รอยยิ้มบนฟากฟ้า
จุดเริ่มต้นของการเดินทางเกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่แดดจ้า มนุษย์ทุกคนในเมืองต่างตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงรถยนต์และความเร่งรีบ วันนั้นเป็นวันปกติที่นำพา ‘นัท’ หนุ่มมัดเหม่งสวมแว่นสายตาท่าทางขรึมไปยังมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เขามีฝันที่ใหญ่โตเกี่ยวกับอนาคต แต่ก็รู้ดีว่าครอบครัวของเขามีความหวังมากมายในตัวเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในขณะเดียวกัน ‘มิน’ สาวสวยจากชนบทที่เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย เธอหลงใหลในงานศิลปะ แต่กลับต้องออกแรงต่อสู้กับความคาดหวังของพ่อแม่ที่อยากให้เธอเป็นหมอ ทุกวันเธอจึงฝืนยิ้มให้กับความจนใจ แต่อิสรภาพเพียงหนึ่งเดียวที่มินมีคือการวาดภาพ
พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนถึงวันที่งานเทศกาลศิลปะที่มหาวิทยาลัยเปิดทำการ เมื่อมินยืนอยู่หน้าผลงานของตนและเหนื่อยล้า จากในมุมมองของเธอ นัทก็มองเห็นดาวในผลงานนั้น เขาหยุดยืนมองและแสดงความชื่นชมด้วยดวงตาที่ใส่แว่นกำลังมองศิลปะอย่างตั้งใจ
“คุณหมอในอนาคตมองเห็นอะไรในผลงานผม?” มินเอ่ยปากถามหลังจากนั้น ใบหน้าของนัทดูเกร็ง แต่ในหัวใจเขาเริ่มบีบตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“มันบอกเล่าเรื่องราวของโลกที่ให้เราอยู่ในกรอบของมัน มันเป็นการบอกว่าความสุขก็สามารถมองเห็นได้ในรูปแบบที่ต่างออกไป”
มินตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ รู้สึกเหมือนเขากำลังบอกเล่าเรื่องราวในใจของเธอ
หลังจากนั้นทั้งสองเริ่มสานสัมพันธ์กันระหว่างการสนทนา และการเดินทางไปหาฟิล์มภาพยนตร์ในหอภาพยนตร์เก่าแห่งหนึ่งซึ่งพวกเขาไปในวันหยุดสุดสัปดาห์
กลิ่นpopcorn และเสียงหัวเราะจากผู้คนในโรงหนังสร้างบรรยากาศความสุขอย่างแท้จริง ขณะที่ภาพยนตร์เริ่มฉาย นัทและมินนั่งอยู่เคียงข้างกัน เธอรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ คู่มือคู่ที่พวกเขาเฝ้าดูผ่านจอฟิล์ม
แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ เมื่อความขัดแย้งในตัวตนของพวกเขาเริ่มขึ้น มินได้รับโทรศัพท์จากแม่เชิญให้กลับบ้านในทันที ขณะที่นัทต้องพยายามรักษาความฝันที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ให้สำเร็จ
การเดินทางเพื่อค้นหาความหมายของชีวิตทำให้พวกเขารู้จักกันมากขึ้น ทั้งการดิ้นรนต่อสู้กับความคาดหวังทั้งจากตนเองและครอบครัว
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะบอกซึ่งกันและกันถึงความรู้สึกที่สุกงอมอยู่แล้ว มินถูกประนามจากพ่อที่ไม่เห็นด้วยกับความรักของ她
“เธอไม่ใช่เด็กโรแมนติก ถ้าขืนรักเขา เธอก็จะเสียทุกสิ่ง!”
ในคืนเดือนเต็ม ดวงจันทร์สะท้อนแสงในภาพยนตร์เก่าแก่ที่ฮัมเพลงเป็นเอกลักษณ์ และเสียงของมินกลับไปยังบ้านที่ห่างไกล ทำให้ความรักในใจของนัทถูกตีบตัน เบื่อหน่ายอยู่กับการต่อสู้เพียงลำพัง
เวลาผ่านไป ชีวิตที่แยกทางทำให้นัทมุมานะสร้างผลงานจนได้รับรางวัลมากมาย แต่ทุกครั้งเขาจะนึกรักมินอย่างไม่มีวันลืม
วันหนึ่งเขาได้รับจดหมายตอบรับจากผลงานที่เขาส่ง สำหรับงานแสดงศิลปะ เขาเลือกที่จะสื่อสารความรักนี้ในรูปภาพของเขา
ในคืนเปิดงาน มินมาที่งานราวกับโชคชะตากลับมาสู่นั้น ขณะที่เธอยืนอยู่หน้าผลงานของนัท มันที่สุดเปล่งประกายความทรงจำที่หายไป
“นัท มันคือเราใช่ไหม?” มินถามอย่างที่น้ำตาไหลอาบแก้ม
ทั้งสองได้ลุ้นขึ้นอีกครั้ง แต่บาร์ที่ไม่มีวันถูกลืมจากการคาดหวังและความแตกต่าง ทำตามเส้นทางของตน
ในที่สุด นาทีสุดท้ายแห่งการชี้ชะตา มินได้ตระหนักถึงความรักความฝันที่ภายในใจของเธอนั้นคือการให้เลือดจิตใจที่แท้จริง ไม่นานพวกเขาตัดสินใจเดินทางไปด้วยกัน ในการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความหวังและอนาคตที่ยิ่งใหญ่ดาวอยู่บนหัวใจ
รอยยิ้มบนฟากฟ้า รอคอยเพื่อแสดงออกในอนาคตที่พวกเขาสร้างร่วมกัน”