เสียงเรียกใต้ถุน
เสียงลมแรงในยามพลบค่ำดังผ่านต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อมโรงเรียนประถมไม้สองชั้นอายุเกือบร้อยปี อาคารเรียนทรุดโทรมเหมือนเฝ้ารออะไรบางอย่างอยู่ทุกวินาที เมื่อมล ครูสาววัยสามสิบต้น ๆ เดินลงจากรถสองแถว พร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เธอกวาดตามองรอบบริเวณ ยืนอึ้งท่ามกลางความเงียบที่ไม่คุ้นเคย นาน ๆ ทีจะมีเสียงจักจั่นกับเสียงกบแผ่ว ๆ แทรกมาเป็นระยะ สายตาของชาวบ้านสองสามคนจากร้านโชห่วยฝั่งตรงข้ามจับจ้องมาที่เธออย่างไม่กระตือรือร้นนัก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!มลสูดหายใจลึกก่อนเดินเข้าประตูเหล็กที่ขึ้นสนิม เสียงบานพับครางเหมือนหนวกหูมากกว่าจะต้อนรับ เธอมองเห็นอาคารเรียนไม้สูงบนเสาสูง ใต้ถุนมืดสนิทแม้ยังพอมีแสงเย็นเล็ดลอด ช่องว่างระหว่างพื้นไม้ดูเหมือนจะกลืนกลืนกับเงาสีดำข้างใต้ เธอเดินตรงไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูอาคารเรียน
“สวัสดีค่ะ…ครูใหญ่ใช่ไหมคะ?” เธอลังเลเมื่อสบตาเขา ชายผู้นี้ดูเหนื่อยล้ากว่าคนวัยเดียวกัน ผมหงอกแซมดำ ดวงตาคล้ำลึก
“อืม…ครูมลใช่ไหม ตามมาเลย” เขาไม่ยิ้ม ไม่สบตานานเกินไป ก่อนจะเดินนำเธอขึ้นบันไดไม้เสียงดัง เอี๊ยดอ๊าด แต่ละขั้นดูเหมือนไม่มั่นคง เพดานค่อนข้างต่ำ ไฟหลอดนีออนสั่นไหว เธอได้กลิ่นอับเปรี้ยวของไม้เก่าสะสมปนกลิ่นชื้นบางอย่าง
ระหว่างเดิน หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมเดินสวนลงมา มลยิ้มให้ แต่เธอเพียงเหลือบตามองแล้วเดินผ่านไปเงียบ ๆ มลเห็นแวบหนึ่งว่าเธอลูบผนังไม้เบา ๆ เมื่อข้าง ๆ เด็กหญิงคนหนึ่งเดินตามหลังด้วยท่าทางกระวนกระวาย
ครูใหญ่อธิบายสั้น ๆ ว่าห้องพักครูอยู่ห้องปลายสุด “คืนนี้ครูพักที่นี่นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเดินดูรอบ ๆ อย่าออกไปข้างนอกตอนดึก ใต้ถุน…อย่าเดินลงไปเด็ดขาด”
คำเตือนสุดท้ายนั้นมลไม่เข้าใจ เธอมองผ่านหน้าต่างลงไปใต้ถุน เงาดำขยับเล็กน้อยหรือแค่สายตาเธอพร่าไปเองก็ไม่แน่ใจ
คืนนั้นฝนเริ่มตก มลนั่งจัดของในห้องพักแคบ ๆ เสียงฝนกลบความเงียบไปชั่วขณะ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดดู แล้ววางลงอย่างอ่อนล้า หัวใจยังหนักอึ้งกับอดีตบางอย่างที่เมืองกรุง เธอหลับตาลง พยายามไม่ฟังเสียงลมหายใจตัวเอง
เสียงแปลก ๆ ดังลอยมาจากใต้ถุน ลมพึมพำหรือเสียงคนกระซิบกันเบา ๆ เธอขยับมานั่งฟังใกล้พื้นไม้ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น เสียงนั้นเหมือนเรียกชื่อใครบางคนว่า “…โม…” แล้วเงียบไป
เช้ามืด วันใหม่เริ่มต้นด้วยเสียงระฆังเก่า เด็ก ๆ ทยอยเข้าโรงเรียน เด็กบางคนเดินอ้อมใต้ถุนไกล ๆ ไม่มีใครกล้าเดินใกล้ มลเริ่มสอนวิชาภาษาไทยในห้องเรียนที่มีหน้าต่างแคบ ๆ แสงแดดลอดเข้ามาจาง ๆ เด็กนักเรียนดูเงียบผิดปกติ ไม่พูดคุยกันนัก มีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ ‘มีนา’ ที่ดูเงียบกว่าคนอื่น เธอชำเลืองมองใต้พื้นห้องเป็นระยะ
