เสียงสะท้อนในเงามืด
เสียงฝนกระหน่ำลงบนหลังคาไม้เก่าแก่จนเกิดเสียงก้องสะท้อนทั่วห้องอับชื้น ปาล์มยืนอึ้งอยู่หน้าประตูหอพักเลขที่ 47 มือเขาสั่นเล็กน้อยขณะจับลูกบิด ตัวหนังสือสีดำบนป้ายไม้ถูกฝนชะจนเลือนราง แต่มันยังคงชัดสำหรับคนที่ต้องอยู่กับมันตลอดปีการศึกษา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไปสิวะ มัวแต่ยืนทำไม” โอม เพื่อนร่วมห้องคนใหม่งึมงำข้างหู น้ำเสียงติดจะรำคาญและกังวลปนกัน ปาล์มเหลือบมองไปที่เขา ก่อนจะฝืนยิ้มและเปิดประตูออก
กลิ่นอับของไม้เก่าและกลิ่นเหม็นของผ้าปูที่นอนที่ไม่ได้ซักมานานตลบอบอวล โอมโยนกระเป๋าลงบนเตียงฝั่งตรงข้ามแล้วถอนหายใจ “แม่ง… นี่มันหอคนหรือโกดังของเก่า”
“อย่าบ่นไปหน่อยเลย อย่างน้อยก็ยังมีหลังคา บ้านกูที่ต่างจังหวัดบางทีตอนฝนตกยังต้องเอากะละมังรองน้ำ” เสียงแซวของพี่ฟิวส์ หัวหน้าหอพักที่โผล่เข้ามา เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของเขาไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นเลย
ปาล์มกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง จุดที่มุมห้องติดกับหน้าต่างมีรอยด่างสีเข้มเหมือนน้ำซึมผ่านไม้ เงาอะไรบางอย่างแว้บผ่านสายตาเขา เขารีบหันไปดูแต่พบเพียงความว่างเปล่า ปาล์มเม้มปากแน่นแล้วสลัดความรู้สึกนั้นออก
“คืนนี้ระวังเสียงแปลก ๆ ไว้หน่อยนะ ถ้าได้ยินอย่าไปตอบ” พี่ฟิวส์พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป ปาล์มกับโอมมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและกังวล
กลางคืนแรกของพวกเขาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงฝนยังคงตกต่อเนื่อง เสียงหยดน้ำจากรูรั่วดังชัดในความเงียบ ปาล์มพลิกตัวไปมาแต่ไม่อาจข่มตาหลับได้ เสียงกระซิบเบา ๆ เหมือนดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
“ปาล์ม…”
เขาสะดุ้ง ตาเบิกโพลง มองไปทั่วห้อง ไม่มีใคร ทุกอย่างเงียบงัน โอมกรนเบา ๆ อยู่เตียงข้าง ๆ ปาล์มหลับตาแน่นแล้วตั้งใจว่าเสียงเมื่อกี้เป็นเพราะคิดมากไปเอง
เช้าวันต่อมา ปาล์มกับโอมลงมากินข้าวที่โรงอาหาร เจอกับเต้ย นักศึกษารุ่นเดียวกันที่พักข้างห้อง เต้ยดูเหนื่อยล้า ใต้ตาดำคล้ำ
“เมื่อคืนใครมาเคาะห้องกูวะ” เต้ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าปาล์มกับโอม
“ไม่ได้ไปนะ มึงฝันรึเปล่า” โอมตอบติดตลก แต่แววตาไม่ขำ ปาล์มรู้สึกขนลุกวาบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยเรื่องเรียนแทน
คืนที่สอง เสียงฝนหยุดลงแต่ความอึดอัดยังคงอยู่ ปาล์มออกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก ทางเดินมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากปลายทางเดินที่ส่องเป็นกรอบแสงสีเหลืองมัว ๆ ขณะเขาก้าวเท้า เสียงฝีเท้าตัวเองดังกังวานกว่าปกติ
เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น ปาล์มหยุดหายใจ เขาไม่กล้าขานตอบ จนเสียงเงียบไปเอง เมื่อเปิดประตูออกกลับพบว่าทางเดินว่างเปล่า เงาของตัวเองทอดยาวบนพื้นไม้ เสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาเหมือนเห็นเงาอีกเงาทาบอยู่ข้างหลังตัวเองในกระจกเงา
