เงาบนฝาผนัง
ฝุ่นบางลอยฟุ้งในลำแสงยามเช้าขณะรถกระบะคันเก่าจอดหน้าบ้านไม้สองชั้นกลางทุ่งนา บ้านเงียบสงบซ่อนตัวอยู่ในเงาต้นตาลสูงลิบลิ่ว วิชัยลงจากรถ นำกระเป๋าเดินทางเก่าเหน็บไว้ที่ข้างเท้า เขายืนอึ้งมองบ้านที่ไม่ได้กลับมานานนับสิบปี กลิ่นอายความทรงจำและความหวั่นระแวงบางอย่างปะปนกันทั้งที่ยังไม่เข้าไปภายใน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงไม้เก่ากระดกดังเอี๊ยดเมื่อประตูเปิดออก วิชัยสูดลมหายใจ เห็นแม่ซูบผอมในชุดผ้าถุงเก่าเดินมากล่าวทักทาย แววตาแม่เศร้าหมองแต่ฝืนยิ้ม “กลับมาแล้วเหรอลูก…” วิชัยพยักหน้า ไม่พูดอะไร เขายกของเข้าบ้าน สายตาแอบมองไปยังมุมฝาผนังด้านบันไดที่เคยรู้สึกแปลกเสมอ แต่ตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่า
เสียงจักจั่นยามบ่ายแว่วเบาในบ้านเก่า วิชัยนั่งคุยกับแม่เรื่องการรักษา แม่เลี่ยงไม่พูดถึงอดีต ดวงตาหลบเลี่ยงไปทางหน้าต่าง วิชัยสังเกตเห็นรอยดำบนฝาผนัง มันเหมือนเงาคนที่ยืนก้มหน้า แต่เขาสะบัดความคิดนั้นออกไป
ยามค่ำ ความเงียบงันยิ่งกดดัน แม่เข้านอนแต่หัวค่ำ วิชัยเดินสำรวจบ้าน เสียงกระดิ่งลมเก่าดังแผ่วๆ ตามกระแสลม วิชัยชะงักเมื่อเห็นเงาดำบนฝาผนังขยับไปมาแปลกตา เขาก้มมองพื้น ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หัวใจกลับเต้นแรงจากความไม่แน่ใจ
รุ่งเช้า วิชัยตื่นมาเจอแมวบ้านนั่งจ้องมุมฝาผนังนิ่งๆ ขนหลังฟู เขาเรียกมันแต่มันไม่ขยับ วิชัยย่อตัวลงดูใกล้ๆ เห็นเงาดำรูปคนตรงมุมเดิม คราวนี้เหมือนขยับหัวขึ้นช้าๆ เขากระพริบตาแล้วมันก็หายไป
ช่วงสาย เพื่อนบ้านชื่อพี่ทบแวะมาทักทาย พี่ทบถามถึงแม่ พูดเรื่องความลำบากในหมู่บ้าน หัวเราะแห้งๆ ก่อนถามเสียงเบา “แกเคยได้ยินเสียงแปลกๆ ตอนกลางคืนมั้ยวะวิชัย” วิชัยนิ่ง “เสียงอะไร” พี่ทบหลบตา “เหมือนเสียงคนกระซิบ… แต่ช่างมันเถอะ บ้านเก่าๆ ก็แบบนี้แหละ”
คืนนั้นวิชัยนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงเหมือนใครเดินอยู่ชั้นล่าง เสียงไม้ลั่นทีละขั้น เขาตัดสินใจลุกออกจากห้อง เดินตามเสียงไปอย่างลังเลจนถึงบันได มองลงไป เห็นเงาดำยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย หันหลังให้ เขากลืนน้ำลาย ไฟในบ้านกระพริบเบาๆ แล้วเงาหายไป
เช้าวันต่อมา แม่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด วิชัยถามแม่ว่าเคยเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหม แม่ไม่ตอบ เพียงกำชายผ้าแน่น ดวงตาแดงก่ำเหมือนกลั้นน้ำตา
วิชัยเริ่มค้นหาสิ่งแปลกปลอมในบ้าน เขาพบกล่องไม้เก่าใต้บันได ภายในมีรูปถ่ายครอบครัวหนึ่งในอดีต หนึ่งในนั้นมีเด็กหญิงยืนข้างแม่เขา ใบหน้าเด็กดูซีดขาวตาโตจ้องกล้องอย่างว่างเปล่า วิชัยไม่รู้จักเด็กคนนั้น
