เสียงกู่จากชั้นสี่
เสียงฝนกระหน่ำตกลงบนหลังคาเหล็กเก่าของอาคารเรียนร้าง ณ มหาวิทยาลัยในจังหวัดทางภาคเหนือ กลิ่นอับชื้นของผนังปูนและไม้ผุเกาะกรังทุกอณู ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่ม ทุกอย่างดูเงียบสงัดผิดปกติ มีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์สี่ดวงที่ส่องวูบวาบเป็นระยะ ๆ ในโถงมืดของชั้นล่าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่าไม่มีใครเฝ้า” พีทเอ่ยเสียงเบา ขณะยืนชะโงกหน้ามองรอบตัว ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนอีกสามคน—แป้ง, ฟ้า และวิน
แป้งกลืนน้ำลาย ริมฝีปากแห้งผาก “ก็อาจารย์บอกแล้วว่าไม่มีใครใช้ตึกนี้มาเป็นปี…แต่ถ้าโดน รปภ. ไล่ก็วิ่งนะ”
ฟ้า มองนาฬิกาข้อมือ “รีบขึ้นเถอะ เดี๋ยวไฟดับอีกรอบจะลำบาก”
ทั้งสี่คนเดินเรียงตามกันขึ้นบันไดไม้ที่บวมจนส่งเสียงเอี๊ยดทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าของพวกเขาเหมือนก้องอยู่ในโถงมืด ไม่มีใครพูดอะไรจนถึงชั้นสาม
“จะไม่ขึ้นไปชั้นสี่แน่นะ?” วินถามเบา ๆ ดวงตาของเขามองไปยังบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปในความมืด
แป้งส่ายหน้าแรง “ไม่! ใคร ๆ ก็ว่าชั้นสี่มัน…ไม่ปกติ”
ซึ่งพีทก็แกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน “เลิกเชื่อเรื่องหลอน ๆ กันสักทีเถอะ พวกเราจะทำโปรเจคจบเองนะ เอาเวลาไปตั้งกล้องกับเช็คสคริปท์ดีกว่า”
ทั้งกลุ่มหัวเราะแห้ง ๆ แล้วแยกย้ายกันเตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายทำโฆษณาสั้นในห้องเรียนร้าง ฟ้านั่งจัดสคริปท์อยู่ใกล้ประตู แป้งเช็คกล้อง วินต่อสายไฟสำรองกับโน้ตบุ๊ก ส่วนพีทเดินวนสำรวจมุมห้อง
ข้างนอกฟ้าร้องเปรี้ยงหนึ่ง เสียงเหมือนบางอย่างกระแทกหน้าต่างกระจกแตกเบา ๆ ฟ้าสะดุ้งมองออกไปในความมืด “ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่ข้างนอกไหม”
ในห้องเงียบกริบ ทุกคนต่างนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนอีกครั้ง วินเอ่ย “คงเป็นแมวหรือหนู…ทำงานต่อเถอะ”
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างตะกุกตะกัก ไฟฉายมือถือดับไปดวงหนึ่ง สายไฟสำรองช็อต กองอุปกรณ์ตกเกลื่อนพื้น ทั้งหมดออกไปช่วยกันเก็บจนเกือบลืมสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก
พีทเดินไปเปิดหน้าต่าง หวังให้ลมไล่กลิ่นอับ แต่พอเปิดหน้าต่าง เสียงฝนกลับเงียบลงทันควัน เหลือเพียงเสียงลมหวิวและฝีเท้าที่เบาบางดังอยู่บนชั้นสี่เหนือหัวพวกเขา
“ใครขึ้นไปข้างบน?” แป้งกระซิบ หน้าเริ่มซีด
ฟ้าชะงัก “ชั้นสี่มันปิดตายไม่ใช่เหรอ…หรือว่า…มีคนแอบ?”
