เสียงเงียบในหอ 7
แสงไฟข้างทางสลัวริบหรี่ในค่ำคืนต้นเดือนตุลาคม อากาศเย็นเฉียบลอยปะทะผิวหน้า ทิ้งความเหน็บหนาวไว้ในทุกลมหายใจ หอพัก 7 ตั้งอยู่ริมสุดของมหาวิทยาลัย—ตึกสูงเก่าแก่ที่เปลี่ยวเหงาและเงียบงันจนเหมือนตกค้างจากยุคอดีต ความทรงจำของผู้คนก่อนหน้าถูกฝังกลบอยู่ในกำแพงหนา ไม่มีใครพูดถึงอดีตของที่นี่อีกต่อไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แพร—นิสิตปีหนึ่งผู้เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ยืนลังเลอยู่หน้าอาคารด้วยสัมภาระสองใบ เธอถอนใจยาว มองไปรอบ ๆ หวังจะเห็นใครสักคนที่พอช่วยเหลือ แต่ทว่ามีเพียงความเงียบและเงาของต้นหูกวางที่ไหวระริกเหนือศีรษะ แพรกลืนน้ำลายแล้วดันประตูเข้าไปอย่างช้า ๆ
ล็อบบี้มีเพียงแสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ เสียงรองเท้ายางของแม่บ้านที่เดินถูพื้นดังแผ่วเบาอยู่ลึกเข้าไป แพรเดินเข้าไปใกล้ ยิ้มฝืน ๆ “สวัสดีค่ะ หนูชื่อแพร เพิ่งย้ายมา…อยู่นี่มีใครอยู่ด้วยไหมคะ?”
แม่บ้านเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยดูเหมือนไม่เต็มใจจะคุย “อยู่ห้องไหนลูก?”
“702 ค่ะ”
แม่บ้านหยุดถูพื้นไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มหน้าต่อ “อยู่ชั้นเจ็ด ห้องสุดท้ายทางซ้าย…อย่าทำเสียงดังตอนดึกนะจ๊ะ”
แพรรับกุญแจ หอบสัมภาระขึ้นบันไดทีละขั้น ตึกเก่ากลิ่นเฉพาะตัวผสมกลิ่นไม้ผุและผ้าม่านที่ไม่เคยเปลี่ยน ชั้นเจ็ดเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง เธอหยุดหน้าห้อง 702 ใจเต้นแรง ประตูห้องข้าง ๆ—703—ปิดสนิทและดูเหมือนไม่มีใครอยู่
แพรวางกระเป๋าลง เปิดประตูเข้าไป ห้องของเธอโล่งเรียบ มีหน้าต่างบานใหญ่รับแสงจันทร์ เธอหย่อนตัวนั่งขอบเตียง ถอนใจอีกครั้ง พลันได้ยินเสียงเหมือนกระซิบแผ่วเบาจากกำแพงด้านขวา
แพรกระตุกตัว ชะเง้อมองประตูห้องข้าง ๆ เสียงนั้นเงียบหายไป ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงลมหรือเสียงอะไร เธอส่ายหน้า หันกลับมา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไล่ดูข้อความจากแม่ที่ถามไถ่ความเป็นอยู่
กลางดึกคืนนั้น ขณะทุกอย่างสงบลง แพรสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเหมือนใครลากของหนัก ๆ อยู่ห้องข้าง ๆ เสียงดังสม่ำเสมอเหมือนโซ่เหล็กกระทบพื้น ลากยาวแล้วหยุด ก่อนจะเงียบไปชั่วครู่ แล้วก็เริ่มใหม่
