หมอกสีเงิน แห่งสถานีอวกาศซิเฟียร์
หน้าต่างทรงกลมสูงสามเมตรมองทอดออกไปสู่ความว่างเปล่า เบื้องหน้า สถานีอวกาศซิเฟียร์ตั้งลอยนิ่งใต้เงาดาวมหึมา ลุกซ์เดินนำเพื่อนเข้าสู่ประตูล็อกแอร์ ทุกคนสวมชุดแรงโน้มถ่วงบางเบา ชะโงกหน้ามองปล่องทางเดินที่เหมือนหลอดโลหะยาวไร้จุดจบ ด้านหลังคือ เรียว มือถืออุปกรณ์สแกน ไพออน จ้องท้องฟ้าว่างเปล่าผ่านกระจกใส ฝัน หนุ่มหน้าดุดันขยับสมุดวาดในมือ ส่วนอายัน สาวร่างเล็กลังเลก้าวเดิน ดูจะกลัวมากที่สุดในกลุ่ม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เราแน่ใจนะ ว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างใน?” ไพออนกระซิบเบา ๆ กับเรียว ขณะเดินแทรกหมอกสีเงินที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือพื้นกึ่งโปร่ง ปุ่มไฟฉายบนมือถือฉายแสงเดินนำ ลุกซ์หยุดฟังเสียงเซ็นเซอร์ – คลื่นแปลกประหลาดสะท้อนเสียดสีคลอเคลียกับผนังโลหะ
“ไม่มีสัญญาณชีพ แต่มันมีอะไรไม่ชอบมาพากล” เรียวตอบ สีหน้าครุ่นคิด วิตกซ่อนอยู่ในแววตา ฝันละมือจากสมุดวาด ไล่ตามสมุดโน้ตที่ลอยออกไปช้า ๆ
เสียงแหลมแว่วจากช่องอากาศ ลุกซ์ชะงัก กวาดตามองเพื่อน ๆ “อายัน…”
เด็กสาวหน้าซีด เธอกำลังเก็บของหล่นอยู่ริมผนัง มือสั่นเทา “มันมี…เสียงเหมือนกระซิบ” อายันพูดด้วยเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน ทุกคนหยุดนิ่ง เงียบ ซึมซับเสียงหวีดและสิ่งที่ติดตามมาในหมอก
ฝันพ่นลมหายใจแรง “อย่าทำตัวประหลาดดิ” เขาเน้นเสียงเพื่อกลบความกลัวในใจตนเองมากกว่าคนอื่น
ไพออนขยับมาใกล้จับไหล่เพื่อน “ตั้งสมาธิไว้ เราต้องเจออะไรแค่เท่าที่เห็นก็พอ”
ไฟฉายของลุกซ์สาดไปพบนาฬิกาสำรองฝังบนผนัง – มันยังเดินต่อเนื่อง ทั้งที่ทุกอย่างควรดับหมดตั้งแต่สถานีนี้ถูกทิ้งร้างไป
แต่ละคนมองสบตากัน ความอึดอัดค่อย ๆ งอกงามในกลุ่ม ศรัทธาที่มีต่อลุกซ์ในฐานะหัวหน้าดูต่างจากในห้องเรียนโดยสิ้นเชิง
“เราต้องไปที่ศูนย์ควบคุม” ลุกซ์ออกคำสั่ง เป้าหมายคือเก็บข้อมูลซากสถานี แต่ภารกิจยิ่งดูลี้ลับขึ้นทุกที
“ถ้ามีใครติดอยู่ล่ะ?” อายันถามเสียงสั่น
“ไม่มีข้อมูลการร้องขอช่วยเหลือ นอกจากสัญญาณสั้น ๆ ที่… ยังไม่คลี่คลาย” เรียวอธิบายแบบไม่มั่นใจนัก
พวกเขาเดินต่อ จังหวะก้าวช้าลง ท่ามกลางเสียงจังหวะหัวใจและกลิ่นเหล็กสนิม
ระหว่างเดิน ฝันเปิดวิทยุติดเข็มขัด ทว่าไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงสัญญาณคลื่นรบกวนและเสียงเหมือนลมหายใจผ่านหมอก บรรยากาศยิ่งแน่นขนัดจนไพออนต้องกอดอก เดินเกร็ง
“ที่บ้านไม่เคยบอกเลย จะมีประสบการณ์จริงแบบนี้” ไพออนบ่นต่ำ ๆ คล้ายอยากให้ใครมาฟัง ฝันขำในคอ “เงียบหน่อย เดี๋ยวสิ่งที่อยู่ในนี้จะได้ยิน”