ปาล์มกลับมาที่ห้อง โอมนอนพลิกตัวไปมา เขายังไม่หลับง่าย ๆ หัวใจเต้นแรง ปาล์มไม่กล้าปริปากบอกเพื่อนว่าในห้องน้ำเมื่อครู่ เขาได้ยินเสียงกระซิบเรียกชื่อเขาอีกครั้ง
ภายในอาทิตย์แรก นักศึกษาหอพักเริ่มมีอาการแปลก ๆ บางคนนอนหลับไม่เต็มตื่น บางคนฝันร้าย บางคนได้ยินเสียงคนเดินไปมาในห้อง แต่เมื่อเปิดประตูออกไปกลับไม่พบใคร
ในหอพักยังมีอีกคนคือกันต์ รุ่นพี่ปีสาม ชอบนั่งนิ่ง ๆ อ่านหนังสือในห้องรับแขกเก่า กันต์พูดน้อย ใบหน้าขรึม แต่สายตาเหมือนรู้ทันทุกอย่าง
“พี่ กันต์ เคยได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ในนี้มั้ย” ปาล์มถามขณะนั่งกินบะหมี่สำเร็จรูปตอนดึก ๆ กันต์หยุดอ่านหนังสือชั่วครู่ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“อย่าไปตอบ อย่าไปฟังเสียงมัน” กันต์พูดด้วยเสียงเรียบเย็น “ถ้าได้ยินเสียงอะไร อย่าเดินตาม อย่าอยากรู้”
โอมแค่นเสียงหัวเราะ แต่ปาล์มสังเกตเห็นมือกันต์กำแน่น นั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
คืนหนึ่งไฟดับทั้งหอพัก มีเพียงแสงไฟฉายจากมือถือส่องนำทาง โอมบ่นอุบขณะเดินลงไปชั้นล่างพร้อมปาล์มและเต้ย เพื่อตรวจดูเบรกเกอร์
“แม่ง… ใครมันจะกล้าลงมาคนเดียววะ” เต้ยว่า ขณะสาดแสงไฟไปทั่วโถงทางเดิน มีเงาแปลก ๆ วูบวาบผ่านสายตาทุกคน แต่เมื่อหันไปดูอีกที กลับไม่มีอะไร
ขณะเดินกลับขึ้นห้อง ปาล์มเผลอหันไปที่บันไดฝั่งตรงข้าม เห็นเงาดำของใครบางคนยืนอยู่ปลายบันได เงานั้นนิ่งสนิท ไม่มีหน้า ไม่มีรายละเอียด ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปกับความมืด ปาล์มใจเต้นแรงจนแทบขาดใจ
หลังเหตุการณ์ไฟดับ ทุกคนในหอเริ่มพูดถึงเสียงแปลก ๆ และเงาในมุมตา กันต์เตือนอีกครั้งว่า “ถ้าได้ยินเสียงใครเรียกอย่าไปตอบเด็ดขาด” แต่ไม่มีใครอธิบายว่าทำไม
วันต่อมา ปาล์มค้นเจอสมุดบันทึกเก่าในช่องเก็บของใต้เตียง หน้าปกเป็นรอยขีดข่วน หัวใจเขาเต้นแรงเมื่อเปิดดู ข้อความในนั้นเขียนด้วยลายมือหยาบ ๆ
“เสียงในเงามืด… มันไม่ปล่อยไปจนกว่าจะได้สิ่งที่มันต้องการ”
ปาล์มเริ่มสงสัย ความกลัวแทรกซึมอย่างช้า ๆ เขาพยายามถามพี่ฟิวส์เรื่องหอพัก แต่ได้รับเพียงรอยยิ้มกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรหรอก มันก็เป็นหอเก่า ๆ แค่นั้นแหละ”
ในค่ำคืนที่ฝนตกอีกครั้ง ปาล์มนอนฟังเสียงหยดน้ำ แต่คราวนี้ ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู เสียงนั้นเรียกชื่อเขาชัดเจนมากขึ้น “ปาล์ม…มาช่วยฉัน…”
เขาตื่นขึ้นมาเหงื่อแตกพลั่ก หันไปหาโอมที่กำลังนอนกระสับกระส่าย ปาล์มลังเลอยู่นาน ก่อนจะเขย่าโอม
“มึง…ได้ยินเสียงอะไรมั้ย” ปาล์มถามเสียงสั่น
โอมขมวดคิ้ว “มึงก็ได้ยินเหมือนกันเหรอวะ…”
ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบ ก่อนโอมจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ “เสียงมันเหมือนอยากให้เราทำอะไรสักอย่าง…เหมือนมันติดค้าง…”