หลังเลิกเรียน มลพยายามผูกมิตรกับมีนา แต่ได้เพียงรอยยิ้มฝืน ๆ เด็กหญิงไม่ยอมสบตา และรีบเดินออกจากห้องหลังเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น มลสังเกตว่าเธอเดินเลี่ยงพื้นที่ใกล้บันไดไม้ที่ลงไปใต้ถุน
ระหว่างทางกลับห้องพัก มลเดินผ่านห้องพักครู มีเสียงกระซิบเบา ๆ จากในห้อง “ครูมล…อย่าไปยุ่ง เดี๋ยวจะเป็นเหมือนครูแอ๋ว…” เธอหยุดกึก หันไปเห็นครูหญิงท้วมจากเมื่อวานนั่งจ้องหน้าต่างอยู่นิ่ง ๆ ไม่ยิ้ม ไม่พูดอะไรอีก
คืนนั้น มลหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนใหม่ เสียงฝนข้างนอกทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยกว่าความเงียบในอาคารเรียน นาน ๆ ทีจะมีเสียงเดินเอี๊ยดอ๊าดจากทางเดินหรือเสียงข่วนเบา ๆ ใต้พื้นห้อง เธอพยายามไม่คิดมาก แต่เสียงกระซิบเมื่อวานยังติดอยู่ในหัว
กลางดึก เธอสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นแรง เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ได้ยินชัดขึ้น “โม…อยู่ไหม…โม…” เธอลุกขึ้นนั่งแนบพื้น พยายามฟัง เสียงนั้นเหมือนเลื่อนห่างออกไปใต้ถุน มลลังเล เธอควรลงไปดูหรือไม่ แต่ความกลัวเหนี่ยวรั้งไว้
เช้าวันต่อมา มีข่าวลือแว่ว ๆ เรื่องเด็กหญิงชื่อ ‘โม’ ที่หายตัวไปเมื่อสองปีก่อน ไม่มีใครพูดถึงต่อหน้า แต่เด็กบางคนแอบจ้องบันไดลงใต้ถุนแล้วกระซิบกันเบา ๆ ระหว่างพักกลางวัน มลถามมีนา “หนูรู้จักโมไหม” เด็กหญิงนิ่งไปนาน ก่อนตอบเสียงเบา “ไม่…ไม่รู้ค่ะ” แล้วรีบเดินหนีไป มลเริ่มรู้สึกว่าทุกคนในโรงเรียนนี้ต่างปกปิดบางอย่าง
วันต่อมา มลพยายามสังเกตพฤติกรรมเด็ก ๆ ทุกคนดูหวาดระแวง อาจารย์บางคนก็คุยกันเบา ๆ เลี่ยงสายตาเธอ ครูใหญ่เริ่มให้เธอทำงานเอกสารมากขึ้น ไม่ให้ออกจากอาคารตอนค่ำ
ค่ำวันหนึ่ง ขณะมลล้างหน้าที่อ่างน้ำริมระเบียง เธอเห็นเงาเด็กหญิงวิ่งผ่านใต้ถุนไป เธอเผลอทัก “โม?” แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เงานั้นหายไปในความมืด ลมเย็นวูบขึ้นอย่างผิดปกติ เธอรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากใต้ถุนตลอดเวลา
กลางดึกคืนนั้น เสียงข่วนดังขึ้นใต้พื้นห้อง เธอเอาหูแนบลงไปฟัง คราวนี้ได้ยินเสียงร้องไห้แผ่ว ๆ แทรกเสียงกระซิบ “ช่วยด้วย…หนาว…มืด…หนาวมาก…” เธอขนลุกวาบ รีบลุกขึ้นนั่งเหงื่อแตกเต็มแผ่นหลัง
มลเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ เธอเดินไปหาครูหญิงท้วมเพื่อขอคำปรึกษา “ครู…ใต้ถุน…มีอะไรหรือเปล่าคะ”
ครูหญิงท้วมเพียงจ้องหน้าเธอนิ่ง ๆ “อย่าไปยุ่ง ไม่งั้นจะเป็นเหมือนคนก่อน ๆ”
“คนก่อน ๆ…หมายถึงอะไรคะ” มลพยายามซักต่อ เสียงฝีเท้าเด็ก ๆ บนทางเดินดังขึ้นขัดจังหวะ บทสนทนาจบลงท่ามกลางความเงียบอึดอัด
เมื่อความเงียบปกคลุม มลตัดสินใจเดินสำรวจอาคารในยามค่ำ เธอเดินผ่านทางเดินมืด ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงลมหายใจตัวเอง เงาสะท้อนแวบวับผ่านกระจกหน้าต่าง เธอรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเดินตามหลัง แต่เมื่อหันไปก็ไม่มีใคร
เช้าวันต่อมา มลเห็นมีนาเดินถือสมุดจดเล่มเก่า เธอเอ่ยทัก “นั่นสมุดของใครหรือจ๊ะ” มีนาชะงัก “ของ…ของครูแอ๋วค่ะ” เธอยื่นสมุดให้มลโดยไม่สบตา มลเปิดดู ข้างในเต็มไปด้วยข้อความสั้น ๆ ว่า “ใต้ถุน…โม…ขอโทษ…”
