เกาะเงายามฟ้าเปลี่ยนสี
เสียงปีกโลหะสะบัดในอากาศ พลังจักรกลของเรือเหาะพ่นประกายคนละสีเหนือแสงพลบ ท้องฟ้าเหนือหมู่เกาะเหมือนแผ่นน้ำสีม่วงตัดกับหย่อมเมฆดำ ลลินยืนอยู่กราบซ้าย มือกำสมุดบันทึกไว้แน่น เด็กหญิงตากลมนิ่ง ขำชอบสายลมเย็นทั่วหน้าเรือ หากใจเธอกลับหวิวเพราะวันนี้คือวันครบรอบที่แม่หายตัวไปเมื่อสามปีก่อน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นั่นไง… พรุ่งนี้ถึงแล้ว เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกบนเกาะนี้กันหรือยังนะ” ไทม์ เด็กชายผู้ชอบเทคโนโลยีสะพายกล้องส่องทางไกลเอ่ยขึ้นพลางชะโงกไปเบื้องหน้า จินต์ เพื่อนร่างสูงผิวเข้มปัดมือออกจากหัว “อย่าประมาท ฉันไม่ไว้ใจแผนที่นี่”
ข้างหลัง เมย่า มองแสงสุดท้ายบนฟ้าม่วง ความงามดูลึกลับเกินจะบรรยาย เธออยากบันทึกลงสมุดภาพแต่ทำไม่ได้ มือยังสั่นเพราะฝันร้ายซ้ำ ๆ ตลอดคืนก่อน พัทเงียบงันอยู่มุมเรือ สีหน้าราบเรียบไม่สะท้อนอารมณ์ เขาแทบไม่พูด บางครั้งเหมือนล่องลอยห่างจากโลก
เมื่อถึงเกาะ ตามแผนต้องตั้งแคมป์รอรับลูกเรือลำอื่นวันรุ่งขึ้น พวกเขาทราบดีว่าเกาะนี้คล้ายไร้ผู้คน แต่เหมาะสำหรับการสำรวจอัญมณีลึกลับ ที่พบน้อยสุดในหมู่เกาะลอยฟ้า ทว่าทันทีที่เหยียบพื้น ความรู้สึกแปลกบีบรัดราวกับมีใครจับจ้องอยู่ตลอด
“ที่นี่…เหมือนเงากับแสงแข่งกันสร้างโลก” ลลินพูดเบา ๆ ขณะสาวเท้าเข้าไปในป่า เธอเอื้อมแตะใบไม้ที่สั่นสะท้านเพราะลม ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่รออยู่ในเงานั้นคืออะไร
ไทม์เร่งเปิดเครื่องมือ “สัญญาณหมด เอาไงดี จะตั้งแคมป์ที่ชายหาดหรือหัวแหลม” จินต์ตอบ “แหลมดีกว่า จะได้เห็นทั่ว ลิน เธอว่าไง”
ลลินไม่ตอบ สายตาเธอจมกับรอยเท้าปริศนา บนทรายปรากฏรอยเท้าคนเดินสับสนไปมา แต่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นของตนเอง
ค่ำลงอย่างรวดเร็ว เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนเฉดสีน้ำเงิน อากาศเย็นล้อมกรอบห้าคนในเต็นท์ไฟสลัว เมย่าพยายามชวนคุย “ที่บ้านเคยเล่า นิทานเกาะผี เป็นความเชื่อเก่า ๆ คิดว่าจริงไหม” พัทปรายตา “ผีคงไม่สนข้อมูลวิทยาศาสตร์” แต่ในใจเขามีร่องรอยเสียงร้องขอความช่วยเหลือล่องลอยอยู่
ลลินนั่งเขียนบันทึก เธอจดเสียงปริศนาเบา ๆ “วันนี้เหมือนใครกระซิบชื่อฉันจากในป่า หรือเราแค่คิดไปเอง…” ไทม์หยิบอุปกรณ์ออกตรวจดูความผิดปกติ “มันเหมือนมีสนามแม่เหล็กซ่อนอยู่ตรงกลางเกาะ” สีหน้าเขายิ่งเคร่งขึ้นเรื่อย ๆ
จู่ ๆ ไฟในเต็นท์ดับวูบ ทุกคนชะงัก เมย่าสะดุ้ง กำแขนเสื้อลิน “เกิดอะไรขึ้น” พัทยืนนิ่งนอกเต็นท์ มีเพียงดวงไฟแฟลชของไทม์เล็ก ๆ วูบวาบในเงามืด
“ใคร!” ประโยคนี้ดังแทรกความเงียบ เงาทะมึนแล่นฉายผ่านชายป่าอย่างรวดเร็ว ทุกคนอึ้ง จินต์เอื้อมไปหยิบเชือกที่ห้อยข้างกางเกง เตรียมพร้อมชั่วขณะ เงาเดินวนรอบเต็นท์ ราวจะหยั่งเชิงจิตใจ
เผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง—เส้นผมยาวสีขาวซีดปกปิดใบหน้า หลบอยู่ในความมืดก่อนเลือนหาย
เช้าตรู่ ฝนปรอยไม่มีทีท่าจะหยุด จินต์เป็นคนแรกที่สะพายเป้เดินลุยโคลนออกไปหาแหล่งน้ำ ลลินกับเมย่าเดินหลบอยู่หลังต้นไม้ ลลินกระซิบ “เมื่อคืนฉันฝันถึงแม่นะ เห็นเงานั้นยืนมองจากชายป่า” เมย่ากอดไหล่เพื่อน “มั่นใจนะว่าไม่ได้ฝันทั้งที่ตื่น”