วินหันไปมองบันไดด้วยแววตาระแวง “เดี๋ยวจะไปเช็คให้เอง”
แป้งคว้าข้อมือวินไว้ “อย่าไปเลย วิน…ถ้ามีคนจริง ๆ มันอันตรายนะ”
“ก็ถ้าไม่ดูเราจะทำงานกันยังไง?” วินยิ้มบาง ๆ พยายามกลบความกลัวของตัวเอง แล้วเดินออกจากห้องไป
ทุกก้าวของวินหนักอึ้ง เขาก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น เสียงเอี๊ยดของไม้ดังขึ้นพร้อมหัวใจที่เต้นแรง เขาส่องไฟฉายไปทั่ว จนถึงประตูชั้นสี่ที่มีฝุ่นจับหนาแน่น
วินเอื้อมมือผลักประตู มันขยับน้อย ๆ ก่อนจะเปิดออกอย่างช้า ๆ กลิ่นเกลือเก่า ๆ กับกลิ่นบางอย่างที่เหมือนเนื้อเปื่อยโชยมาจากความมืด เขากวาดไฟฉายไปรอบ ๆ เห็นแต่โพรงมืดและเงาโต๊ะเรียนที่วางระเกะระกะ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหยุดลง เหลือแต่เงาสะท้อนในกระจกบานหนึ่งที่ปลายห้อง เงานั้นยาวผิดปกติราวกับกำลังยื่นมาทางเขา วินกลืนน้ำลายแล้วรีบถอยหลัง ปิดประตูทันทีแล้ววิ่งกลับลงไปหาเพื่อน ๆ
เขาหอบหายใจ “ไม่มีอะไร…นอกจากกลิ่นแปลก ๆ กับเงาประหลาดในกระจก”
พีทหัวเราะฝืด ๆ “จินตนาการไปเองมั้ง”
แป้งกับฟ้ากลับเงียบสนิท สายตาไม่ยอมสบกับวิน เสียงฝนข้างนอกกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนมีเสียงใครกระซิบแทรกมาในสายลม
“…อย่า…”
ฟ้าขนลุกซู่ “ได้ยินไหม?”
แป้งพยักหน้า น้ำตาคลอ “เสียง…เสียงนั้น…”
พีททำท่ายักไหล่ “ใครกันล่ะจะมากระซิบกลางดึกแบบนี้”
ทันใดนั้น โน้ตบุ๊กของวินก็ดับสนิท ทั้งกล้อง ทั้งไฟทุกอย่างดับพรึ่บในพริบตา เหลือเพียงความมืดและเสียงลมหอบแผ่วที่แทรกผ่านผนัง
“หยุดเล่นได้แล้ว ใครปิดไฟ!” พีทหันขวับ
วินยกมือ “เปล่า…แบตหมดเอง”
ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าดังจากบันไดเหมือนมีใครกำลังเดินลงมาอย่างเชื่องช้า ทุกคนจับกลุ่มกันแน่น เงียบงันจนนับลมหายใจ
ฟ้ากระซิบ “มัน…ใกล้เข้ามาแล้ว”
แป้งจับแขนพีทแน่น บีบจนเจ็บ “อย่าไปไหนนะ อย่าทิ้งกันนะ”
ประตูห้องเรียนค่อย ๆ ขยับเองทีละนิด กลอนที่ขึ้นสนิมขยับเอี๊ยดอ๊าดเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น
ทั้งสี่ถอยร่นไปจนชิดผนัง สายตาจับจ้องประตูด้วยลมหายใจขาดห้วง
แต่แล้ว…ประตูกลับหยุดนิ่ง เสียงทุกอย่างเงียบลงจนน่าขนลุก
พีทถอนหายใจแรง “ไม่มีอะไร แค่กลอนเก่า ๆ”
แต่ยังไม่ทันขาดคำ เงาในห้องเริ่มยืดยาว บิดเบี้ยวเหมือนเคลื่อนไหวเองได้ในสายตาทุกคน
แป้งเริ่มร้องไห้ “เราต้องออกไปจากที่นี่…”
ฟ้าส่ายหน้า “ประตูเหมือนถูกล็อกจากข้างนอก”
วินพยายามฝืนใจเดินไปหมุนลูกบิด มันขยับไม่ได้เลย เขาเคาะประตูเสียงดัง ไม่มีเสียงตอบรับ
ทันใดนั้น เงาในห้องยืดยาวปกคลุมพื้นและค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นไปตามผนัง เหมือนบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้าหาพวกเขาทุกที
เสียงกระซิบแผ่ว ๆ เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง “…อย่า…อย่าขึ้นมา…”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสับสนและหวาดกลัว
ฟ้าสะอื้น “ทำไมต้องห้ามขึ้นไปชั้นสี่…”
วินกัดฟัน “เราต้องหาทางออก…หรือไม่ก็หาที่หลบ!”