แพรนั่งขดอยู่บนเตียง มือกำผ้าห่มแน่น เงี่ยหูฟัง เสียงเงียบหายไป แต่หัวใจกลับเต้นแรง เธอสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วตัดสินใจส่งข้อความหาเพื่อนร่วมหอ—เมย์—ที่อยู่ห้อง 705
เมย์มาตอนเช้า เธอเป็นเด็กสาวผมสั้น ท่าทีห้าวแต่สีหน้าคล้ายหวาดระแวงบางอย่าง แพรเล่าเรื่องเสียงประหลาดเมื่อคืน เมย์นิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะสบตากันแล้วพูดเสียงเบา
“ห้อง 703 ไม่มีคนอยู่มานานแล้วนะ แม่บ้านไม่ให้ใครเข้า…”
แพรชะงัก “แต่เรายังได้ยินเสียงเมื่อคืน…”
“อย่าคิดมากเลย ที่นี่มันเก่า ของมันหล่นเสียงก็โคลงเครง” เมย์ฝืนยิ้ม แต่แววตาดูไม่เชื่อในสิ่งที่พูด
คืนนั้น แพรพยายามข่มตาหลับ เสียงลากโซ่กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ดังขึ้น เหมือนใกล้มากจนอยู่ข้างหัวเตียง เธอหลับตาแน่น ไม่กล้าขยับตัว เสียงนั้นหยุดลง ก่อนจะมีเสียงเหมือนกระซิบเบา ๆ ดังลอดผนัง—“ช่วยด้วย…”
แพรสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟฉาย ส่องไปตามผนังแต่ไม่มีอะไรผิดปกติ เธอพยายามกลั้นหายใจฟัง—ความเงียบเข้ามาแทนที่อีกครั้ง
วันต่อมา แพรเดินลงไปถามแม่บ้านเรื่องห้องข้าง ๆ แม่บ้านตอบสั้น ๆ “อย่าไปสนใจ ห้องนั้นปิดตาย”
“แล้วเมื่อคืนหนูได้ยินเสียงคน…เหมือนขอความช่วยเหลือ…”
แม่บ้านมองแพรนิ่ง สีหน้าประหลาดใจปนหวาด ๆ ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงไปทางห้องเก็บของโดยไม่ตอบอะไร
แพรเริ่มสังเกตเพื่อนร่วมหอคนอื่น ๆ บางคนรีบเดินผ่านหน้าห้อง 703 อย่างรวดเร็ว บางคนไม่ยอมสบตาเธอเวลาพูดถึงห้องนี้ ความกังวลก่อตัวในใจแพร
ในเย็นวันหนึ่ง ขณะนั่งอ่านหนังสือบนเตียง เธอได้ยินเสียงเหมือนมีคนเคาะเบา ๆ ที่ผนัง “…ช่วยด้วย…ออกไปไม่ได้…” แพรขยับเข้าไปใกล้ กำมือตัวเองแน่น
เธอตัดสินใจเคาะกลับเบา ๆ “ใครอยู่ในนั้นคะ?”
ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงความเงียบอึดอัด เสียงลมหายใจของตัวเองดังกลบทุกอย่าง
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอเล่าเรื่องนี้ให้เมย์ฟังอีกครั้ง เมย์ฟังเงียบ ๆ ก่อนจะถอนใจ “พวกเราทุกคนได้ยินเสียงนั่นหมดแหละ…แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปดู”
“เพราะอะไร?”
เมย์นิ่งไปนาน “ก็…เมื่อห้าปีก่อน มีคนตายในห้องนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร รู้แค่ว่าตั้งแต่นั้นมา ห้องก็ปิดตาย…”
“แล้ว…ไม่มีใครเข้าไปเหรอ?”
