เงานางไม้
เสียงลมพัดแรงพัดโบกผ่านกิ่งไม้ใหญ่ของต้นมะขามโบราณที่ตั้งอยู่ตรงหน้าบ้านหลังเก่าที่จีรนันท์เคยเล่นเมื่อเด็ก เธอก้าวเข้าประตูบ้านที่เกือบจะล้มละลายไปตามเวลา ดอกมะลิที่เคยปลูกไว้รอบบ้านเริ่มเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา ในหัวของเธอวนเวียนไปด้วยภาพความทรงจำที่ไม่เคยมีการเตือนล่วงหน้า การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่การกลับไปหาความสุข แต่คือการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าแม่ของเธอประสบปัญหาเจ็บป่วยทางจิตใจจากการสูญเสียพ่อตั้งแต่เธอยังเด็ก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แม่ของเธอนั่งอยู่ในมุมมืดของห้อง โดยมองไปที่ผนัง เธอหามุมที่แสงสว่างน้อยไปให้ลูกสาวได้เห็นรอยแตกที่เกิดขึ้นจากความไม่สัมพันธ์ในใจ จีรนันท์กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลจึงตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ ที่ไหนสักแห่งในใจของเธอยังมีความหวังว่าแม่ของเธอจะดีขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เสียงกระซิบแผ่วเบาในหูของเด็กสาวก็เหมือนจะเตือนว่า “มีพลังอยู่ในป่า ลองไปดูก็ได้”
คืนนี้มีงานประจำปีของหมู่บ้าน เงานางไม้ปรากฏตัวในชุดสีเขียวมรกตเงาสะท้อนในแสงไฟจากตะเกียงเทียน จีรนันท์รู้สึกดึงดูดให้ไปหาเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความกลัว เธอไม่รู้ว่าลึกๆ แล้ว สิ่งนี้คือการเป็นนำทางหรืออันตรายที่จะนำเธอสู่วังวนที่ไม่คาดคิด
การพยายามหยุดความคิดดูแทบไม่ต่างอะไรกับการเข้าไปในความฝัน จีรนันท์ตัดสินใจเดินตามเสียงกระซิบที่มาจากเงานางไม้ เธอพบว่าตัวเองหลุดเข้าไปในป่าเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เบ่งบานในช่วงกลางคืน เสียงเพลงจากหิ่งห้อยดึงดูดเธอเข้าไปมากขึ้น ท่ามกลางสัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของคนหายไปในสายลม
“ไปเถอะเข้ามา เราสามารถช่วยแม่ได้!” เสียงนั้นกระซิบชัดเจนขึ้น จีรนันท์หายใจเข้าลึกๆ ไม่แน่ใจว่านี่คือหนทางสู่การแก้ไขปัญหาหรือการสร้างปัญหารวมกันกันแน่
เธอเริ่มเข้ามาใกล้เงานางไม้ ความรู้สึกของตัวเธอเริ่มเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะการหลงเชื่อที่เกิดขึ้นกับมัน หรือพลังที่แท้จริงของมัน จีรนันท์เร็วๆ นี้เริ่มรับรู้ถึงความอ่อนแอของชีวิตที่เธอเคยรู้จัก…
ระยะเวลาผ่านไป จีรนันท์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในไม้ใหญ่ หญิงสาวได้สัมผัสถึงพลังในการช่วยเหลือแม่ แต่ราคาที่ต้องจ่ายกลับมากเกินไป เริ่มมีความสัมพันธ์ที่แตกต่างและเครียดภายในครอบครัวเกิดขึ้นความน่าสะพรึงของเงานางไม้ได้เธอช่วยแม่ได้จริงหรือไม่ หรือเธอคือการที่นำนักมายังความดึงเครียดแทนกันแน่
การต่อสู้ระหว่างความรักของครอบครัวและการหลงเชื่อถูกนำไปสู่จุดพีคเมื่อเธอได้เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับเงานางไม้นั้น สิ่งที่ดูเหมือนพระพรกลับกลายเป็นคำสาป และแม่ของเธอคือเหยื่อของทุกสิ่ง จีรนันท์ต้องเลือกแล้ว ว่าจะยุติเส้นทางที่เธอจิตนาการหรือจะตามทางความเข้มข้นซึ่งทำให้เธอเจ็บปวดไปอีกนาน
ภาพสุดท้ายของการต่อสู้ต้องมีความแปลกประหลาด และ จีรนันท์เลือกที่จะเลือกรักที่ได้สะท้อนมาในใจ โดยการยอมแพ้กับความวุ่นวายและเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนของชีวิตกับแม่ พวกเขาทั้งสองจะมีวันพรุ่งนี้ให้กันอย่างไร
เสียงวังเวงของป่าหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นอยู่ในบรรยากาศของอบอุ่นที่เย็นลง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปได้เพียงแค่นี้เอง ทุกอย่างเงียบลงแล้ว.