แผนลับคลับคืนห้องเรียน
เสียงระฆังเลิกเรียนดังก้องทั่วห้อง 4/7 นักเรียนทุกคนต่างก้มหน้าเก็บของ มีแต่ชวินกับปิ่นที่นั่งจ้องสมุดคะแนนเหมือนมันพิมพ์ปริศนาอะไรบางอย่างไว้ให้ถอดรหัสอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นายเห็นป่ะ คะแนนเคมีซ้ำเดิมเป๊ะ ฉันอ่านมาราธอนยันสว่าง” ชวินพึมพำเสียงต่ำพลางขยี้หัวตัวเอง ปิ่นหรี่ตามองสมุดที่เต็มไปด้วยรอยเน้นสีและโน๊ตข้างมาร์จิ้น
“หรือครูเขาตั้งใจตัดคะแนนเพราะกลัวว่านายจะเทพเกินไง? คนฉลาดๆ เขาแบ่งคะแนนไว้ไม่ให้มีตัวเด่นออกมา” ปิ่นทำเสียงลับๆ ล่อๆ ก้มกระซิบ แต่แววฮาในดวงตาไม่อาจปิดบังได้นาน
“มันฟังดูแปลกๆ นะปิ่น…แต่ว่า” ชวินหน้าซีดเผือด “ถ้ามันใช่ล่ะ?”
ปิ่นลุกขึ้นยืนเหยียดหลังตรง “งั้นเราต้องพิสูจน์! นายต้องได้ความเป็นธรรม!”
ไม่ทันไร โอมกับไนซ์สองเพื่อนผู้ไม่เคยโผล่กลางเรื่อง เข้ามานั่งด้วยไฟพิศวง
“เกิดอะไรขึ้นอีก ชวินนายจะไปฟ้องกระทรวงศึกษาหรือ?” โอมถามพลางบิดฝาขวดน้ำเสียงดังจ๊าก
“แค่ครูให้ A กับปิ่นทุกวิชาไง ฉันได้แค่ B+ ทั้งที่แกนั่งเล่นกับนอนฝัน”
ไนซ์พูดแบบเรียบๆ แต่ทั้งห้องก็หันมาสนใจแบบไม่ได้ตั้งใจ
ปิ่นยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ขอโทษด้วย ไนซ์ นายต้องเข้าใจความลับบางอย่าง”
“อะไร ความลับ หรือความบังเอิญ?” ไนซ์สวนอย่างไม่ไว้หน้า
แผนการเริ่มคลืบคลานเข้าสู่ความเป็นจริง
“คืนนี้เราลอกข้อสอบ เดือนหน้าก็ดูข้อสอบเก่า ปีหน้าปล่อยข่าวลือ” ปิ่นพินิจแผนงานที่วาดบนปกสมุดราชการฝึกซ้อมคำสอน “แล้วกลางเทอม พวกเราจะเปลี่ยนทุกอย่าง!”
โอมขมวดคิ้ว “แล้วถ้าโดนจับได้?”
“ก็วิ่งไงล่ะ!” ปิ่นตาเป็นประกายอย่างบ้าคลั่ง ชวินกัดปากเล่นตาม จริงจังเกินเหตุแม้รู้ว่าความคิดนี้น่าจะพังแต่แรก
ความเข้าใจผิดเริ่มฝังใจ ว่าอาจารย์ปิยะพรประจำชั้นจงใจทำคะแนนอคติ
ฉากเช้าวันต่อมา ในห้องเรียนดูกระอักกระอ่วน ปิ่นชวนไนซ์เข้าประเด็น
“คืนนี้ลุย! นายต้องเบนความสนใจให้ฝั่งครู”
ไนซ์งง “แล้วฉันต้องทำไร?”
“ทำตัวว่าพึ่งอกหักยับ แล้วสะอึกกลางห้อง”
“มันเกี่ยวอะไรกับคะแนน?”
“คนที่ขาดความรักมักถูกครูเมตตา นายจะได้เบี่ยงเบนความสนใจไว้ ห้ามหัวเราะเด็ดขาดนะ ไล่ต่อมน้ำตาด้วย!”
