เสียงสะท้อนในห้องเก็บของ
เมฆดำคลืบคลานเหนือยอดไม้หนาทึบ เสียงฟ้าร้องก้องกัมปนาท ฝนกระหน่ำถาโถมลงมาราวกับจะลบล้างทุกสิ่ง บนถนนเลียบป่า รถกระบะสีน้ำตาลเก่าๆ แล่นฝ่าฝนด้วยความเร็วต่ำ ล้อหมุนเปียกปอน กระจกฝ้าจากไอเย็น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ภายในรถ เสียงเพลงจากวิทยุดับวูบเมื่อฟ้าผ่าลงใกล้ๆ “เหนื่อยว่ะ ไอ้โจ้ มองไม่เห็นทางเลย” ไอ้เป้ คนขับพูดพลางเหลือบมองกระจกหลัง มีโจ้ เพื่อนสนิทดวงตาเข้มขรึม นั่งข้างคนขับ สายตามองถนนข้างหน้าอย่างกังวล
ข้างหลังมีลิซ่า สาวมั่นผมสั้นใส่แว่นดำ แม้จะค่ำแล้ว กับแป้ง สาวผิวขาวซีด หน้าตาเงียบขรึมกำมือจนสั่น “ถ้าไม่หาที่พักคืนนี้ ฉันว่าเราไม่รอดนะ” ลิซ่าพูดขึ้น น้ำเสียงอ่อนแรง
เป้ถอนหายใจ มองข้างทาง “ไอ้โจ้ บ้านหลังนั้น…เห็นไหม?” บ้านไม้สองชั้นทรุดโทรมตั้งตระหง่านในเงาของสนสูง พวกเขาเลี้ยวรถเข้าไปโดยไม่มีทางเลือก เสียงน้ำเฉะตามล้อรถจนถึงลานหน้าบ้าน
โจ้ลงจากรถก่อน ลมเย็นเฉียบพัดวูบมากระแทกหน้า เสียงใบไม้สั่นลู่เหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวในความมืด “เดี๋ยว…ค่อยๆ เดินตามมา” โจ้บอก ทุกคนรีบคว้าสัมภาระ ส่วนแป้งเดินรั้งท้าย ใบหน้าไร้สีเลือด
ประตูบ้านไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเป้ผลักเข้าไป กลิ่นอับและความเย็นชื้นตลบขึ้นทันที แสงไฟฉายสะท้อนผนังสีหม่น พวกเขาเดินสำรวจห้องโถง พื้นไม้บางแผ่นยุบตัวลงอย่างน่ากลัว
“ที่นี่มัน…ร้างมานานแล้วใช่ไหม” ลิซ่าถามแผ่วเบา โจ้พยักหน้า ไม่พูดอะไร แป้งหยุดยืนหน้าบันไดไม้ มองขึ้นไปข้างบน “มีใครได้ยินเสียงเหมือนคนเดินข้างบนไหม?” ทุกคนเงียบ ไม่มีเสียงใดนอกจากหยาดฝนกระทบหลังคา
แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไร เสียงกระทืบเท้าเบาๆ ดังมาจากห้องเก็บของเล็กๆ ใต้บันได ทุกคนหันขวับไปมอง เป้กลืนน้ำลาย “แค่หนูหรือเปล่าวะ?”
“ฉันว่ามันไม่ใช่หนู” เสียงแป้งแผ่วเบา ใบหน้าเธอซีดจางเข้าไปอีก ลิซ่าสะบัดไหล่ “จะอะไรก็ช่างเหอะ ขอให้คืนนี้รอดก่อน”
ในค่ำคืนนั้น หลังจัดของ พวกเขามารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น เป้พยายามหาเรื่องคุย “ถ้าเราออกจากป่านี่ได้ จะไม่มาอีกเด็ดขาด” โจ้หัวเราะขื่น “พูดเหมือนเราจะไม่รอด”
ลิซ่านั่งกอดเข่า แอบมองไปรอบๆ “ที่นี่มันแปลก…เหมือนอยู่กันสี่คน แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนมากกว่านั้น” ทุกคนเงียบ
เสียงขูดขีดใต้พื้นดังขึ้น ทุกคนชะงัก เป้กลืนน้ำลาย “นี่มันบ้าไปแล้ว…” แป้งไม่พูดอะไร เดินออกจากห้องไปเงียบๆ ลิซ่าถาม “เธอไปไหน?”
แป้งตอบแผ่วแผ่ว “ไปหาห้องน้ำ” เป้ลุกตาม “เดี๋ยวไปด้วย” เสียงฝีเท้าเบาๆ ของทั้งคู่ลับไปทางทางเดินแคบที่นำไปสู่ห้องน้ำด้านหลังบ้าน
ในห้องน้ำ แสงไฟกะพริบ แป้งยืนหน้ากระจก สบตาตัวเอง สีหน้าว่างเปล่า “เป้…” เธอพูดเบาๆ เป้ยืนข้างหลัง “อะไร?” “นาย…เคยเสียใจอะไรหนักๆ ไหม?” เป้ดูงุนงง “ทำไมถามงั้น”
แป้งยิ้มจางๆ “แค่คิดว่าบางที…บ้านนี้อาจซึมซับความรู้สึกแบบนั้นเอาไว้” เป้ถอนหายใจ “อย่าคิดมากเลย”
เมื่อทั้งสองเดินกลับ เสียงกระดิ่งแผ่วๆ ดังขึ้นในความเงียบ โจ้กับลิซ่ามองหน้ากัน “ได้ยินไหม?” โจ้พยักหน้า เสียงนั้นดังขึ้นจากห้องเก็บของ
ทุกคนมารวมตัวหน้าห้องเก็บของ ประตูไม้เก่าๆ มีคราบสนิม แป้งยกมือจะเปิด แต่มือสั่น “ไม่ต้อง…เดี๋ยวฉันเปิดเอง” โจ้พูด ก่อนค่อยๆ ดันประตูเข้าไป
ในห้องมีของเก่ากองระเกะระกะ กลิ่นฝุ่นขมปร่าแสบจมูก แสงไฟฉายจับไปที่กล่องไม้โบราณ บนฝาปิดมีรอยขีดเขียนเป็นอักษรแปลกๆ “นี่มันภาษาบ้านไหนวะ?” เป้ถาม ลิซ่าก้มลงดู “เหมือนอักษรโบราณ”
แป้งเดินวนอยู่ในห้อง สายตาเหมือนจับจ้องอะไรที่มองไม่เห็น “อย่าไปยุ่งกับกล่องนั้น” เธอพูดเสียงสั่น ทุกคนหันมองด้วยความแปลกใจ
ลิซ่าสูดลมหายใจ “ฉันไม่ชอบที่นี่เลย…ทำไมถึงรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา” แป้งไม่ตอบ ดวงตาไหววูบ ก่อนเดินออกจากห้องไป
คืนนั้น พวกเขาปิดประตูห้องเก็บของและแยกย้ายกันนอน เสียงฝนกระหน่ำยังคงดังก้องกลบความเงียบ กลางดึก เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง ลิซ่าลืมตาขึ้น มองไปรอบห้อง เห็นแป้งเดินออกจากห้องช้าๆ
ลิซ่าลุกขึ้นตาม ค่อยๆ เดินตามทางเดินแคบ เสียงฝีเท้าเบาๆ นำไปสู่ห้องเก็บของ ประตูเปิดแง้มอยู่ เงาของแป้งทอดยาวบนพื้น ลิซ่าแอบดูด้วยใจเต้นแรง เห็นแป้งนั่งคุกเข่าหน้ากล่องไม้ เอื้อมมือเปิดฝากล่อง
ในกล่องมีผ้าขาวบางๆ พันห่อของบางอย่างไว้ แป้งยกขึ้นมาช้าๆ ภายในเป็นกระดิ่งเงินเก่าๆ เสียงแผ่วเบาดังขึ้นในความเงียบ ลิซ่ายืนตัวแข็ง ไข้จับใจ “แป้ง…อย่า…” เธอกระซิบ เบาเกินกว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องเก็บของปิดดังปัง ลิซ่าสะดุ้งสุดตัว แป้งหันขวับมาสบตา ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและหวาดกลัว “มีบางอย่าง…อยู่ที่นี่” เธอพูดแผ่วเบา
ลิซ่าวิ่งกลับห้องไปปลุกโจ้กับเป้ “รีบไปดูแป้ง!” ท่ามกลางความโกลาหล ทั้งสามกลับมาที่ห้องเก็บของ แต่แป้งหายไปแล้ว กล่องไม้เปิดอ้า ผ้าขาวขยุ้มกองอยู่ตรงพื้น กระดิ่งเงินวางนิ่งอยู่บนพื้นไม้
“เธอหายไปไหน?” เป้ถามเสียงสั่น โจ้ส่องไฟฉายไปรอบห้อง ไม่มีร่องรอยอื่นนอกจากเงาและเสียงฝนที่ยังไม่หยุดตก
ทั้งสามค้นหาตลอดคืน แต่ไม่พบแป้ง พวกเขาตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ แต่สัญญาณโทรศัพท์ขาดหาย ทุกอย่างเงียบสงัดจนน่าขนลุก
รุ่งเช้า เมฆฝนยังไม่จาง เป้เดินไปที่ห้องเก็บของอีกครั้ง พบว่ากระดิ่งเงินหายไปแล้ว รอยฝุ่นบนพื้นเหมือนถูกลากออกไปทางประตูหลังบ้าน ทุกคนเริ่มถกเถียงกันด้วยความเครียด
“ฉันว่าเราเจอของไม่ดีเข้าแล้วแน่ๆ” ลิซ่าสะอื้นเสียงสั่น “มันไม่ใช่แค่แป้งหายไป แต่เหมือนเรากำลังถูกล่าช้าๆ”
โจ้หันไปหาเป้ “นายมีอะไรปิดบังเราหรือเปล่า?” เป้สบตาโจ้อย่างมีพิรุธ ก่อนจะหลบตา “เปล่า…แค่รู้สึกไม่ดีตั้งแต่แรกแล้ว”
วันผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความหวาดกลัวกัดกินทุกคน เสียงกระดิ่งยังคงดังแว่วในความเงียบ ทุกคืนมีเงาประหลาดปรากฏตามมุมห้อง แสงไฟกะพริบวูบวาบเหมือนกำลังจะดับ
ลิซ่าเริ่มเห็นภาพหลอน เธอฝันว่ามีเด็กหญิงผมยาวเดินวนรอบบ้าน เสียงกระดิ่งดังแว่วทุกครั้งที่เด็กคนนั้นผ่าน ลิซ่าสะดุ้งตื่นกลางดึก เหงื่อแตกพลั่ก
โจ้เริ่มนอนไม่หลับ เขานั่งจ้องกล่องไม้แต่ไม่กล้าเปิด รอยขีดเขียนแปลกๆ บนฝากล่องดูเหมือนจะขยับได้เองตามแสงไฟ
คืนต่อมา ลิซ่าได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ จากห้องเก็บของ เธอลุกขึ้นไปดู พบกล่องไม้วางอยู่กลางห้อง กระดิ่งเงินกลับมาอยู่บนฝากล่อง
เป้ทนไม่ไหว เดินไปหยิบกล่องออกมา เธอทุบมันสุดแรง ฝากล่องเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้ในกล่องมีเศษผ้าขาวชิ้นใหม่ ซึ่งเปียกชื้นและส่งกลิ่นแปลกๆ
โจ้ชะงัก มองเป้อย่างไม่ไว้วางใจ “นายมีอะไรจะบอกหรือเปล่า?” เป้สบตาโจ้ น้ำเสียงสั่น “เมื่อก่อน…ฉันเคยมาเล่นที่นี่กับพี่สาว ตอนเรายังเด็ก”
ลิซ่าหันขวับ “นายพูดอะไร?” เป้พูดต่อ “พี่สาวฉัน…หายตัวไปในบ้านหลังนี้” เสียงในห้องเงียบกริบ ลิซ่ากุมขมับ “ทำไมเพิ่งบอก!”
เป้สะอื้น “ฉันไม่กล้าพูด…ฉันกลัว”
โจ้เดินเข้ามากระชากเป้ “แล้วเกี่ยวอะไรกับเราตอนนี้?” เป้ส่ายหน้า “ฉัน…ไม่แน่ใจ แต่ฉันฝันถึงพี่สาวตลอด เธอใส่ชุดขาว มือถือกระดิ่งเงิน”
ลิซ่ามองกล่องไม้ “หรือกระดิ่งนี่เป็นของพี่สาวนาย?” เป้พยักหน้า น้ำตาคลอ “ใช่…ตอนเธอหายไป ฉันได้ยินเสียงกระดิ่งดังตลอดคืน”
โจ้ถอนหายใจ “งั้นเราออกไปจากที่นี่เถอะ” แต่เมื่อทั้งสามพยายามเปิดประตู พวกเขาพบว่าประตูและหน้าต่างทั้งหมดถูกล็อกจากด้านนอก ไม่ว่าจะกระแทกเท่าไหร่ก็ไม่ขยับ
ภายในบ้านเงียบกริบ เสียงกระดิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เงาเด็กหญิงผมยาวเริ่มปรากฏตามมุมห้อง หัวเราะแผ่วเบา “พวกเธอ…ได้ยินไหม?” เสียงกระซิบแผ่วอกสั่นขวัญแขวน
ตลอดคืนทั้งสามหลบซ่อนในห้องนั่งเล่น ลิซ่าร้องไห้ออกมา “มันจะเอาเราไปทีละคนใช่ไหม?” เป้กุมมือแน่น “ฉันขอโทษ…ฉันไม่น่ากลับมาเลย”
โจ้พยายามหาทางออก เดินวนไปรอบบ้าน สุดท้ายพบว่าห้องเก็บของเหมือนขยายใหญ่ขึ้นในความมืด เขาก้าวเข้าไป เสียงกระดิ่งดังก้องอยู่ในหัว
ในห้องเก็บของ โจ้เห็นเงาเด็กหญิงนั่งก้มหน้าอยู่กลางห้อง เขาถามเสียงสั่น “เธอ…เป็นใคร?” เด็กหญิงเงยหน้าช้าๆ ดวงตาว่างเปล่า “พวกเธอ…ลืมฉันได้ยังไง?” เสียงกระดิ่งดังขึ้นพร้อมกับเงาแป้งที่เดินเข้ามาช้าๆ ตามหลัง
ลิซ่าและเป้ตามเข้ามาในห้อง เห็นโจ้ยืนนิ่งงัน เด็กหญิงลุกขึ้นชี้นิ้วมาทางเป้ “นายสัญญาว่าจะไม่กลับมา แต่นายก็กลับมา…” เป้ร้องไห้ “ฉันขอโทษ…ฉันแค่คิดถึงเธอ”
แป้งเดินเข้าไปหาเด็กหญิง วางมือบนบ่า “พอเถอะ…ปล่อยพวกเขาไป” เด็กหญิงจ้องหน้าแป้ง น้ำตาไหลช้าๆ “ไม่มีใครคิดถึงฉัน ไม่มีใครจำได้…”
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างเงียบสงัด เงาของเด็กหญิงจางหายไป เหลือเพียงกล่องไม้และกระดิ่งเงินวางนิ่งอยู่กลางห้อง
เช้าวันต่อมา ประตูบ้านเปิดออก ลิซ่า โจ้ และเป้เดินออกมาในสภาพอ่อนล้า ไม่มีแป้งอยู่ด้วย พวกเขาเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับ
ในความเงียบของบ้านหลังนั้น เสียงกระดิ่งยังคงแว่วอยู่ในห้องเก็บของ พร้อมเงาเด็กหญิงที่นั่งรอใครบางคนกลับมาอีกครั้ง