“แม่บ้านบอกว่ากุญแจหายไป…แต่บางทีเธอก็พูดเหมือนรู้มากกว่านั้น”
แพรนั่งนิ่ง พยายามประมวลผลกับสิ่งที่ได้ยิน ใจหนึ่งอยากหนี แต่อีกใจกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างเรียกหาเธอจากห้องนั้น
คืนนั้นเอง ขณะไฟในหอพักดับทั้งอาคาร เธอกับเมย์ต้องใช้แสงจากโทรศัพท์เดินไปที่ล็อบบี้เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างเดินผ่านหน้าห้อง 703 แพรหยุดนิ่ง เสียงเหมือนคนขูดผนังดังขึ้นจากข้างใน
“แพร ไปเถอะ” เมย์กระซิบเรียกอย่างร้อนรน
แพรลังเล เดินไปแนบหูที่ประตู เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ดังออกมาอีก “…ช่วยด้วย…อากาศ…ไม่มี…แสง…”
เธอผงะถอยออกมา มองหน้าเมย์ สีหน้าของเพื่อนดูหวาดกลัวชัดเจน เมย์กลืนน้ำลาย “ทุกคนที่เคยอยู่ห้องนี้…ไม่ปกติเลยสักคน”
แพรถามกลับเบา ๆ “หมายความว่ายังไง?”
“มีบางอย่างในห้องนั้น…บางอย่างที่ทำให้คนอยู่ไม่ได้” เมย์เสียงสั่น
ขณะทั้งสองเดินลงไปที่ล็อบบี้ พบน้ำฝน—หัวหน้าหอพัก—ยืนรออยู่ น้ำฝนเป็นหญิงสาวผิวคล้ำ บุคลิกเงียบขรึม เธอมองแพรนิ่ง ๆ “ไปห้องทำงานฉันหน่อยสิ ฉันมีอะไรจะคุย”
ในห้องทำงาน น้ำฝนยื่นแฟ้มเอกสารเก่า ๆ ให้แพร “เปิดดูสิ” แพรเปิดแฟ้ม เห็นรายชื่อผู้พักในหอ 7 หลายปีที่แล้ว มีชื่อซ้ำ ๆ กันอยู่สามคน—และแต่ละปี ชื่อหนึ่งในนั้นจะถูกขีดฆ่าออก
“นี่มันอะไร?”
“มันคือประวัติคนที่หายตัวไปจากที่นี่—ทุกรายที่เกี่ยวข้องกับห้อง 703” น้ำฝนพูดเสียงเรียบ
แพรเงยหน้าขึ้น “แต่ทำไมไม่แจ้งตำรวจ?”
น้ำฝนหลบตา “เคยแจ้งแล้ว ไม่เคยเจอร่องรอยอะไร…เหมือนคนหายเข้าไปในกำแพง”
แพรนิ่งอึ้ง ความกลัวแล่นวาบเข้ามาในอก เมย์กุมมือแพรเบา ๆ “เราเลิกยุ่งกับห้องนี้ดีไหม?”
แต่แพรสั่นศีรษะ “ไม่…ฉันต้องรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน”
คืนนั้น แพรนั่งจ้องประตูห้อง 703 เธอเฝ้ารอเสียงประหลาดอีกครั้ง และมันก็มา—เสียงโซ่เหล็กลาก เสียงขูดผนัง เสียงกระซิบขอความช่วยเหลือ
แต่ครั้งนี้ เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น แตกต่างจากคืนก่อน ๆ “…อย่าไว้ใจพวกเขา…”
แพรขนลุกวาบ เธอเคาะผนังกลับ “พวกเขาคือใคร?”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ ตอบกลับมา
เช้าวันต่อมา แพรเดินกลับไปที่ล็อบบี้ พบแม่บ้านกำลังนั่งพับผ้ากองโต เธอถามเสียงเบา “ป้าคะ เมื่อก่อนป้าเคยเห็นอะไรแปลก ๆ ในห้อง 703 ไหม?”
แม่บ้านหยุดมือ สีหน้าหมองลง “หนูอย่าถามเลยลูก…ของบางอย่างมันต้องอยู่ที่เดิม”
แพรจ้องแม่บ้านเขม็ง “หมายถึงอะไรคะ?”
