเด็กหัวเราะสลับกับเสียงร้องไห้ เธอเริ่มตั้งคำถามกับสติของตัวเอง
อาทแวะมาอีกครั้ง นำสายสิญจน์และยันต์มาให้ แก้วนั่งจ้องยันต์อย่างไม่ไว้ใจ เธอถามเสียงสั่น “ใช้ของแบบนี้ได้จริงเหรอ ฉันกลัวว่ามันจะยิ่งแย่” อาทอ้ำอึ้งแต่ยืนยัน “บางทีต้องลองดู”
คืนนั้นแก้วนำสายสิญจน์มาวางรอบเตียงและถือยันต์ไว้ขณะนอน เสียงเย็บผ้าหายไปชั่วขณะ แต่กลางดึกเสียงร้องไห้ของเด็กกลับแว่วใกล้ขึ้น เงาเล็ก ๆ เดินวนรอบห้องของเธอ เสียงกระซิบว่า “เย็บฉัน…ซ่อมฉัน…” ทำให้แก้วต้องปิดหูแน่น
วันถัดมาแก้วเริ่มเห็นรอยแดงคล้ายด้ายเย็บปรากฏบนแขนและขาของตัวเอง เธอพยายามขัดออกแต่ไม่สำเร็จ จิตใจเริ่มหวาดกลัวและสงสัยว่าทุกอย่างเกี่ยวกับผ้าและด้ายที่แม่ใช้
อาทพยายามชวนแก้วออกจากบ้าน “ไปพักที่บ้านฉันก่อนดีกว่า แก้ว นายไม่ไหวแล้ว” แต่แก้วปฏิเสธ “ฉันต้องอยู่ ฉันต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่…กับแป้ง” อาทนิ่งงัน มองแก้วด้วยความสงสาร
คืนนั้นแก้วลงไปที่ห้องเย็บผ้าอีกครั้ง เธอพบกล่องผ้าเก่าและสมุดบันทึกที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น เธอเปิดสมุดอ่าน เจอข้อความว่า “ต้องเย็บเขาไว้…เขาจะกลับมาไม่ได้ถ้าเย็บปิด” เธอเริ่มเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับพิธีกรรมลับของแม่
เสียงประตูเปิดเองช้า ๆ พร้อมเสียงขูดผ้าและเสียงลมหายใจเด็กดังขึ้นรอบตัว แก้วหันไปมองเงาที่พยายามจะโผล่ออกมาจากผนัง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น “แป้ง…ถ้าเธออยู่ที่นี่ ออกมาคุยกับฉัน”
เงาเด็กหญิงค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น ดวงตาเศร้าสร้อย มองแก้วนิ่งเงียบ เธอพูดเสียงแผ่ว “แม่…เย็บหนูไว้…หนูหนาว…”
แก้วร้องไห้โผกอดเงานั้นแต่กลับสัมผัสได้เพียงไอเย็น เงาแป้งยื่นมือออกมา จับมือแก้วแน่น เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ ก่อนจะเห็นว่ามีเข็มเย็บผ้าแทงอยู่ตรงกลางมือของเธอ
แก้วล้มลงกับพื้น ขณะที่เงาแป้งซบลงกับอกเธอ เสียงหัวใจเต้นแรงและเสียงเย็บผ้าดังสลับกันจนแทบแยกไม่ออก ทุกอย่างเริ่มมืดมัวลง เธอได้ยินเสียงแม่กระซิบ “ให้อภัยแม่…แม่แค่ไม่อยากเสียลูกไปอีกคน”
แก้วได้สติอีกครั้งในเช้าวันใหม่ เธอฟื้นขึ้นมาบนเตียง แขนขาของเธอยังมีรอยด้ายแดง เธอเดินไปยังห้องเย็บผ้า พบม้วนด้ายแดงวางไว้พร้อมเข็ม เธอหยิบขึ้นมา พึมพำกับตัวเองทั้งน้ำตา “ต้องปลดปล่อยแป้ง…ต้องตัดด้าย…”
ด้วยมือที่สั่นเทา แก้วใช้กรรไกรตัดด้ายแดงบนชุดเด็กเก่าทั้งหมด เสียงร้องไห้ของเด็กค่อย ๆ เงียบลง ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
ขณะกำลังจะเดินออกจากบ้าน เธอได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู “ขอบคุณ…พี่สาว” แก้วหยุดยืน รู้สึกไหล่เบาขึ้นแม้จะยังคลางแคลงกับความจริง เธอเดินออกจากบ้านไม้เก่า หยาดน้ำค้างเปียกปลายเท้า กลิ่นผ้าเก่าคลายจากอากาศ ทุกอย่างดูเหมือนจะจบ แต่เงาเล็ก ๆ ในบ้านยังคงติดตามสายตาเธอจนลับไป