เขาเอารูปไปให้แม่ดู แม่สั่นเทา ปฏิเสธเสียงสั่น “แม่ไม่รู้จัก… เอารูปนี้ไปเก็บ อย่าเอาออกมาอีก!” แววตาแม่เต็มไปด้วยความกลัว วิชัยรับรู้ถึงบางอย่างที่ครอบงำแม่มากกว่าความป่วยไข้
วันถัดมา พี่ทบกลับมาเยี่ยม มองเห็นรูปถ่ายบนโต๊ะ พี่ทบหน้าซีดทันที ถามเสียงเบา “แกไปเอารูปนี้มาจากไหน…” วิชัยเล่าเรื่องกล่องใต้บันได พี่ทบเงียบพักใหญ่ ก่อนพูดเสียงแหบ “เด็กคนนั้น… คนในหมู่บ้านบอกว่าตายไปนานแล้ว แต่บางคืนมีคนเห็นเงาเด็กผู้หญิงยืนริมบันไดบ้านแก”
วิชัยหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ใจกลับเต้นรัว พี่ทบพูดต่อ “ถ้าแกได้ยินเสียงร้องไห้ อย่าเดินตาม อย่าหันไปมอง…”
คืนนั้นเสียงลมกระโชกแรงกว่าวันปกติ ทุกอย่างเงียบสงัด วิชัยฝันถึงเสียงกระซิบ เรียกชื่อเขาเบาๆ จากมุมฝาผนัง เขาสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว มองเห็นเงาดำเลื่อนผ่านหน้าต่างอย่างรวดเร็ว เขารีบลุกไปเปิดไฟ แต่พบเพียงความว่างเปล่า
เช้าวันต่อมา แม่อาการทรุดหนัก วิชัยโทรเรียกหมอ แต่ไม่มีใครรับสาย เขาต้องอยู่ดูแลแม่ทั้งวัน แม่เริ่มพูดพร่ำถึงอดีตถึงเด็กหญิงคนหนึ่งที่ต้องจากไป “แม่ขอโทษ…แม่ขอโทษ…” วิชัยสับสน เขาพยายามถามแต่แม่เอาแต่ร้องไห้
ตกค่ำ พี่ทบเข้ามาเยี่ยมอีกครั้ง ดูกังวลใจมากขึ้น คราวนี้พี่ทบนำผ้ายันต์สีซีดใส่มือวิชัย “เอาไว้ตรงมุมฝาผนัง อย่าถอดออก” พี่ทบไม่ยอมตอบคำถามใดๆ เดินสะดุ้งออกไปอย่างรวดเร็ว
คืนนั้นวิชัยวางผ้ายันต์ตามคำแนะนำ ทุกอย่างดูนิ่งเงียบอยู่ระยะหนึ่ง จนถึงตอนดึก เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น มันเป็นเสียงเด็กพูดว่า “พี่…เล่นด้วยกันหน่อย…” เงาดำค่อยๆ ปรากฏบนฝาผนัง ขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
วิชัยลังเล เขาตัดสินใจหยิบผ้ายันต์ออกเพราะหวังจะเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ เงาดำขยายใหญ่เต็มฝาผนัง เหมือนจะก้าวออกมาสู่โลกจริง เสียงร้องไห้สะท้อนทั้งบ้าน แม่ลุกจากเตียง วิ่งเข้ากอดวิชัย ร้องขอให้หยุด “อย่าเรียกเขาออกมา! แม่ขอโทษ…แม่เป็นคนผลักเขาตกบันไดเอง…”
บ้านสั่นสะเทือน เงาดำหยุดนิ่ง เสียงเด็กถามเสียงสั่น “แล้วแม่รักหนูไหม…” แม่ร้องไห้จนตัวโยน “แม่รัก…แม่รัก…แต่แม่กลัว…” เงาดำเลือนหายไปพร้อมเสียงสะอื้น ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความเย็นยะเยือก
รุ่งเช้า แม่เสียชีวิตอย่างสงบ ใบหน้าเปื้อนน้ำตา วิชัยนั่งนิ่งข้างร่างแม่ ในบ้านที่กลับสู่ความเงียบงัน รูปถ่ายเดิมวางอยู่บนโต๊ะ เงาเด็กหญิงนั้นหายไป เหลือเพียงฝาผนังว่างเปล่า
ค่ำคืนต่อมา วิชัยนั่งอยู่คนเดียวในบ้าน เสียงกระซิบแผ่วเบากลับมาอีกครั้ง “พี่…เล่นด้วยกันหน่อย…” เงาดำปรากฏบนฝาผนังอีกครั้ง คราวนี้มันยิ้มอย่างเศร้าๆ ก่อนจะหายไปในความมืด วิชัยนั่งจมอยู่กับความผิดและความลับที่ไม่มีวันลบเลือน
บ้านกลางทุ่งนาเงียบงัน แต่ความทรงจำและเสียงกระซิบยังคงวนเวียนไม่จางหาย