เสียงเงาในบ้านร้าง
เสียงลมหายใจแผ่วเบาแทรกซ้อนในความมืด กลางป่าลึกซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้สูงตระหง่านและเถาวัลย์พันเกี่ยว บ้านไม้สองชั้นทรุดโทรมตั้งตระหง่านอยู่ในปลักน้ำตม สายหมอกลอยตัดผ่านหน้าต่างแตกหัก ดวงจันทร์ขมุกขมัวซ่อนตัวหลังเมฆดำ ทุกอย่างเงียบสงัดจนน่าขนลุก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!รถกระบะคันเก่าสีขาวเคลื่อนตัวช้า ๆ เข้าสู่ลานดินหน้าเรือนไม้ มันหยุดสนิท กรอบประตูฝืดส่งเสียงดังกลบความเงียบ เมื่อ ‘อรรถ’ ก้าวลงจากเบาะฝั่งคนขับ เขามองบ้านหลังนั้นด้วยแววตาหนักอึ้ง มีเพียงไฟฉายติดมือส่องแสงสลัว
“แน่ใจนะว่าอยากเข้าจริง ๆ” น้ำเสียงของ ‘กิ๊บ’ ที่นั่งข้าง ๆ สั่นน้อย ๆ เธอกอดแขนตัวเองแน่น เหงื่อเม็ดเล็กเกาะตามไรผม
‘บิ๊ก’ กับ ‘พาย’ ลงจากหลังรถ พวกเขาแบกกระเป๋าเป้กับกล้องถ่ายวิดีโอ ‘แป้ง’ เดินตามมาเงียบ ๆ ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนอดนอน
“เราต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่อ๋อง” อรรถเอ่ยเสียงเบา ตัดความลังเล เขาเดินนำเข้าประตูรั้ว บ้านไม้ส่งเสียงลั่นเมื่อเท้าแตะระเบียง ทุกคนหยุดหายใจชั่วขณะ
บานประตูไม้สีดำเปิดออกอย่างฝืดช้า ๆ พวกเขายืนอึดอัด เงาของแต่ละคนทอดยาวบนพื้นไม้ฝุ่นจับหนา กลิ่นอับและกลิ่นเปียกชื้นตีขึ้นทันที
“มีใครรู้สึก…เหมือนโดนมองอยู่มั้ย?” พายหันซ้ายขวา แสงไฟฉายส่องสะท้อนเงาดำตรงบันได กิ๊บขยับมาใกล้อรรถ
แป้งเดินไปหยุดที่รูปถ่ายครอบครัวบนชั้นวาง ใบหน้าทุกคนในกรอบรูปจางราง เหมือนหมึกละลาย เธอสัมผัสขอบกรอบไม้ แต่อยู่ ๆ ก็มีเสียงกริบกรอบคล้ายกระจกแตกร้าว ทุกคนสะดุ้ง
“แค่หนู” บิ๊กพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน แต่แววตาเขาตื่นกลัว ไม่กล้าสบตาใคร
ค่ำคืนยาวนานเริ่มต้นขึ้น พวกเขาวางสัมภาระในห้องรับแขก พายเดินไปเปิดหน้าต่าง พบว่ามันถูกตอกตรึงด้วยไม้เก่า ๆ ไม่มีทางเปิดออก
“เราจะอยู่ที่นี่ทั้งคืนจริง ๆ เหรอ” กิ๊บเอ่ยเสียงแผ่ว
อรรถพยักหน้า “ถ้าเราจะรู้ความจริง ก็ต้องอยู่ให้ถึงเช้า”
ความเงียบแทรกตัวอีกครั้ง เสียงนาฬิกาไม้โบราณดังติ๊ก…ติ๊ก…ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนต่างฟังเสียงฝีเท้าตัวเองบนพื้นไม้ซึ่งดูเหมือนสะท้อนกลับมาเบา ๆ ราวกับมีใครเดินตามหลังอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเวลาผ่านไป อากาศเย็นขึ้น ภายในบ้านเริ่มมีเสียงกระซิบเบา ๆ คล้ายคนพูดกันในห้องถัดไป พายเงี่ยหูฟังแต่ไม่เข้าใจความหมาย เสียงนั้นเหมือนจะเป็นภาษาถิ่น หรืออาจเป็นแค่เสียงลมผ่านช่องไม้ก็ได้
“ทุกคนได้ยินมั้ย?” พายกระซิบถาม แป้งเพียงแค่พยักหน้า น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่มีใครเห็น