มลเริ่มเชื่อว่าทั้งหมู่บ้านรู้ความลับนี้ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เสียงกระซิบยิ่งดังขึ้นทุกคืน เธอเริ่มฝันซ้ำ ๆ ถึงเด็กหญิงในชุดนักเรียนเก่าเดินวนรอบอาคารเรียน
คืนหนึ่ง ฝนตกหนัก เสียงร้องไห้ดังขึ้นใต้พื้นห้องรุนแรงกว่าเดิม มลตัดสินใจหยิบไฟฉาย เดินลงบันไดไปยังใต้ถุน ครั้งนี้เธอไม่ยอมถอยกลับ
ใต้ถุนอับชื้น เย็นยะเยือก มีกลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นไม้ผุ เธอสาดไฟฉายไปรอบ ๆ เห็นรอยขีดข่วนบนเสาไม้ และรูปวาดเด็กผู้หญิงบนผนัง เสียงกระซิบแว่วว่า “โม…อยู่ตรงนี้…”
มลสั่นเทา เธอถามออกไป “โม…ต้องการอะไร” เงาเล็ก ๆ โผล่หลังเสาไม้ เสียงร้องไห้ดังขึ้น “ขอโทษ…หนู…หนูกลัว…” มลเดินเข้าไปใกล้ เงานั้นหายวับไปในความมืด
เธอก้มลงสำรวจใต้ถุน เจอเศษสมุดและเข็มกลัดรูปดาว เด็กหญิงบางคนในหมู่บ้านใส่แบบเดียวกัน มลหยิบขึ้นมาพิจารณา เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลัง เธอหันขวับ เห็นเงาเด็กหญิงยืนห่างไปไม่กี่ก้าว
“โม…ใช่ไหม” เงานั้นสั่นศีรษะเบา ๆ ก่อนกระซิบ “ไม่อยากอยู่ตรงนี้…แต่ไม่มีใครฟัง…ครู…ช่วยบอกทุกคนที…” แล้วเสียงกระซิบค่อย ๆ จางหายไป
เช้าต่อมา มลนำของที่เจอไปให้ครูใหญ่ เขารับไว้เงียบ ๆ สีหน้าหนักใจ มลถาม “เด็กหญิงที่หายไป…เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เขาหลบสายตา แล้วพูดเสียงเบา “ไม่มีใครกล้าพูดถึง…มันเป็นอุบัติเหตุ…แต่บางคนว่ามันคือการลงโทษของบางสิ่งใต้ถุน”
วันนั้นทั้งวัน บรรยากาศในโรงเรียนเงียบผิดปกติ มีนาไม่พูดกับใครเลย มลสังเกตเด็กบางคนแอบร้องไห้ เธอเดินไปหามีนา “ถ้าโมอยู่ตรงนี้จริง หนูอยากจะบอกอะไรไหม” มีนานิ่งไปนาน กัดริมฝีปากแน่น “ขอโทษ…” แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
กลางดึก มลตื่นขึ้นเพราะเสียงกระซิบชื่อเธอ “มล…” คราวนี้เสียงนั้นใกล้มาก เหมือนอยู่ใต้เตียง เธอรวบรวมความกล้า เดินลงไปใต้ถุนอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของตัวเองกระทบพื้นดินชื้น เธอหยุดยืนตรงกลางใต้ถุน เงาเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ครู…ช่วยด้วย…” เสียงนั้นโหยหวน มลถามกลับ “โม…ต้องการอะไรให้ครูช่วย”
เงานั้นร้องไห้ “บอกทุกคนที…อย่าให้มีใครต้องอยู่อย่างหนูอีก…” มลยืนนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า เงาเด็กหญิงค่อย ๆ สลายไปในความมืด เหลือเพียงความเย็นจับขั้วหัวใจ
เช้าวันใหม่ มลเรียกเด็ก ๆ มารวมตัวที่ห้องประชุม เธอเล่าเรื่องที่เจอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “โม…ยังอยู่ที่นี่ เธออยากให้เราจำและไม่ลืม” เสียงเด็กบางคนสะอื้นไห้ ครูใหญ่ยืนฟังเงียบ ๆ มีนาเดินมากอดมลแน่น
ตั้งแต่นั้นมา ใต้ถุนอาคารเรียนถูกปิดตาย ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อีก เสียงกระซิบเงียบหายไป แต่ในคืนที่ฝนตกหนัก ใครบางคนยังคงได้ยินเสียงร้องไห้แว่ว ๆ จากใต้ถุนไม้เก่า ราวกับ…ความกลัวนั้นยังไม่จางหาย