อายันเม้มปาก ไม่กล้าขัด ดวงตาวูบวาบเศร้า “เราคิดถึงบ้าน”
ลุกซ์หยุดเดิน กดมือขอให้ทุกคนเงียบ ไฟฉายของเขาส่องไปที่แผงประตูบานหนึ่ง – มีรอยมือเลือดจาง ๆ ลากยาว สะท้อนเงาราวกับดวงตาที่จับตาดู
“ใครจะกลับก็กลับตอนนี้นะ” เขาตัดบท บรรยากาศมืดทึบขึ้นในทันใด ฝันหัวเราะเบา ๆ “นายพูดงี้ทุกที แต่เราไม่เคยออกจากเกมนี้เลย”
เสียงกระทืบเท้าเบา ๆ ด้านในประตู ดังขึ้น เหมือนมีคนอีกกลุ่มรออยู่หัวมุม ลุกซ์พยักหน้าให้ทุกคนเตรียมพร้อม ไพออนจับมืออายัน จุดเริ่มต้นของความไว้ใจที่เปราะบาง
ไฟกระพริบหล่อหลอมหมอกสีเงิน สะท้อนพื้นทางเดินเป็นเงาเลิบโยก ขณะทั้งหมดก้าวข้ามธรณีประตูที่เสียงหัวใจเต้นแรง เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยในม่านหมอก
ช่องเดินเลี้ยวขวา ฟ้าสลัวเรืองสีฟ้า เข้าสู่ห้องสอบปฏิบัติการ ศพโครงกระดูกนักบินอวกาศนอนคว่ำบนแผงคอนโซล ภาพตัดขั้วจินตนาการของทุกคนลงชั่วขณะ ทุกสายตาทำอะไรไม่ถูก
เรียวยืนอึ้ง ไพออนกลืนน้ำลาย ฝันขมวดคิ้วมองรอยเลือดเปรอะเสื้อ
ลุกซ์เดินไปยืนใกล้ร่างนั้น ชะโงกดูหน้าหมวกกันกระแทก ฝุ่นเกาะเต็มจนถึงขั้นอ่านหาชื่อไม่เจอ
อายันย่นหน้าผาก มองนิ่ง ๆ “คิดว่าเขายังเจ็บอยู่ไหม…” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
ฝันแกล้งยักไหล่ “ก็ถ้ายังเจ็บก็คงร้องแล้วแหละ…”
ไฟสปอร์ตไลท์ตรงแผงควบคุมกระพริบหนึ่งที ก่อนดับลงกะทันหัน ทุกเสียงกลืนหายเป็นความเงียบ ไพออนตั้งท่าจะเปิดไฟฉายเพิ่ม แต่ลุกซ์บอกให้รอก่อน
“ถ้ามีบางอย่างในหมอก มันมักโผล่มาเวลาเราช่วยตัวเองไม่ได้นี่ล่ะ” ลุกซ์สบตากลุ่ม
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังออกจากช่องถ่ายอากาศ ไพออนสะดุ้งเผลอหลุดอุปกรณ์ออกจากมือ มันกลิ้งลงตามรอยปล่อง
“เรา… เราควรตามไปไหม?” อายันขยับปากถาม เรียวก้มลงมองปล่องนั้น ลังเล
“ไม่มีใครอยากลง แต่ของนั่นสำคัญ” ลุกซ์ตัดสินใจลากพวกเขาเข้าช่องแคบ ไล่ตามอุปกรณ์สแกน
ฝันขวางไว้ “นายแน่ใจหรือไง?”
ลุกซ์นิ่ง กลืนน้ำลาย “ไม่แน่ใจ แต่เราต้องไปต่อ ไม่งั้นกลับออกไปมือเปล่า” เขาเดินนำลงไป ทุกคนจำใจตามโดยไม่มีแสงนำทางอีก
อากาศตอนนี้อึดอัด เหงื่อผุดตามไรผมของอายัน เธอเผลอสวดมนต์ในใจ ฝันจ้องหน้ามองความกลัวสะท้อนผ่านตนเองและเพื่อน ๆ
เรียวคืบคลานสุดท้าย ตาของเขาพร่ามัวจากหมอก เขาหยุดกลางปล่องสูดหายใจเงียบ ๆ ฟังเสียงก้อง อายันหันมอง “สบายดีไหม?”
“มัน… มันมีเสียงเหมือนคนร้องให้ช่วยอยู่ข้างหลังเรา” เรียวบอกเบา ๆ
ขณะคลานต่อ หมอกหนาแน่นขึ้น เหมือนกำลังกลืนพวกเขาทีละก้าว ไพออนกัดฟัน มองพื้นห้อง ฝันกระซิบ “ถ้ามันคือคำสาป?”