แม่บ้านหลบตา “อย่าพยายามเข้าไปยุ่ง…ไม่งั้น—” เธอหยุดพูดเหมือนกลัวจะพูดมากกว่านี้
เย็นวันนั้น ขณะนั่งอ่านหนังสือ แขนของแพรชาและเย็นเฉียบ เธอรู้สึกเหมือนมีเงาเลื่อนผ่านข้างหลัง หันไปมองแต่ไม่เจออะไร พอหันกลับ เห็นเงาตะคุ่ม ๆ บนผนังห้อง มีรูปร่างคล้ายคนแต่ไม่มีใบหน้า
แพรขยับตัวถอยหนี กำลังจะหยิบโทรศัพท์ เสียงขูดผนังก็ดังอีก “…อย่าไว้ใจใคร…”
แพรทนไม่ไหว เดินออกไปหาเมย์ เล่าเรื่องทั้งหมด เมย์เงียบไปนาน ก่อนตัดสินใจพาแพรไปห้องเก็บของชั้นล่าง ทั้งสองค้นหากุญแจสำรองของห้อง 703 เจอพวงกุญแจเก่า ๆ ที่มีป้ายซีดจาง “703”
“จะเอาจริงเหรอ?” เมย์ถามเสียงสั่น
แพรพยักหน้า “มันต้องมีอะไรในนั้น”
ทั้งสองแอบขึ้นไปชั้นเจ็ด คืนนี้ไฟในหอพักยังไม่กลับมา ประตูห้อง 703 เย็นเฉียบเหมือนมีอะไรขังอยู่ข้างใน แพรเสียบกุญแจ หมุนเบา ๆ กลอนขยับและประตูแง้มออกเองอย่างช้า ๆ
ในห้องมืดสนิท อากาศชื้นเย็น มีกลิ่นอับเหมือนห้องไร้การอยู่มานาน แพรเปิดไฟฉายส่องดู เห็นข้าวของเก่า ๆ กองบนพื้น มุมหนึ่งมีโซ่เหล็กสนิมเขรอะขดอยู่
เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู “…ช่วยด้วย…”
เมย์ถอยกรูดออกไปทางประตู น้ำตาคลอเบ้า แพรเดินลึกเข้าไป เห็นรอยขูดเป็นทางยาวบนพื้น เสียงลากโซ่สะท้อนในหัว เธอเดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง เห็นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งติดอยู่บนกระจก
เธอหยิบมันขึ้นมา ตัวหนังสือซีดจาง “ออกไป…ก่อนที่จะสาย”
แพรใจเต้นแรง ขณะกำลังจะเดินออกจากห้อง ประตูปิดดังปัง เสียงโซ่เหล็กดังลากผ่านพื้น เมย์ตะโกนเรียก “แพร! ออกมานะ!”
แพรวิ่งไปที่ประตู บิดลูกบิดเต็มแรงแต่เปิดไม่ออก เสียงในห้องดังขึ้นรอบตัว “…เธอจะอยู่ที่นี่ตลอดไป…”
เงาไร้ร่างปรากฏตรงมุมห้อง แพรยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอร้องขอความช่วยเหลือแต่เสียงเหมือนจมหายไปในความเงียบ
ทันใดนั้น เมย์พังประตูเข้ามาได้ ทั้งสองรีบวิ่งออกจากห้องโดยไม่เหลียวหลัง เงายังตามมาเป็นเงาตะคุ่มตามผนัง จนกระทั่งทั้งคู่ล้มลุกคลุกคลานมาหยุดหน้าห้องแพร
ทั้งสองหอบหายใจแรง เมย์กุมมือแพรแน่น “เราออกมาได้แล้ว…”
แต่แพรกลับรู้สึกได้ว่าเงานั้นยังอยู่…ไม่ใช่ในห้อง 703 อีกต่อไป แต่อยู่ในตัวเธอ ในเงาของเธอเอง ทุกค่ำคืนต่อจากนั้น เสียงโซ่เหล็กและเสียงกระซิบยังคงดังก้องอยู่ในความเงียบของหอ 7
ไม่มีใครกล้าเปิดห้อง 703 อีกเลย—และชีวิตของแพรจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป