เงาบนยอดฟ้า
เสียงระฆังอิเล็กทรอนิกส์ดังแว่วเป็นสัญญาณว่าค่ำคืนแห่งเมืองอลิซิคัสเพิ่งเริ่มต้น สีม่วงอ่อนของแสงจันทร์สะท้อนพื้นแก้วใต้ฝ่าเท้าของฮารุ เขาวิ่งตามเสียงแจ้งเตือนที่ดังลั่นทั่วเมืองลอยฟ้านี้ ขณะเรือเหินลอยและขบวนดรอนบินส่งแสงสีดำวาบบนอากาศ “ฮารุ! รอด้วย!” เสียงนีน่าแหบแห้ง ทว่าใจสั่น ฮารุหยุดหอบหายใจ มือข้างหนึ่งเผลอกำหลอดไฟเรืองแสงแน่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นีน่า! เธอได้ยินข่าวโครีไหม?” ฮารุถามตาแดงก่ำ นีน่าสั่นศีรษะ “ยัง…แต่คนบอกว่าเขาหายไปจากทางเดินกระจก ไม่มีร่องรอย” เธอก้มหน้า ฝ่ามือกำโทรศัพท์เครื่องเก่าจนมือขาว
“ใครอยู่ข้างล่างบ้าง!” มิกซ์ตะโกนถาม ขณะที่เขาวิ่งมาทางพวกเขา ทั้งสามแตกตื่น สูดลมหายใจสั้นๆ ต่างคนต่างไม่กล้าเงยหน้ามองผลึกดาวเหนือตัวเอง เงาที่ฉายผ่านแก้วใสกลับเป็นเพียงเงาคนคนเดียว
การประชุมในโรงเรียนกลางท้องฟ้าถูกจัดขึ้นชั่วข้ามคืน ผู้อำนวยการพูดด้วยเสียงกังวาน “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กนักเรียนหายไป เราต้องสามัคคี” เสียงกระซิบรอบห้องเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหลังมือที่ตกใจของเหล่าครู
ฮารุนั่งกอดตัวเองหลังจากนั้น ท่ามกลางแสงสีครามเย็นเยียบ “ฉันกลัว…กลัวจะเป็นคนต่อไป” เสียงเขาเพียงแผ่วเบา แต่นีน่าได้ยิน เธอลูบหลังเขาเบาๆ มิกซ์มองออกหน้าต่าง เมืองทั้งเมืองหมุนวนอยู่เบื้องล่าง
“เราต้องหาความจริง” นีน่ากระซิบเย็น พยายามข่มสั่นภายในตัวเอง “แต่ถ้าใครสักคน…มันไม่ปลอดภัยนะ!” มิกซ์ค้าน เธอมองเขา “หรือแกจะให้โครีหายไปเปล่าๆเหรอ?” สามสายตาพบกันกลางห้องที่เงียบเหงาแต่กลับแน่นอารมณ์
คืนนั้นสามคนแอบออกไปตามรอยโครี สวนลอยฟ้าไร้ผู้คน ลมพัดธงสีเงินสะบัด เสียงดังฉับพลันอึกทึก ใครบางคนกำลังเศษกระจกแตกใต้เท้า มิกซ์ขยับตัวเร็ว “อย่า…” เขาฝืนใจพูดเบาคล้ายละเมอ
บนสกายวอล์คสายยาว เสียงรองเท้ากระทบพื้นแก้วก้องกังวาน “เห็นแสงไหม?” นีน่าถาม ฮารุพยักหน้า พวกเขาไล่ตามจนถึงปล่องแหลมสูงของหอหอคอยลึกลับ ไฟสีฟ้าส่องวาบออกมาจากรอยแยกบนแผ่นกระจก “มันคืออะไร!” คนทั้งสามหันขวับไปมองรอยเงาดำที่คืบคลานออกมาจางๆ
สถานการณ์ฉุกเฉินทำให้พวกเขาต้องถอยออกมาอย่างตื่นตะลึง ฮารุใจเต้นแรงจนเกือบจะร้อง “เราเห็นเงาอะไรบางอย่าง แกแน่ใจมั้ยว่าโครี…” ยังพูดไม่ทันจบ เสียงโทรศัพท์นีน่าดังขึ้นด้วยหมายเลขที่จดจำไม่ได้ เธอสั่น สายตาแน่วนิ่งที่จอ เสียงกระซิบเล็กๆ ดังลอดลำคอ “ถ้าเธอยังคุ้ย ความลับจะกลายเป็นฝันร้าย”
นีน่าวางสาย หน้าซีดขาว เธอกลั้นใจไม่พูดอะไร ฮารุจับแขนเธอ “เราทำต่อไม่ได้แล้วเหรอ?” ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ มิกซ์เอื้อมมือมาวางบนไหล่ “นายอยากหนี หรือจะสู้?”