“ไอ้เรื่องเล่น ๆ นั่นน่ะ เลิกคิดได้ยัง?” ลุกซ์ตอบทันที แต่ก็มีแววลังเลในน้ำเสียง
อุปกรณ์ของไพออนหล่นต่อหน้าลุกซ์ เขาหยิบขึ้นกลางช่องทางแคบ เสียงกระซิบประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนดูอิดโรย
ทันใดนั้น อายันร้องขึ้น “มันจับขาเรา!” ฝันคว้าตัวเธอไว้ทัน แต่ทั้งคู่ล้มลง รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมองพวกเขาจากความมืด เรียวดึงไฟฉายเสริมขึ้นมา ฉายพบคราบน้ำหมอกสีเงินซึมบนพื้นรูปวงกลม
หมอนรองศีรษะเก่าๆ ของนักบินคนก่อนยังวางอยู่ข้างแผง หน้าจอแสดงผลขึ้นภาพเหมือนข้อความรหัส ลุกซ์หยุดชะงัก อ่านรอยขีดในหมอกด้วยความเอะใจ ไพออนหอบหายใจแรง เงียบลง
อายันถอนหายใจ เมื่อทุกอย่างนิ่ง ลุกซ์พูดเสียงเบา “เราต้องออกจากที่นี่ให้ได้ ก่อนสถานีทั้งสถานีจะกลายเป็นหลุมฝังศพของเรา”
ไพออนกอดสมุดวาดของฝันแน่นราวกับเป็นเครื่องราง “ต้องมีวิธีสิ” ฝันเอื้อมหยิบสมุด วาดภาพระบายความกลัวลงบนกระดาษ ในนั้นคือภาพเด็กห้าคนยืนท่ามกลางหมอกเดียวกัน
เรียวหยิบคอมพิวเตอร์พกพา ค้นหาเส้นทางที่อาจออกจากหมอกนี้ได้ ระหว่างค้น ข้อมูลลึกลับปรากฏขึ้น – รายชื่อนักศึกษาที่เคยปฏิบัติการกลุ่มหนึ่ง หายไป ไม่มีรายงาน ยกเว้นชื่อหนึ่งที่คุ้น…ชื่อ “ลุกซ์” แทรกอยู่ในอดีตเมื่อหลายปีก่อน
เรียวค่อย ๆ หันไปมองลุกซ์ไม่วางตา “นี่มันอะไรกันแน่…” เสียงเขาแตกพร่า หูอื้อตึงเพราะความจริงที่ปะทะใจ
ลุกซ์เม้มปากแน่น นัยน์ตาทึบลง “เราควรรีบออกจากนี่ ก่อนจะไม่มีใครได้กลับ” เขาตัดบท ใจติดกับความกลัวที่เริ่มคืบคลานมาจนถึงขีดสุด
ไพออนจ้องหน้าลุกซ์ “ไม่จริงใช่ไหม นายไม่ได้…”
ลุกซ์เบนสายตาหนีนิ่ง “เวลานี้ ปลอดภัยไว้ก่อน ทุกคน”
แต่ละคนแยกย้ายตรวจสอบห้องข้างเคียง ฝันเดินไปตามรอยเลือดที่ลงลึกไปยังห้องบำรุงรักษา ไฟในห้องนั้นกะพริบวูบวาบ เมื่อล็อกประตูไว้ เสียงกระซิบในหมอกกลับยิ่งดังชัด สะท้อนเป็นคำว่า “ออกไป…”
อายันเดินตามฝัน มือถือสมุดวาดแนบอก “ถ้าเราไม่รอด พวกเราจะกลายเป็นวิญญาณที่นี่ไหม?”
ฝันขยับเข้าหา บีบมืออายันเบา ๆ “เราจำเป็นต้องรอด เราต้องมีโอกาสเล่าเรื่องนี้ออกไป”
แต่ละคนเริ่มหวาดระแวงกันเองมากขึ้น เมื่อเรียวค้นเจอประตูเหล็กที่มีสลักรอยกลอนประหลาด การประชุมกลุ่มตัดสินใจจะเข้าตรวจสอบ
ลุกซ์ส่องไฟไปที่ร่องกลอน “นี่ไม่ใช่ของที่มนุษย์ติดตั้ง คงมีบางอย่างเก่ามากกว่าเราอยู่ก่อนแล้ว”
ฝันเตะของที่พื้นออกอย่างหงุดหงิด “ทำไมต้องเล่นเกมส์คนขี้ขลาด นายไม่กล้าก็บอก ไม่ต้อง…!”
ตอนนั้น หมอกในห้องเปลี่ยนเป็นลักษณะหมุนวนเหมือนพายุขนาดจิ๋ว ครู่เดียวก็เงียบอย่างไร้ร่องรอย ทุกสายตาปะทะเข้าใจกัน ระหว่างความกลัว และความหวังลาง ๆ
เมื่อประตูเปิดออก ช่องทางนำไปสู่ใจกลางสถานี – ห้องทดลองที่มีบันทึกเสียงปิดไฟล์ไว้กว่า 30 ปี ไพออนเปิดเครื่อง – เสียงสาวต่างดาวคนหนึ่งกรีดร้อง ตามด้วยเสียงหัวเราะจากลึก ๆ
เรียวคอยสังเกตสีหน้าของลุกซ์ ทุกคำพูดจากนั้นเต็มไปด้วยความระแวง “นี่ไม่ใช่การฝึกงานแล้ว นี่คือกับดัก”
“นายรู้มานานใช่ไหม?” อายันถามพึมพำ
ความเงียบโรยตัว ฝันยื่นมือดึงอายัน “ถ้าเขารู้อะไร เราก็ต้องรู้เหมือนกัน พวกเราอยู่ที่นี่ด้วยกัน”
ลุกซ์เม้มปาก ก้าวออกมาพูด “ตอนปีก่อน เรา…เคยอยู่ในสถานีนี้ กลุ่มนั้นหายไปหมด เหลือเราเพียงคนเดียว แต่เราไม่เคยบอกใคร เพราะกลัวว่า…ทุกคนจะกลัวและทิ้งกัน”
อายันร้องไห้เงียบ ๆ ฝันหุบปากนิ่ง เรียวกระชากลุกซ์ “เพราะความกลัวนาย เราถึงไม่มีข้อมูลอะไรเลย!”
ไพออนถอยออกมากอดอก เขาค่อย ๆ ปลดอุปกรณ์ลง “นี่เราควรเชื่อใจนายหรือเปล่า?”
หมอกบางส่วนเคลื่อนย้ายเหมือนตอบสนอง – เสียงกระซิบชัดเจนขึ้นว่า “อยู่นี่… อยู่กับเรา…”
ฝันหยิบสมุดวาดฉีกภาพออกทีละแผ่น “ถ้าเราจะออกไป ต้องวางอดีตไว้ก่อน…”
อายันจับภาพในมือฝัน เหนี่ยวหัวใจที่เจ็บปวดจากเรื่องราวในหมอก “ฉันกลัว แต่ถ้าเราหนี เราจะหนีไปตลอดชีวิต”
เรียวลดเสียงต่ำ ตัดผมที่ปรกตา “ฉันผิดเอง ที่ไม่กล้าบอกความจริงว่ามีสิ่งผิดปกติตั้งแต่เข้ามา”
เสียงหมอกเมื่อเห็นความสามัคคีคลายลงภายในใจกลางห้องทดลอง สีเงินจาง นิ่งชั่วครู่ – ประตูฉุกเฉินกะพริบไฟขึ้นอัตโนมัติ
ลุกซ์เป็นคนเลือกกดเปิดเส้นทางหนี จังหวะนั้น เสียงหมอกกรีดร้องดังที่สุด ทุกคนต้องตัดสินใจวิ่งสวนทางเสียงขู่ไว้อย่างบ้าคลั่ง ฝันพยุงอายัน ไพออนดันเรียว ลุกซ์วิ่งนำหน้าสุด เสียงข้างหลังกลืนหายไปในความมืด
เมื่อถึงแอร์ล็อกเดิม ทุกคนหอบเหนื่อย ร่างสะบักสะบอม แต่รอดผ่านม่านหมอกสีเงินออกมาได้ เสียงขู่และกระซิบเบื้องหลังเงียบลง
บนยานสำรอง ฝันเปิดสมุดวาดหน้าใหม่ วาดภาพมือห้าคู่วางทับกัน อายันยิ้มเจื่อน รอยน้ำตายังไม่จาง แต่สายตาแข็งแกร่งขึ้น
“ครั้งนี้ เราเป็นคนใหม่ – ทุกคน” อายันพูดเสียงแผ่วเบา ทุกคนจับมือกัน ความกลัวเก่า ๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งใหม่
เรียวปิดสมุดบันทึกชีวิตฝึกงาน ไพออนหอบหายใจสุดท้าย ลุกซ์มองหมอกสีเงินในหน้าต่างไกล ๆ ใจรับรู้อดีตแล้วก้าวข้ามทุกอย่างได้ในที่สุด
สถานีอวกาศซิเฟียร์เหลือเพียงเงาและเสียงในอดีต สายสัมพันธ์ที่รอดมา เปลี่ยนความกลัวเป็นความหวัง – และเดินก้าวใหม่ในจักรวาลอันเวิ้งว้างไกลโพ้น