ไนซ์ถอนหายใจยาว เหลือบตามองโอมที่ชูนิ้วหัวแม่โป้งแบบไม่มั่นใจ
คำสั่งของปิ่นแปลกแต่ได้ผลเกินคาด เพราะทั้งห้องเอาใจช่วยไนซ์ที่จู่ๆ กอดอกซุกหน้าลงบนโต๊ะ แล้วเจ็บหน้าอกเสมือนรักแท้กำลังปวดร้าว ชวินกับปิ่นกระซิบขำกันอยู่ใต้โต๊ะ โอมทำหน้ากึ่งสับสนกึ่งเหมือนจะร้องให้
เรื่องราวบานปลายเมื่อครูปิยะพรเดินเข้าห้องมาพร้อมแฟ้มงานหนาหนัก เปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเห็นไนซ์ซุกหัวกับโต๊ะ
“ไนซ์ ไม่สบายหรือเปล่า? ถ้าไม่ไหวบอกครูได้นะ” น้ำเสียงอ่อนลงจนน่าแปลกใจ
แต่ไนซ์ติดเชื่อ “อกหักมาครับ…”
ทั้งห้องเงียบเป็นป่าช้า ปิ่นแทบกลั้นหัวเราะไม่ไหว เมื่อครูแนะนำแบบจริงจังให้สู้ๆ เรื่องหัวใจทุกคนเจอได้ ชวินกับโอมกระซิบขำแบบไม่มีเสียง น้ำตาซึมคนละแบบกับไนซ์
จากนั้นแผนการต่อมาก็คือการสืบข้อมูล
ปิ่นสวมหมวกนักสืบ กระโดดโลดเต้นไปทั่วห้อง ลากโอมไปขอคุยกับครูโดยอ้างว่าจะถามเรื่องทุนเรียนดี
ชวินยืนเหม่อ นึกไปเรื่อยว่าครูจะสุดโหดขนาดไปถ่วงคะแนนเขาจริงหรือเปล่า ท่ามกลางความคิดมากจนเกินเหตุ เขาคิดไปถึงอนาคตที่ตัวเองไม่มีที่เรียน ไม่มีอนาคต เพื่อนๆ กำลังขายข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอย
ปิ่นกลับมาพร้อมสีหน้างงๆ “ครูบอกว่าคนได้คะแนนดีอาจได้ทุนเรียนฟรีด้วยนะ”
โอมดันปิ่นเบาๆ “งั้นทำไมต้องตัดคะแนนชวินด้วย?”
ปิ่นจ้องโอมแล้วยักไหล่ “หรือครูตั้งใจให้ทุกคนได้โอกาสเท่ากัน”
ชวินเริ่มสับสน “งั้นฉันควรทำไงต่อดี?”
ไนซ์ยกมือเช็ดน้ำตาปลอมขึ้นมาสุดฤทธิ์ “นายก็เป็นนายแบบนี้แหละ…หรือจะปลอมเป็นคนป่วยใจอีกคน?”
มิตรภาพเริ่มปนเปกับความเข้าใจผิด ชวินยิ่งคิดยิ่งปั่นป่วน ปิ่นสรุปแผนใหม่
กลางคืนนั้นเอง ทั้งสี่คนแอบเข้าไปสอดแนมที่ห้องพักครู โอมกับไนซ์เฝ้าทางเดิน ปิ่นเป็นคนปล้ำลูกบิดประตูแต่พลาดจนแขนติดกับโต๊ะ เรียกเสียงกระซิบด่าจากโอม
“นี่ไม่ใช่หนังสายลับ!”
ปิ่นฮึด เงียบไว้ไม่ตอบ โอมต้องกลั้นหัวเราะ ชวินไม่กล้าเข้าใกล้โต๊ะครูแต่แอบเดินเข่าไถพื้นหาทางหลบกล้องวงจรปิด ซึ่งไม่มีอยู่แต่ในจินตนาการเขาเอง
ไนซ์กระซิบเบาๆ “เราจะติดคุกไหมเนี่ย?”
โอมพึมพำ “ไม่หรอก ไกลสุดก็แค่โดนเชิญไปคุยกับฝ่ายปกครอง”
ทุกคนยืนเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้ากัน ปิ่นโพล่งขึ้นมาอย่างกระหยิ่มใจ
“งั้นฉันต้องสร้างสถานการณ์ให้เหมือนหนังจริง! ฉันจะปลอมตัวเป็นแม่บ้าน!”