ใต้กลุ่มหมอกยามรุ่งอรุณ เมืองลอยฟ้าคลุมด้วยแสงสีชมพูอ่อน กลุ่มเพื่อนทั้งสามยืนตระหง่านข้างประภาคารลอย รอยยิ้มของฮารุคือรอยยิ้มที่ติดขัด “เราต้องเริ่มใหม่ ติดตามเบาะแสต่อ เราไปที่ห้องสมุดกัน” นีน่าแกล้งพยักหน้าทั้งที่ใจยังลังเล
ชั้นหนังสือสูงใหญ่ในห้องสมุดลอยฟ้าดูเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง นีน้าเปิดแฟ้มประวัติเมือง เห็นภาพโรงเรียนในอดีตที่เคยไฟไหม้และบันทึกว่ามีเด็กชายหายตัวไป “ดูสิ…ตรงนี้ คำว่า ‘หายสาบสูญ’ ไปสามสิบปีที่แล้ว” มิกซ์อ่านเสียงเบา
“หรือมันจะเป็นเรื่องเล่า…แต่เกิดขึ้นอีกจริงๆ?” ฮารุถาม กำหมัดแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัวแต่ซ่อนแววหวัง
คืนนั้นนีน่าโดนข่มขู่ เธอกลับไปห้องแล้วพบข้อความลึกลับบนกระจกห้องของตน “หยุด…หรือจะไม่มีวันได้เห็นเพื่อนอีก” เธอมือสั่นสะท้านจนเกือบทำโทรศัพท์ตก ฮารุโทรหาแต่ไม่มีใครรับ
รุ่งเช้า เพื่อนทุกคนต่างตึงเครียด ฮารุตัดสินใจบุกไปถามครูใหญ่ตรงๆ “คุณเคยเห็นเด็กหายบ้างไหม?” รอยยิ้มเยือกเย็นกับคำตอบกำกวม “บางความจริงควรปล่อยให้ลอยไปกับสายลม” ครูใหญ่พูด นีน่ากระตุกมือฮารุให้ถอยออกมา เธอกระซิบ “เขาต้องรู้อะไรแน่”
มิกซ์เริ่มถอยห่าง เขาหวาดกลัวและไม่อยากเสี่ยงอีก “ฉัน…ขอกลับบ้าน ฉันไม่อยากมีปัญหา” ฮารุมองตามด้วยสายตาเจ็บปวด นีน่าเม้มปากแน่น เงียบงัน
วันต่อมาเมืองลอยฟ้าสั่นสะเทือนจากประกาศนักเรียนอีกคนหายไป ฮารุวิ่งไปหานีน่า “เราจะปล่อยให้มันเลวร้ายจนไม่ได้อะไรเลยเหรอ?” เขาตัดสินใจ ทำในสิ่งที่ตัวเองกลัวมาตลอด “คืนนี้ฉันจะปีนขึ้นหอคอยเอง ถ้าเธอไม่ตามมาก็ไม่เป็นไร”
นีน่ามองเพื่อนนิ่ง “ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนหายไปอีกหรอก” เธอจับมือเขาแน่น ฮารุยิ้มกับความกล้าใหม่ที่เกิดในใจเพราะเพื่อนข้างกาย
คืนนั้นทั้งสองคนบุกเข้าสู่หอคอยลึกลับบนยอดสูง เมฆหมุนวนรอบตัวและลมเย็นคล้ายมือใครคอยฉุดรั้ง พวกเขาพบทางลับใต้แท่นบูชา หยาดไฟหลากสีส่องวาบบนผนังวาดเป็นเงาเคลื่อนไหว ร่างหนึ่งขยับอยู่ในความมืด “โครี!” ฮารุร้องเสียงหลง
ในห้องสลัว โครีนั่งเหม่อลอย ตาไม่กะพริบ “ฉันติดอยู่ที่นี่…ฉันกลัวจนลืมหนี” เสียงเขาสั่น นีน่าคลานเข้าไปใกล้ “ใจเย็นนะ เธอไม่ได้อยู่คนเดียว”
ขณะนั้น มีเสียงคำรามต่ำ ถัดมาเกิดแรงสั่นสะเทือนทั่วอาคาร ผนังเรืองแสงเปลี่ยนสี เงาดำทะมึนไหลเข้าห้อง ชายลึกลับปรากฏตัว “ขอบคุณที่ตามหา แต่บางความจริงควรถูกฝัง พวกเธอกำลังจะทำลายสมดุลของเมืองนี้”
“เมืองนี้จะมืดมิดกว่านี้…ถ้าความกลัวชนะใจ!” ฮารุแย้ง น้ำตาวูบวาบในตา นีน่าเผลอโอบฮารุ ทั้งสองรวมกันต่อสู้กับแรงใจของตัวเอง
เงาหมุนล้อมรอบตัวพวกเขา อินทรีย์ของเมืองดูดซับความกลัวและความลังเลจนมืดดำ ฮารุยอมรับเสียงในใจ “ผมกลัวจะสูญเสียเพื่อน กลัวความจริงจนเกือบทำทุกอย่างพัง” เขาตะโกน “แต่วันนี้ผมจะไม่หนีอีกต่อไป!”
บัดนี้นีน่าและโครีเอื้อมจับมือฮารุ แสงสีทองพวยพุ่งออกจากใจ รุกล้ำความมืด “ขอให้ความจริงของเรา…กล้าพอปลดปล่อยเมืองนี้!”
แสงสีทองไหลบ่า เงาดำละลาย เมืองลอยฟ้ากลับมาสว่างไสวอีกครั้ง เสียงมิตรภาพและเสียงหัวเราะแรกในรอบหลายวันดังขึ้นทั่วทั้งเขต
เมื่อเหตุการณ์สงบลง ฮารุยืนมองขอบฟ้า เมืองอลิซิคัสลอยเด่นในแสงตะวันอ่อน “เราอาจมีบาดแผล…แต่เรายังมีพวกนาย” เขากระซิบ มิกซ์เดินเข้ามาสะกิดหลัง “คราวนี้ฉันจะกล้าเดินไปข้างหน้า…พร้อมกัน”
นีน่ายิ้ม รอยน้ำตาแห้งบนแก้ม มือข้างหนึ่งจับมือเพื่อน เส้นทางใหม่นี้เต็มไปด้วยแสงเงา แต่กลับไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว