รอยยิ้มระหว่างเรา
สายฝนโปรยลงบนหลังคาโรงอาหาร ค่ำวันหนึ่งกลางเทอมสองในรั้วมหาวิทยาลัย ต้นกล้าโผล่หัวเข้ามาใต้หลังคา พยายามปัดหยดน้ำออกจากผม เขาชำเลืองหาขวัญที่นั่งอยู่ใกล้หน้าต่าง กระเป๋าลายแมววางข้างตัว รอยยิ้มคุ้นตาแวววาวอยู่บนใบหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เปียกไหม?” ขวัญเอ่ยเบา ๆ มือยื่นกระดาษทิชชูให้ ต้นกล้าแกล้งถอนหายใจอย่างเดือดร้อน
“เปียกเฉพาะผมหัวใจยังแห้งอยู่นะ” เขาพูดกึ่งจริงกึ่งเล่น ขวัญหัวเราะและส่ายหน้าเอือม ๆ
เสียงลมหายใจของทั้งสองแทรกมาแทนเสียงพูดชั่วขณะ สงบ แต่ไม่ได้ว่างเปล่า
เพื่อนร่วมโต๊ะเดินมาทักพอดี ต้นกล้าขยับไปใกล้ขวัญ—ใกล้มากพอให้ได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง ขวัญสังเกตแต่เลือกเงียบ ต้นกล้าเหล่มอง นึกถามในใจว่าถ้าพูดอะไรออกไปตอนนี้…จะยังเป็นเพื่อนกันไหม
หลังเลิกเรียน ขวัญรอที่ป้ายรถเมล์ ต้นกล้าถือร่มมายืนข้าง ๆ โดยไม่ทันได้เอ่ยปาก
“ขวัญ เคยคิดอยากย้ายเมืองกลับบ้านบ้างไหม?” ต้นกล้าถามเสียงเบา นิ้วบีบร่มแน่น
ขวัญนิ่งไปอึดใจ “ไม่หรอก ที่นี่…มันเหมือนอนาคตน่ะ”
“ฉันคิดถึงบ้านทุกคืนเลย แต่ถ้ากลับไป ไม่รู้จะเจออะไร หรือใครต่อ” เขายิ้มเศร้า รอยโรคเก่าที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
“ฉันกลัว…ถ้าอยู่ไกลกัน เราจะลืมกันไหม?” ขวัญถามเสียงคล้ายกระซิบ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ต้นกล้าหญิงตามองฟ้า ไม่ตอบ ร่มหมุนไปตามสายลม กลิ่นฝนแตะปลายจมูก
วันต่อมาในคลาสออกแบบ ต้นกล้าเผลอลูบแก้วนํ้าเดินเล่นอย่างเซ็ง ขวัญกำลังพูดกับกลุ่มเพื่อนอีกฝั่ง ใบหน้าสดใสกว่าทุกที ต้นกล้ามองนิ่ง สายตาสะท้อนความใจหาย
หลังเลิกคลาส ทั้งคู่นัดอ่านหนังสือในห้องสมุด ต้นกล้าเปิดหนังสือพลิกไปมา ขวัญก้มเขียนโน้ต
“ขวัญ ฉันเคยแอบฝันว่าถ้าเรียนจบ ฉันอยากเปิดร้านกาแฟที่บ้าน,” ต้นกล้าพูดกลางความเงียบ
“ฟังดูดีนี่ แล้วจะทิ้งพวกเราเหรอ?” ขวัญยิ้ม แต่ตาเศร้า
“ก็แค่ฝัน ไม่รู้จะจริงได้ไหม และฉัน—” ต้นกล้าหยุด เหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่เลือกกลืนคำลงไป
คืนนั้น ต้นกล้านอนไม่หลับ เขานั่งพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ “ขวัญ ฉัน…” แต่ลบไป ไม่กล้าส่ง
วันต่อมา ขวัญกำลังนั่งกับกลุ่มเพื่อนหญิง ต้นกล้ามาเฉียดใกล้แต่ไม่กล้าทักในที่สาธารณะ พวกเพื่อนหัวเราะคิกคัก ขวัญแอบชำเลืองหาเขา
ในวันที่ฝนหยุดตก ต้นกล้าชวนขวัญไปเดินกินข้าวเย็นย่านตลาดเล็ก ๆ ขวัญเล่าเรื่องความฝันอยากทำงานบริษัทใหญ่ อยากพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวเห็น
ต้นกล้าทำหน้าลังเล “บางทีเราก็เลือกฝันที่สวนกันเนอะ”
“จะเป็นเพื่อนก็อยู่ได้ทุกที่ป่ะ” ขวัญพูดกลบความกลัว ต้นกล้ายิ้มเจื่อน รับรู้ถึงระยะห่างระหว่างความหวังกับความจริง
วันหนึ่ง ต้นกล้าเห็นขวัญร้องไห้อย่างเงียบ ๆ ที่ห้องสมุด เขาเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แบบไม่พูดอะไร เพียงส่งกระดาษทิชชูให้ ขวัญยิ้มจาง ๆ ไม่อธิบายเหตุผลที่ร้องไห้ ต่างฝ่ายรู้ดีว่าเป็นเรื่องในใจที่พูดยาก
ในกิจกรรมรับน้องปีสุดท้าย ทั้งคู่ได้จับคู่เล่นเกม ท่ามกลางเสียงเชียร์จากรุ่นน้อง ต้นกล้าทำท่าเขิน ๆ ไม่กล้าสบตาขวัญ ขวัญยิ้มกลั้นหัวเราะ
“ทำตัวเหมือนคนเพิ่งรู้จักกันเนอะ” ขวัญกล่าวกระซิบเมื่อไม่มีใครสนใจ
“ฉันกลัว…จะสนิทมากไปแล้ววันหนึ่งเสียเธอไป” ต้นกล้าตอบเบา ๆ เผยความกลัวที่เคยเก็บลึกไว้
สองวันถัดมา ขวัญได้รับข่าวว่าบริษัทในฝันเรียกสัมภาษณ์ที่กรุงเทพฯ หัวใจเธอเต้นแรง ลังเลระหว่างโอกาสกับอะไรบางอย่างที่ยังไม่กล้าสัมผัส ต้นกล้าหลบหน้า ไม่แซวเหมือนเดิม
ค่ำวันหนึ่ง ขวัญเดินหาต้นกล้าที่สนามฟุตบอล พบเขานั่งอยู่คนเดียว ขวัญนั่งลงข้าง ๆ ทั้งสองเงียบงัน ฝืนไม่สบตากันครู่หนึ่ง
“เธอจะไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม” ต้นกล้าถามเสียงเบา พลางขบมือเข้าหากันแน่น
“เราควรเลือกทางของตัวเองก่อนใช่ไหม” ขวัญตอบ สีหน้าสับสน สายตาเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่พูดออกมา
“อย่างน้อย…ขอฉันเก็บความทรงจำนี้ไว้ แล้วถ้า…ถ้าเรายังคิดถึงกัน วันไหนช่วยกลับมาหากันได้ไหม?” ต้นกล้าถามด้วยน้ำเสียงสั่น
“ฉันไม่รู้อนาคตหรอก แต่ตอนนี้…แค่ได้อยู่ตรงนี้ก็พอ” ขวัญพูด รอยยิ้มทั้งเศร้าและอบอุ่น
ทั้งสองแยกย้ายกันเดินกลับหอพัก ฝนเริ่มตกอีกครั้ง ไฟถนนสีส้มกระทบหยาดน้ำเป็นทาง ขวัญหยุดเดิน มองย้อนกลับไปเห็นต้นกล้ายืนร่มไว้สูงเหนือหัว ทั้งคู่โบกมือลาในความเงียบ
เวลาผ่านไป ขวัญเริ่มงานใหม่ในเมืองใหญ่ ต้นกล้ากลับไปบ้านเกิด ตั้งใจเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ อย่างช้า ๆ ขวัญส่งข้อความบ้าง ห่างบ้าง ยิ่งโตยิ่งพูดคุยน้อยลง แต่ในทุกเทศกาล ขวัญจะทักมาเสมอ
หลายปีหลังเรียนจบ ขวัญได้กลับมาเที่ยวเมืองเก่า เดินผ่านร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่ กลิ่นกาแฟกับรอยยิ้มของเจ้าของร้านทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นในใจ
“รับอะไรดีครับ” ต้นกล้าถาม พลางสบตาขวัญ ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนปลดปมที่อั้นมาหลายปี
ขวัญนั่งลงตรงข้าม หลับตากลั้นน้ำตา ขณะที่ต้นกล้าทำกาแฟด้วยมือสั่น
“คิดถึงนะ” ขวัญพูดเบา ๆ เพียงแค่นั้น ก็เพียงพอที่หัวใจเต้นอีกครั้ง ทั้งสองยิ้มให้กันในร้านเล็ก ๆ ที่มีแต่เสียงหัวใจสองดวงก้องดังเสมอ