ไนซ์หลุดขำจนเสียงดังไปหน่อย เสียงฝีเท้าครูปิยะพรผ่านมา ทุกคนรีบวิ่งกระจาย เด็กหญิงนั่งกองกับพื้น โอมสไลด์ไปใต้โต๊ะ ชวินหลบหลังตู้ โอมหลับตาหายใจลึก เหมือนไม่ได้อยู่โรงเรียนแต่เหมือนเล่นละครเวทีปรับอารมณ์ในชีวิตจริง
เสียงครูเงียบไป ทุกคนค่อยๆ โผล่หน้าออกมา ปิ่นหันไปกระซิบ “นายเล่นเกินจริงไปนิด”
โอมหน้าเหวอ “ก็แค่หลบเว้ย!”
ความป่วนผ่านไปโดยรอดตัว ปิ่นสรุปว่าสืบไม่ได้อะไร แต่ได้รู้ว่าที่ครูเก็บสมุดคะแนนไว้นั้น ก็แค่จำวันส่งไม่ได้ ชวินยังข้องใจ
“ฉันอยากรู้ความจริงนะ”
ปิ่นบอก “งั้นถามตรงๆ ไปเลย!”
วันรุ่งขึ้น ชวินรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาครูปิยะพรหน้าห้อง ในขณะที่ปิ่น โอม และไนซ์แอบมองจากมุมมืด
“ครูครับ ผม…ผมสงสัยว่า ทำไมคะแนนผมแทบไม่ขึ้นเลย ทั้งที่ผมพยายามสุดๆ”
ครูหันมายิ้มอบอุ่นแบบแม่พระ “อ้าวชวิน! ครูตรวจคะแนนรอบแรก เจ้าตัวฝนคำตอบคลาดไปหนึ่งข้อ ครูเลยให้โอกาสดูใหม่ อีกอย่างจำนวนข้อสมการมันยากขึ้นนะลูก ครูอยากให้เธอฝึกคิดมากกว่าเลขเฉยๆ”
ชวินเงียบไปครู่ใหญ่ ความคิดในหัวถูกแทนที่ด้วยความปรับปรนอมใจ ปิ่น โอม และไนซ์โผล่ออกมาสนับสนุน เหมือนรู้แล้วว่าเรื่องที่คิดใหญ่มืดมนไปเอง
“สรุปไม่ใช่การกลั่นแกล้งแต่ฉันโทษตัวเองแทบตายเหรอ?”
ครูหัวเราะเบาๆ “บางทีเราก็คิดมากเกินไป แต่ถ้าเธอพยายาม…คะแนนก็เพิ่มขึ้นเสมอ”
เพื่อนๆ สี่คนยิ้มเหนียมอาย แต่เบาใจ
ปิ่นสรุปปิดเรื่อง “ต่อไปนี้ถ้ามีข้อสอบ…ให้นายอ่านแค่สองรอบก็พอ ไม่ต้องถึงตีสอง”
ทุกคนหัวเราะ ครูหันมาเปรย “เออ แล้วข้อสอบปิดเทอม จะออกเพิ่มอีก 10 ข้อนะ หวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวได้เหมือนไนซ์ที่แสดงละครความรักในห้อง”
ไนซ์รีบโต้ “ครูครับ นั่นผมแกล้ง!” ทั้งห้องหัวเราะ ครูยิ้มละมุน “ก็ขอให้แสดงเก่งในข้อสอบด้วยนะ”
สี่เพื่อนเดินออกจากห้องพร้อมเสียงหัวเราะที่เบาสบาย ชวินรู้ตัวอีกทีว่าชีวิตในห้อง 4/7 จะสมบูรณ์ที่สุดก็เพราะความวุ่นวายนี้เอง
ระหว่างเดินออกไป ไนซ์ถาม “นายยังไม่เลิกคิดมากใช่ไหม?”
ชวินยิ้มรับ “ไม่เป็นไร ต่อให้อะไรพัง ก็ยังมีพวกนายคอยวุ่นวายด้วยกันอยู่ดี”
เสียงหัวเราะดังไกลไปทั่วทางเดิน โรงเรียนซึ่งครั้งหนึ่งเคยดูน่าเบื่อสำหรับชวิน กลับกลายเป็นที่สำหรับรอยยิ้มอีกครั้ง
แล้วปิ่นก็เดินจี้อีก “เดี๋ยวฉันแผนลับใหม่มา ยืมคะแนนนายได้มั้ย?”
โอมกับไนซ์ชูสองนิ้ว ยืนยันความพร้อมสำหรับภารกิจต่อไปแห่งความวุ่นวายเสมอ เมืองไทยไม่น้อยไปกว่าใครแล้วในความบรรลัย…แต่อบอุ่นหัวใจเสมอ