วันต่อมา กันต์เผชิญหน้ากับปาล์ม เขามองด้วยสายตาจริงจัง “อย่าพยายามหาเหตุผลกับที่นี่ มันไม่สนใจหรอกว่าเรากลัวหรือไม่”
ปาล์มพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหอพักเลขที่ 47 ในอินเทอร์เน็ต พบข่าวเก่าเลือนรางเกี่ยวกับนักศึกษาหายตัวไปในอดีต ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกลบหรือปิดไว้
ในคืนที่อากาศเย็น พวกเขานัดพบกันที่ห้องรับแขก พี่ฟิวส์เข้าร่วมด้วย สีหน้ากังวล “ที่นี่…เคยมีเด็กคนหนึ่งหายตัวไป ไม่มีใครเจอศพ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
กันต์พูดแทรก “หลังจากนั้น ทุกคืนจะมีเสียงเรียกชื่อจากมุมมืดของห้อง ถ้าใครตอบ มันจะมาหา…”
โอมกลืนน้ำลาย “แล้วมันต้องการอะไร…”
“มันอยากให้มีคนอยู่กับมัน…มันกลัวความเหงา” กันต์พูดเสียงเบา
ความหวาดระแวงเกาะกินทุกคน ไม่มีใครกล้านอนเดียวดึก ๆ คืนหนึ่งเต้ยหายตัวไปโดยไม่มีใครเห็น ราวกับละลายหายไปกับความมืด
ปาล์มรู้สึกผิดที่ก่อนเต้ยหายตัว เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อเต้ยจากมุมห้อง แต่เขาไม่กล้าตะโกนเตือน สำนึกผิดกับความกลัวต่อสู้กันในใจของเขา
ในคืนต่อมา เสียงเรียกดังขึ้นใกล้เคียง “ปาล์ม…ช่วยฉัน…” คราวนี้ เสียงนั้นอ้อนวอนปนหวาดกลัวราวกับเด็ก ปาล์มใจเต้นแรง น้ำตาคลอ เขาตัดสินใจเดินไปยังต้นเสียงในมุมมืดของห้อง
เมื่อเดินไปถึงเขาไม่ได้พบผีหรือเงา แต่พบสมุดอีกเล่มหนึ่ง ตรงหน้าปกมีชื่อ “เอก” จารึกไว้ด้วยลายมือเด็ก ๆ
ปาล์มเปิดอ่าน พบข้อความเศร้า “หนาว…กลัว…ไม่มีใคร…ขอโทษ…ขอโทษ…”
ความลับเริ่มเปิดเผย พี่ฟิวส์ยอมรับว่า เอกคือน้องชายของตนที่เคยพักหอนี้และหายตัวไป ไม่มีใครกล้าเล่าเรื่องนี้กับคนใหม่ เพราะกลัวจะถูกปิดหอ
กันต์พูดเสียงแผ่ว “เอกเคยถูกเพื่อน ๆ แกล้งจนกลัว ไม่กล้าออกมาจากห้อง วันหนึ่งเสียงเรียกของเขาเงียบหายไปพร้อมตัวเขา”
ปาล์มเริ่มเข้าใจว่าเสียงกระซิบในเงามืดคือเสียงของเอกที่ยังคงวนเวียนอยู่เพราะความเหงา เขาตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเอก บอกว่าเขาไม่ได้ถูกลืม ขอให้ไปสู่ที่สงบ
คืนสุดท้าย เสียงฝนตกหนักอีกครั้ง เสียงเรียกชื่อปาล์มดังขึ้นเหมือนเดิม แต่คราวนี้ในเสียงนั้นมีความสงบและเศร้าซ่อนอยู่ ปาล์มนั่งนิ่ง ๆ อยู่คนเดียวในความมืด ก่อนเอ่ยเบา ๆ “ขอโทษ…เราอยู่เป็นเพื่อนแล้ว…ไปเถอะนะ”
เงามืดค่อย ๆ ซึมหายไปกับเสียงฝน ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ หอพักกลับมาเป็นปกติ แต่บรรยากาศยังเย็นเยียบ เหมือนกับว่ามีใครบางคนยังคอยเฝ้ามองอยู่
ปาล์มยืนมองหน้าต่าง มองเงาตัวเองในกระจก เขายิ้มเศร้า ๆ ตระหนักว่าบางความกลัวไม่อาจลบเลือนได้ แต่สิ่งสำคัญคือการไม่ทอดทิ้งกันในยามมืดมน
เมื่อปีการศึกษาผ่านไป ปาล์ม โอม และกันต์ยังคงอยู่ในหอพักเดิม ทุกค่ำคืนที่ฝนตก เสียงฝนยังเตือนใจถึงเสียงเรียกในเงามืดและอดีตที่ไม่มีวันจางหาย