บิ๊กเดินสำรวจรอบบ้าน เขาพบรูปถ่ายเก่า ๆ ในตู้ พวกนั้นเป็นภาพเด็กกลุ่มหนึ่งยืนเรียงกันหน้าบ้านหลังนี้ ใบหน้าทุกคนเบลอ มีรอยขีดข่วนอยู่บนกระดาษ
“เหมือนในรูปมีคนลบหน้าทุกคนออก…” บิ๊กรำพึง กิ๊บเดินมาดู เธอขนลุกเมื่อเห็นว่าในรูปมีเด็กผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายตัวเองมาก
“ไปกันเถอะ กลับออกไปตอนนี้ยังทัน” กิ๊บเอ่ยสั่น ๆ อรรถจ้องประตูแน่นิ่ง
“ไม่ได้ เราต้องหาให้เจอ” อรรถเสียงเข้ม ความกลัวในแววตาเขาซ่อนด้วยความดื้อรั้น
เสียงหัวเราะแว่วมาจากชั้นบน ทุกคนหยุดนิ่ง เหงื่อซึมทั่วใบหน้า แป้งหลับตาแน่น ริมฝีปากสั่นระริก
“…เสียงใคร?” พายค่อย ๆ เดินนำขึ้นบันได บิ๊กกับอรรถตามไปข้างหลัง ชานบันไดไม้เก่าลั่นเอี๊ยดทุกย่างก้าว
ชั้นสองเต็มไปด้วยฝุ่นหนา มีรอยขีดเขียนตามผนังเหมือนลายมือเด็กๆ วาดภาพดวงตาเต็มผนัง ห้องนอนใหญ่ประตูปิดแน่น พายลองจับลูกบิด มันเย็นเฉียบผิดธรรมชาติ
“อย่าเข้าไป…” แป้งกระซิบเสียงแผ่วราวกับเตือนตัวเอง
แต่สุดท้ายอรรถเปิดประตูเข้าไป ภายในมีเพียงม้านั่งไม้และกล่องเก็บของเก่า อยู่ๆ มีเสียงขูดขีดใต้พื้น ทุกคนชะงัก
บิ๊กก้มสำรวจ เจอช่องลับใต้พรม เขาค่อย ๆ เปิดขึ้น กลิ่นอับรุนแรงตีขึ้นมา กล่องไม้ใบหนึ่งซ่อนอยู่ในโพรง เขาคว้ามันวางไว้บนม้านั่ง
“ใครจะเปิด?” พายถาม ทุกคนเงียบ กิ๊บขยับไปหลบหลังแป้ง
อรรถตัดสินใจเปิดกล่อง กลิ่นฝุ่นและกระดาษเก่าฟุ้งขึ้น ข้างในมีกระดาษแผ่นหนึ่ง เขาหยิบออกมา มันเป็นจดหมายเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ
“…อย่าให้มันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่…” อรรถอ่านเสียงเบา ทันใดนั้นไฟฉายก็ดับ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นรอบห้อง ประสานกับเสียงกระซิบจากทิศทางต่าง ๆ ทุกคนยืนตัวแข็ง ไม่มีใครกล้าขยับ
แป้งร้องไห้สะอึกสะอื้น “กลับบ้านเถอะ…ขอร้อง…”
ไฟฉายติดขึ้นอีกครั้ง แสงสลัวส่องไปที่กระจกเก่าๆ ตรงผนัง ทุกคนเห็นเงาคนยืนอยู่หลังพวกเขา แต่เมื่อหันกลับไปไม่มีใคร
“…มันยังอยู่ที่นี่” พายพึมพำ กิ๊บเริ่มสวดมนต์เบา ๆ มือสั่น
จู่ ๆ เสียงระฆังดังขึ้นจากด้านล่างบ้าน มันไม่ควรมีระฆังอยู่ที่นี่ พวกเขามองหน้ากันอย่างสับสน
“ลงไปดู” อรรถพูดเสียงแหบ ทุกคนเดินลงบันไดอย่างเงียบ ๆ เสียงข้างล่างกลับเงียบผิดปกติ ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ที่นี่
พวกเขาพบว่าของใช้บางอย่างในห้องรับแขกเปลี่ยนตำแหน่ง เก้าอี้หันหน้าเข้าหาผนัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้หันออกหน้าต่าง
“…มันขยับเองได้เหรอ?” บิ๊กถามเสียงเบา พายไม่ตอบ เธอมองเห็นรอยเท้าดินเปียกบนพื้นไม้ นำไปสู่บันไดชั้นล่างสุด
“ที่ใต้ถุนมีอะไร” แป้งถาม กิ๊บหลบสายตา ไม่พูดอะไร
“พี่อ๋องเคยบอกว่าตอนเด็ก ๆ ได้ยินเสียงเรียกจากใต้ถุน” อรรถพูด ริมฝีปากสั่น
พวกเขาตัดสินใจลงไปใต้ถุนกันทั้งห้า บรรยากาศเย็นเฉียบ ใต้นั้นมืดสนิท พายเปิดไฟฉาย พบว่ามีรอยมือเล็ก ๆ เต็มผนัง เขียนด้วยดิน
“…มีบางอย่างอยู่ใต้พื้นนี้” พายกระซิบ กิ๊บสะดุ้ง น้ำตาไหลเงียบ ๆ
เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม ราวกับใครหลายคนล้อมวงพูดกันแต่ไม่มีใครฟังออก
“เรากลับกันเถอะ” แป้งเอ่ย อรรถไม่ขยับ เขายังจ้องไปที่แผ่นดินใต้ฝ่าเท้า
“ทุกคนเคยฝันถึงที่นี่บ้างมั้ย” บิ๊กถาม
“ฉันไม่เคยฝัน…แต่เหมือนเคยอยู่ที่นี่มาก่อน” กิ๊บพูดเสียงแผ่ว
บรรยากาศหนักอึ้ง ไม่มีใครรู้จะพูดอะไรต่อ เงาในมุมห้องขยับคล้ายมีชีวิต
อยู่ ๆ อรรถมองเห็นเงาของตัวเองในเงาสลัว มันเหมือนมีเงาอีกคนเดินเคียงข้าง แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
เสียงประตูปิดเองดังปัง ทุกคนสะดุ้ง หายใจถี่แรง
พวกเขารีบขึ้นมาชั้นบน เสียงกระซิบเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้โหยหวนจากห้องนอนใหญ่
ในความสับสน กิ๊บร้องไห้ “ทำไมทุกคนต้องมาเจอแบบนี้…”
แป้งจับมือกิ๊บแน่น “ฉัน…รู้สึกผิด”
อรรถสบตาแป้ง “หมายความว่าไง?”
แป้งตัวสั่น “วันนั้น…ฉันเห็นพี่อ๋องลงไปใต้ถุน ฉัน…ฉันไม่ได้บอกใคร” เสียงเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม
พายมองหน้าแป้ง “เธอไม่ได้ผิด…นี่มันไม่ใช่ความผิดของเธอ”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังจากผนัง ทุกคนหันไปที่ห้องนอนใหญ่ บิ๊กเดินเข้าไปก่อน ลมหายใจเหน็บหนาวเย็นยะเยือก เขาเห็นเงาคนในกระจกบานใหญ่ที่ไม่มีใครอยู่
จู่ ๆ กระจกแตกร้าวเหมือนใครทุบ เสียงแตกดังลั่น ทุกคนกรีดร้อง
เงาดำคลานออกจากกระจก เงียบเชียบแต่ทว่าเย็นเยียบจนหัวใจแทบหยุดเต้น ทุกคนถอยหลัง เงานั้นเดินผ่านแต่ละคนด้วยความช้าๆ ราวกับกำลังเลือกเหยื่อ
เสียงกระซิบเปลี่ยนเป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันแผ่วเบาจนจับใจความไม่ได้
บิ๊กตัดสินใจ “ถ้ามีใครต้องอยู่ที่นี่…ฉันจะอยู่เอง”
อรรถคว้ามือบิ๊ก “อย่า! นายไม่ต้องทำแบบนั้น”
บิ๊กส่ายหน้า “ฉันเคยล้อเลียนเรื่องใต้ถุน มันอาจเป็นความผิดของฉัน…”
เงาดำหยุดตรงหน้าแป้ง สายตาทุกคนจับจ้อง มันยื่นมือมาสัมผัสหัวไหล่เธอ ทุกอย่างเงียบงันทันที
แป้งสะอื้น “ขอโทษ…ขอโทษ…ขอโทษ…”
เงามองทุกคนทีละคน ก่อนจะหายวับไปกับความมืด เสียงประตูเปิดออกเอง กิ๊บล้มลงร้องไห้
“มันจบแล้วเหรอ?” พายถามเสียงแผ่ว
ไม่มีใครตอบ พวกเขาค่อย ๆ เดินออกจากบ้านไปขณะที่ท้องฟ้ามีแสงแรกของวันใหม่
แต่เมื่อหันกลับไป พวกเขาเห็นเงาหลายเงายืนเรียงอยู่ในหน้าต่างบ้าน ทุกคนไม่กล้าพูดอะไรอีก ทุกความรู้สึกยังคงฝังอยู่ในใจ ไม่มีใครกล้ากลับมาที่นี่อีก
เสียงกระซิบยังคงดังอยู่ในสายลม เหมือนอดีตที่ยังไม่เคยจบสิ้น