พีทมองไปรอบ ๆ “ไปห้องพักครู! ประตูหนา เผื่อจะโทรขอความช่วยเหลือได้”
แป้งลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมตาม ทั้งสี่พุ่งออกจากห้องเรียนผ่านทางเดินมืด เงาข้างฝาเหมือนเฝ้าจ้องมองทุกย่างก้าว
ขณะวิ่งผ่านหน้าห้องน้ำหญิง ประตูห้องน้ำเปิดแง้มเองช้า ๆ เสียงน้ำหยดติ๋ง ๆ ผสมกับเสียงบางอย่างเหมือนสาวร้องไห้เบา ๆ จากในห้องน้ำ
“หยุดก่อน…เสียงนั้น…” ฟ้าหันไปมองหน้าประตูห้องน้ำด้วยสีหน้าหวาดระแวง
แป้งร้องห้าม “อย่าไปยุ่งนะฟ้า…ไปต่อเถอะ”
แต่ฟ้ากลับเดินเข้าไปช้า ๆ ราวกับโดนแรงบางอย่างดึงดูด
วินกับพีทต้องตามเข้าไปข้างหลัง ภายในห้องน้ำมืดสนิท มีแต่แสงไฟมือถือส่องไหว ๆ ในอากาศ สะท้อนกระจกที่แตกร้าวทุกบาน
เสียงร่ำไห้ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนฟ้าเดินไปหยุดตรงหน้ากระจก เงาของเธอในกระจกเหมือนบิดเบี้ยวผิดรูป ฟ้าสะดุ้งถอยหลัง น้ำตาไหลพราก
ทันใดนั้นในกระจก เงาสี่เงาซ้อนทับกับร่างจริง แต่มีเงาหนึ่งที่ไม่มีตัวตนจริงยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา…
แป้งกรีดร้อง “ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้!”
ทั้งหมดวิ่งพรวดออกจากห้องน้ำ เสียงร้องไห้ในกระจกยังไม่จางหาย แสงไฟมือถือดับลงอีกดวง ทุกอย่างจมอยู่ในความมืดเกือบสนิท
พวกเขาวิ่งมาหยุดที่ห้องพักครู ประตูเปิดแง้มอยู่ วินผลักเข้าไปข้างในทันที ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นมอสซี่ชื้นและเอกสารเก่า ๆ ที่ถูกทิ้งร้าง แป้งนั่งทรุดลงกับพื้น ฟ้านั่งข้าง ๆ พีทกับวินพยายามหาสัญญาณโทรศัพท์
แต่ไม่มีสัญญาณเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างกลับนิ่งเงียบ
เสียงเดินดังขึ้นบนเพดานเหนือหัว เหมือนบางอย่างเดินวนอยู่เหนือพวกเขา
ฟ้าสะอื้น “ถ้าเราออกไปไม่ได้…พรุ่งนี้จะมีใครหาเราเจอไหม”
วินกอดเข่าแน่น “เราต้องหาทางลงไปชั้นล่างให้ได้”
แป้งกระซิบ “เคยมีคนบอกว่า…ถ้าได้ยินเสียงเดินบนชั้นสี่ อย่าตอบ อย่าถาม อย่ามองขึ้นไป…”
พีทสะอึก “ใครเคยบอก?”
แป้งกลืนน้ำลาย “แม่บ้านคนเก่า…เขาเคยอยู่ที่นี่ เขาหายตัวไป…เพราะขึ้นไปชั้นสี่”
ฟ้าสั่นกลัว “มัน…เป็นคำสาปใช่ไหม”
วินหน้าเสีย “ไม่มีคำสาปหรอก ทุกอย่างมันแค่เรื่องบังเอิญ”
ขณะนั้น เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนราวกับอยู่ข้างหู “…ออกไป…ไม่งั้นจะอยู่ที่นี่ตลอดกาล…”
ความกลัวกัดกินใจทุกคน พีทเสนอ “เราออกทางหน้าต่างห้องครูเถอะ เดี๋ยวผมปีนไปก่อน”
เขาค่อย ๆ เปิดหน้าต่าง เสียงลมพัดแรงกระแทกใบหน้าจนแสบ พีทปีนข้ามกรอบหน้าต่าง แต่ทันใดนั้นร่างเหมือนถูกบางอย่างรั้งขาไว้ เขาตกใจลื่นร่วงลงมา
“มีบางอย่างจับขาผม!”
