เงาในกระจก
แสงนวลๆ ของเช้าเรียกร้องความสนใจจากหน้าต่างห้องเช่าฝั่งตะวันออก เมื่อเมย์สาววัยยี่สิบต้นๆ เดินออกมาจากห้องนอนส่งกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นไปทั่วบ้านเช่าเพียงสองชั้นซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนเก่าแก่แถบชานเมืองของกรุงเทพฯ พื้นที่สลับหยาบด้วยหินอ่อนและไม้สัก ผนังบ้านที่กำลังมีการทาสีใหม่ยังส่งเสียงร้องกันไปกันมาเบาๆ ขณะที่เธอเปิดประตูออกไปหาสิ่งที่กลมกลืนกับชีวิตเงียบสงบที่เธอต้องการตั้งตัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สวัสดีค่ะ!” เสียงของน้ำฝนเพื่อนบ้านดังขึ้น เมย์ยิ้มตอบ แม้ไม่ได้มีความกระตือรือร้นมากนัก น้ำฝนเป็นคนค่อนข้างอ่อนหวานและชอบสังสรรค์เป็นที่หนึ่ง ขณะที่เมย์มีสภาพจิตใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอพยายามหนีจากอดีตและความเจ็บปวดที่ตามหลอกหลอน
แต่เช้าวันนี้ มันกลับมีความรู้สึกที่แปลกประหลาดขับเคลื่อนเรือนร่างของเธอให้เคลื่อนไหว วันนี้เธอรู้สึกเหมือนมีกำลังใจที่ค้นพบสิ่งใหม่ๆ การไปชมหอศิลป์แห่งใหม่ที่เพื่อนชวนไปนั้นเป็นสิ่งที่เธอตัดสินใจทันที
เมื่อเธอก้าวเข้าสู่หอศิลป์ เสียงดนตรีอ่อนๆ ลอยทอดตามลมมา พื้นที่ ประดับด้วยผลงานศิลปะจากศิลปินรุ่นใหม่ที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด เมย์สูดกลิ่นสีและน้ำมันเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเก็บไว้อยู่ในใจลึกๆ
แต่ขณะที่เธอหยุดมองผลงานที่ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาในกระจก มันกลับสะท้อนภาพและบรรยากาศกลับข้าง เมย์ค่อยๆ รู้สึกได้ถึงบางอย่างจากในกระจกนั้น ที่ไม่ใช่เพียงร่างเธอมองตนเอง แต่มันคือเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
เธอสะดุ้งและหันไปทางด้านหลัง แต่ไม่มีใคร แม้เสียงเพลงและบทสนทนาของผู้คนรอบละครจะดำเนินต่อไป เมย์จิตใจเต้นตึกตัก แต่นั่นกลับไม่ได้หยุดความสนใจในการค้นหาความจริง เธอกลับออกจากหอศิลป์และตรงไปยังบ้านสะอาดที่เงียบสงบ
คืนแรกที่เธอกลับมาจากหอศิลป์ เปลือกตาของเธอหนักหน่วง แต่ในใจยังคงกระตุกให้คิดถึงหญิงสาวในกระจกนั้น ระหว่างที่เธอพยายามทำใจให้สงบ มีเสียงแปดเปื้อนจากข้างนอก แต่เมย์ตัดสินใจที่จะไม่ตรวจสอบ
ยามค่ำคืน ในขณะที่เธออยู่ในห้อง น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินในตอนกลางวันกลับมาเล็ดลอดออกมา เสียงกระดาษที่ขยับไปมา เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เคลื่อนข้ามห้อง เธอหลับตาแน่น เป็นไปได้ว่าแค่จินตนาการของเธอ กว่าทุกสิ่งจะเข้ามาแนบสนิท แต่เมื่อเธอลืมตามา มันกลับมีแสงสะท้อนบางอย่างในกระจกบานใหญ่
หญิงสาวในกระจกยิ้มให้เธออย่างในความฝัน เมย์รู้สึกได้ถึงความกังวลและความกลัวปรากฏเป็นเงาของมัน เธอบอกให้ตัวเองหยุดคิดแต่กลับทำไม่ได้ เมย์เฝ้าถามตัวเองว่าทำไมเธอรู้สึกเหมือนสูญเสียอะไรบางอย่างไปจนหมด …
เวลาผ่านไปเมื่อเธอเริ่มค้นหาความจริงของหญิงสาวในกระจก เธอพบศิลปินคนหนึ่งที่เคยพักอาศัยในบ้านนี้ก่อนหน้านี้ โดยเป็นคนจิตใจเปราะบางที่ประสบกับโชคร้าย และทุกอย่างกลับลงตัวขัดแย้งกันเองด้วยประวัติศาสตร์ของเธอ
ความกลัวในอดีตที่เธอพยายามหนี ทำให้เหตุการณ์นี้กลับสร้างความกดดันกับเธอ ตอนกลับถึงบ้านหลังจากพบศิลปินผู้หนึ่ง สิ่งที่เธอเจอที่บ้านคือภาพสำหรับงานศิลปะที่แขวนอยู่ในห้อง และนั่นก็ทำให้เธอรับรู้ว่าที่ทุกอย่างเกิดขึ้นมีความเป็นไปได้มากมายเปรียบเหมือนหน้าไพ่ที่พลิกกลับมา
เมื่อเธอลองหาคำตอบ เธอจึงพบว่าเธอต้องเผชิญกับความจริงที่ซ่อนอยู่ แม้จะเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ทุกอย่างจะเปิดเผยให้เห็น เปลี่ยนความกลัวครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องราวทั้งหมดกลับกลายเป็นการค้นพบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เข้มข้น ทั้งความทุกข์บีบคั้น ความหลงใหลในศิลปะและการให้แรงบันดาลใจที่บุกเบิกมาจากจิตใจของเธอเอง
ดังนั้น เมย์จึงพยายามทำให้ทุกอย่างเปิดเผยก่อนเวลาอันควร และนั่นทำให้ทุกอย่างกลับกลายเป็นการบีบอัดของความกลัว เธอจำเป็นต้องเผชิญหน้าเงาที่เคยจมอยู่ในใจ…