หิมะในฤดูฝน
เสียงฟ้าร้องดังก้องมาตั้งแต่บ่าย หมู่บ้านป่าเขาทางเหนือถูกละอองฝนปกคลุม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนฤดูกาลใด ๆ คือหิมะขาวสะพรั่งปกคลุมลานดินจนหนากว่ารองเท้าแตะ ‘สมิง’ ยืนเกาะข้างหน้าต่าง ไหล่กระตุกเป็นพัก ๆ ขณะมองม่านขาวที่ยังคงตกในยามค่ำคืน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อย่าลืมปิดหน้าต่าง ยายหนาว” เสียงคุณยายดังมาจากเตียงไม้เก่า สมิงเหลียวมอง เห็นขาเรียวลีบของยายใต้ผ้าห่มผืนเดียว เขารีบสาวเท้ามาปิดหน้าต่าง ผนังบ้านสั่นจนฝุ่นปลิว “ยาย…หิมะมันมาจากไหนกัน”
ยายทำเพียงส่ายหัว เงียบงัน สมิงห่มผ้ายายให้แน่นขึ้น พลางสำรวจรอบห้อง ห้องทรุดโทรมไปตามยุคสมัย เสาไม้มีรอยมอดกร่อน เขาเดินไปตักน้ำใส่ขัน พยายามให้การเคลื่อนไหวเงียบที่สุด
แสงแฟลชจากฟ้าแลบ ช่วยให้สมิงเห็นเงาคนเล็ก ๆ นอกบ้าน ใต้ร่มเงาต้นสนไกล ๆ สมิงขมวดคิ้ว ทิ้งขันน้ำลงช้า ๆ ยายย่นคาง “เห็นอะไร?”
“เด็กผู้หญิง ยาย…ยิ้มให้สมิงด้วย” สมิงกระซิบ
ยายหันหน้าหนี ไม่พูดอะไรอีก หรือไม่ฟังแล้ว สมิงได้แต่ยืนนิ่ง ลมหนาวเศษหนึ่งส่วนสิบของฤดูฝนผสมเข้ามาผ่านรูฝาบ้าน ค่ำคืนยาวนานเริ่มขึ้น
รุ่งเช้า เสียงคนในหมู่บ้านดังประหลาดใจ หิมะไม่หยุดตก ถนนกลายเป็นลานน้ำแข็ง สมิงห่อผ้าเดินไปทางบ้านใกล้เรือนเคียงเพื่อสอบถาม “ลุงโกมิน…เมื่อคืนเห็นเด็กผู้หญิงวิ่งอยู่แถวป่าสนไหม?”
ลุงโกมินหยุดเคี้ยวหมาก ทำสีหน้าหนักใจ “…สมิง ไปดูยาย อย่าออกไปไหน พายุยังไม่สงบ” สมิงคลายมือที่กำห่อผ้า “แต่…เด็กคนนั้น….”
“ไม่มีใครเห็น แกก็อย่าไปคิดมากเลย” ลุงพูดเบา ๆ ก่อนปิดประตูใส่หน้า ทิ้งให้สมิงอยู่กับคำถามในหัวและร้อนใจในอก
คืนนั้น ลมยังแรงกว่าทุกวัน สมิงฝันถึงเด็กหญิงผมเปีย แก้มเปื้อนโคลน มือยื่นมาร้องขอความช่วยเหลือ “ช่วยฉัน…ช่วยด้วย” สมิงสะดุ้งตื่น ใจเต้นโครมคราม มองยายที่ยังหลับไร้เสียง นอนแน่นิ่งกว่าเดิม
เช้าวันที่สาม หิมะเริ่มปกคลุมหลังคาทั้งหมู่บ้าน สมิงพยายามหนุนยายขึ้นให้นั่ง “ยายต้องกินข้าวนะ” แต่ยายปฏิเสธ ไม่หิว ไม่อยากกินอะไร สมิงต้มน้ำแกงข้นให้นุ่มคอจนกลิ่นลอยแต่ยายแค่จิบบาง ๆ เหลือบตาวางใจลงไปอีก
สมิงไม่ได้หลับอีกเลย แทนที่จะออกหากิ่งไม้แห้งกับเพื่อนไหม้ เขากลับนั่งอยู่ข้างเตียงยาย มองนาฬิกา ความกังวลทับถมข้างในเรียนรู้ว่าไม่ใช่ความกลัวธรรมดาที่กำลังปกคลุมหมู่บ้าน
ในยามค่ำ สมิงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบข้างบ้าน เสียงเด็กร้องเพลง เขาย่องไปปลดบานหน้าต่างแคบ ๆ เห็นเด็กหญิงร่างเล็กคนนั้นนั่งขดตัวอยู่บนหิมะ หน้าซีดขาว ผมเปียสั้น “เธอจะเป็นอะไรไหม?” สมิงถามเงียบ ๆ
เด็กหญิงยิ้มบาง “อยากเล่นด้วยไหม?” สมิงลังเล ก่อนขยับเข้าใกล้ แต่ทันใดนั้น ลมกรรโชกแรงจนสมิงต้องรีบปิดหน้าต่าง “ฉันอยู่ตรงนี้ทุกคืน” เด็กหญิงพูดก่อนลับหายไปพร้อมสายหมอก
สมิงเล่าให้ยายฟังตอนดึก “ยาย เคยเห็นเด็กผู้หญิงแถวนี้ไหม?” ยายหลับตานานก่อนพูดเสียงเรียบ “ไม่มีเด็กคนนั้น เป็นวิญญาณ…เด็กที่เคยอยู่บ้านนี้มาก่อนเรา” สมิงขนลุก “แล้วเขาอยากอะไร?” “เขาติดอยู่กับคำสัญญา ไม่ยอมไปไหน”
คืนนั้น สมิงเฝ้าระวัง ปิดหน้าต่างทุกบาน แต่วิญญาณเด็กก็ยังมา เธอมาทุกคืน ร้องขอให้เล่นซ่อนหา เงียบทุกครั้งที่สมิงเอ่ยถึงยาย “ฉันถูกลืม…ฉันหนาว” เธอกระซิบ สมิงคว้าผ้าห่มเก่าของยาย ยื่นออกไปทางหน้าต่าง แต่มือของเธอคว้าไม่ได้
ฝันของสมิงแปรเปลี่ยนเป็นหิมะ เท้าของเขาจมลึกทุกย่างก้าวในฝัน เสียงยายเรียกแผ่วเบา “อย่าทิ้งยายไป สมิง…อย่าออกจากบ้านนี้” เขาตื่นขึ้นมา น้ำตารื้น รู้ตัวอีกที ยายไข้ขึ้นหนักกว่าเดิม
วัสดุอุปกรณ์ในหมู่บ้านเริ่มหมด รถของแพทย์ขึ้นเขาไม่ได้อีกต่อไป หนุ่มสาวหลายคนวางแผนจะหนี เทศบาลเรียกประชุมกลางลานหมู่บ้าน สมิงนั่งข้าง ๆ ยาย ห่มผ้าหนาทีสุด “ถ้าหิมะไม่หยุด มันจะกลืนเมืองไปหมด” เสียงหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้น
สมิงลุกขึ้นถาม “ใครรู้เรื่องเด็กหญิงวิญญาณในป่าสนบ้าง?” ทุกคนเงียบ บางคนส่งยิ้มสงสารให้ “ไม่มีใครเชื่อแก สมิง จะอยู่ก็อยู่ จะหนีก็หนี”
คืนนั้น สมิงตัดสินใจออกเดินหาวิญญาณเด็กหญิงตามคำเรียก เสียงหัวเราะแผ่วเบาของเธอนำทางสมิงผ่านป่าสนจนถึงเนินหิน สมิงมองเห็นหลุมศพเล็ก ๆ มีป้ายไม้เก่าไร้ชื่อ วิญญาณนั่งเงียบข้างหลุม “ฉันอยากถูกจำได้…แค่นั้น”
“ชื่ออะไร?” สมิงกระซิบ เด็กหญิงนิ่ง “แม่เคยเรียกว่าดาว” สมิงเดินกลับบ้าน หอบเศษไม้กับผ้าห่มผืนเก่า ท่ามกลางหิมะที่ยังไม่หยุดตก
เช้าถัดมา สมิงใช้เศษไม้สร้างป้ายใหม่ให้หลุมศพ เขียนว่า “ดาว” แล้วเอาผ้าห่มวางทับ ดาวยิ้มทั้งน้ำตา ละลายหายไปกับหมอก เสียงร้องแบบเด็กเล็กในอากาศกลายเป็นสายลมอุ่นในวินาทีนั้น
ในหมู่บ้าน หิมะค่อย ๆ หยุด สมิงมีรอยยิ้มอ่อน ๆ มอบแก่ยายที่ดีขึ้น ยายกุมมือนุ่ม ๆ “สมิง…เธอได้เจออดีตตัวเองแล้ว เธอเปลี่ยนผู้คนได้จริง ๆ”
เมื่อฤดูฝนปกติกลับมาอีกครั้ง ผู้คนในหมู่บ้านมาช่วยซ่อมแซมบ้านสมิง เขาเริ่มเป็นเพื่อนกับเพื่อนบ้าน เปิดใจรับเด็กใหม่เข้ามาในกลุ่ม วิญญาณที่เคยเร่ร่อนในหิมะ กลับกลายเป็นเสียงก้องในความทรงจำอันอบอุ่นที่สมิงไม่เคยกลัวอีกต่อไป