วินรีบวิ่งไปช่วย แต่ประตูห้องครูปิดเองจนแน่นขนัด ไม่มีใครงัดออกได้
เสียงกระซิบเหมือนหัวเราะเย็น ๆ “…ทุกคน…ต้องอยู่…”
ทั้งกลุ่มแทบขาดสติ ฟ้าร้องไห้ แป้งซบหน้า วินยืนตัวแข็ง ในหัวใจทุกคนล้วนมีแต่ความหวาดกลัวและไร้หนทาง
เมื่อทุกอย่างเงียบสงัดอีกครั้ง แป้งควักสมุดเก่าขึ้นมา “นี่…ฉันเจอในลิ้นชัก…”
สมุดเล่มนั้นเก่าและมีคราบน้ำตา หน้าแรกเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ว่า "ใครขึ้นชั้นสี่จะไม่ได้กลับลงมาอีก…ใครที่อยากรู้อดีต ต้องแลกด้วยสิ่งสำคัญที่สุด"
วินอ่านข้อความจบ สายตาแต่ละคนเต็มไปด้วยคำถาม ตอนนี้เงาในห้องเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบกลืนแสงไฟเพียงน้อยนิดที่เหลือ
เสียงฝีเท้าบนชั้นสี่ดังแรงขึ้นกว่าเดิม เหมือนใกล้เข้ามาทุกขณะ พีทกัดฟัน “เราต้องเผชิญหน้ากับมัน ไม่งั้นคงไม่มีวันออกไป”
วินลังเล “หรือมันต้องการให้เราเปิดเผยอะไรบางอย่าง…”
แป้งมือสั่น “ใคร…ใครเคยทำอะไรไว้…ใครกันแน่”
ต่างคนต่างนิ่งเงียบไปนาน ฟ้าสะอื้น “ฉัน…ฉันเคยแอบขึ้นไปชั้นสี่ตอนปีหนึ่ง ไปท้าทายกัน…แต่ฉันหนีออกมาได้ ส่วนเพื่อนอีกคนหายตัวไป…”
ความเงียบเต็มห้อง วินหันไปมองฟ้า “ทำไมไม่บอก…”
ฟ้าสั่น “กลัว…กลัวว่าฉันจะเป็นต้นเหตุ…”
ทันใดนั้น เงาในห้องขยายสูงทะลุเพดาน มันเหมือนจะเคลื่อนจ้องมองฟ้าโดยตรง เสียงกระซิบดังขึ้น “…คนที่ทิ้งเพื่อน เอาชีวิตรอดเอง…ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป…”
ฟ้ากรีดร้อง วิ่งพุ่งออกไปทางประตู ทั้งสามคนที่เหลือรีบตาม ฟ้าวิ่งขึ้นบันไดชั้นสี่ ประตูเปิดเองช้า ๆ ในขณะที่เงาดำเข้มทะลักออกมาจากด้านใน
วิน แป้ง และพีทตะโกนร้องห้าม แต่สายไปแล้ว เงาดำนั้นกลืนร่างฟ้าหายเข้าไปในความมืดในชั้นสี่ ประตูปิดลงอย่างแรง
เสียงฝนข้างนอกหยุดลงกะทันหัน เวลาราวหยุดนิ่ง ทั้งสามคนที่เหลือยืนอยู่หน้าประตูชั้นสี่ ต่างไร้คำพูด
พีทน้ำตาคลอ “เราต้องทำยังไง…”
แป้งสั่น “ถ้าไม่เผชิญหน้าความจริง…เราไม่มีวันออกไป”
วินค่อย ๆ ผลักประตูชั้นสี่ มันเปิดง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ข้างในคือห้องเรียนทรุดโทรมที่รกร้าง เงาดำคลี่คลุมพื้นและเพดาน กลางห้องมีรูปถ่ายเก่าใส่กรอบแตกวางทิ้งไว้ รูปนั้นคือกลุ่มนักศึกษารุ่นก่อน ทุกคนมีใบหน้าปกติ ยกเว้นคนหนึ่งที่ใบหน้าถูกขูดจนเละ
ใต้รูปมีข้อความเขียนว่า “คนที่ทรยศจะถูกทิ้งไว้ที่นี่…”
แป้งตัวสั่น “ใครกันแน่…”
ทันใดนั้น เงาดำจับร่างแป้ง พีทคว้าแขนแป้งไว้แต่โดนแรงกระชากจนปลิ้น วินตะโกนสุดเสียง “หยุด! เรา…ขอโทษ! เราแค่อยากรู้ความจริง เราไม่ควรขึ้นมาที่นี่!”
เงาหยุดชั่วขณะแล้วปล่อยมือแป้ง ทุกอย่างเงียบงัน แป้งทรุดลงกับพื้น พีทและวินรีบประคอง
เสียงกระซิบสุดท้ายแว่วมา “…ถ้าอยากออกไป…จงยอมรับอดีต…อย่าเอาความอยากรู้นำทาง…อย่าทิ้งกัน…”
เงาดำค่อย ๆ ถอนตัวจางหายไปในความมืด ทุกอย่างรอบตัวนิ่งสนิท
ไฟบางห้องติดสว่างขึ้นอีกครั้ง พายุฝนข้างนอกสงบลง เงาและเสียงกระซิบหายไปเหลือแต่ความเงียบ
ทั้งสามค่อย ๆ เดินลงมาชั้นล่าง พบว่าประตูอาคารไม่ได้ล็อกอีกต่อไป
ก่อนออกจากอาคาร วินหันกลับไปมองชั้นสี่ เงาในหน้าต่างยังคงยืนนิ่งเหมือนเฝ้ามองอยู่
เมื่อก้าวออกจากอาคาร ทุกคนต่างเงียบงัน ไม่มีคำใดจะแทนประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น
แต่ในค่ำคืนต่อมา…เสียงฝีเท้าบนชั้นสี่ยังคงดังอยู่…ไม่มีใครกล้ากลับเข้าไปอีก