เงาสะท้อนแห่งหิมะ
เสียงเกล็ดหิมะปลิวว่อนตามลมหนาวที่กรีดผิวหน้า อาคารเรียนหลังคาดำควันตั้งตระหง่านตัดกับฟ้าขาวโพลน ภาคินเดินลากกระเป๋านักเรียนด้วยท่าทางเกร็ง เหงื่อเย็นผุดขึ้นกลางหลังแม้บรรยากาศจะหนาวยะเยือก เขาตวัดตามองไปรอบๆ เห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งหัวเราะเบาๆ พลางซุบซิบกันเมื่อเขาเดินผ่าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงนาฬิกาตีเจ็ดโมงครึ่ง แม่บ้านออกมาถูน้ำแข็งหน้าประตูโรงเรียน “นักเรียนใหม่ใช่ไหม” เธอถามพลางมองใบหน้าขาวซีดของภาคิน เขานิ่งครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ครับ” เสียงเขาเบาราวกับกลัวคำตอบตัวเอง
ระหว่างทางเดินยาวเงียบภายใต้โถงแก้ว หูเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบตามหลัง ภาคินหันกลับไป พบเด็กหญิงผมเปีย ใส่ผ้าพันคอสีแดงแซมขาว “นายชื่อภาคินใช่ไหม?” เธอถาม เขาตอบรับ เด็กหญิงยิ้มบาง “ฉันชื่อพลอย”
เสียงกริ่งดังขึ้น ทุกคนแตกกลุ่มเดินเข้าห้องเรียน ภาคินได้แต่นั่งริมหน้าต่าง ไม่คุ้นกับคำหยอกล้อของผู้ชายอีกสองคนบนโต๊ะด้านหลัง “มาใหม่ต้องมีกฏนะ” หนึ่งในนั้น กระพลิ้ว ตีไหล่เขาเบาๆ ภาคินแสร้งยิ้ม
ครูประจำชั้นเดินเข้า เสียงไวท์บอร์ดยาวซ่าไปทั่วห้อง “นักเรียนใหม่แนะนำตัวหน่อย” ภาคินลุกขึ้นยืน เสียงสั่นเล็กน้อย “ผม… ภาคินครับ ย้ายมาจากกรุงเทพฯ” เด็กข้างๆ เหลือบมองแล้วทำปากเบ้กันเอง
พักเที่ยง พลอยชวนภาคินเดินไปโรงอาหาร ผ่านเขตลานหิมะ “นายชอบเมืองหิมะไหม?” พลอยถาม ภาคินนิ่ง ไม่ตอบทันที “หนาวเกินไปสำหรับผม” บรรยากาศรอบตัวเงียบกว่าที่เขาคาด เด็กสองคนจากโต๊ะหลังเข้ามา เสนอให้ภาคินนั่งกินด้วย “ฉันไอคิ” อีกคนฉันชื่อเฟิร์น
ในโรงอาหาร เสียงจอแจดังกลบเสียงฝนหิมะข้างนอก ไอคิพูดทีเล่นทีจริง “นายได้ข่าวไหม…เมื่อเช้ามีนักเรียนหญิงหายตัวไป” พลอยสะดุดมือพลาสติกในถาด “ใครนะ?” เฟิร์นตอบ “นุ่น ห้องสอง”
ภาคินขมวดคิ้ว “ที่โรงเรียนไม่คุยกันเหรอ?” พลอยตอบเสียงแผ่ว “คนที่นี่…ถ้าหายไป มักไม่พูดถึง” ภาคินมองพลอย แววตาเธอลึกเกินวัย
เย็นวันนั้น ระหว่างเดินกลับหอ ภาคินเห็นกระดาษประกาศติดข้างลิฟต์ “ใครพบเห็นนุ่น กรุณาแจ้งครู” เขายืนอ่านนานกว่าที่คิด เวทนาผู้หญิงคนนั้นเพราะรู้ดีถึงความโดดเดี่ยว
คืนนั้นในห้องพักแคบ ภาคินโทรหาแม่แต่ไม่ได้รับ เขานั่งกอดเข่า บนเตียงที่เย็นจนจับใจ เสียงวิทยุเก่าในห้องเพื่อนบ้านยังเปิดข่าวเด็กหายในเมืองต่อเนื่อง พลอยส่งข้อความมาถาม “คืนนี้นอนได้ไหม?” เขาตอบกลับเพียง “พอได้”
เช้าวันใหม่ อากาศยิ่งเย็นลงกว่าเดิม หน้าต่างมีลายฝ้าขาว ภาคินเดินผ่านสนามหิมะ พบรอยเท้าลึกหายเข้าไปยังป่าหลังโรงเรียน เขาหยุดมอง ก่อนวางกระเป๋าแล้วเดินตามรอยเท้า
เสียงใบไม้กรอบแกรบ ต้นสนสูงท่วมหัวรอบด้าน เงาสะท้อนของเขาบนผิวหิมะพลันรู้สึกว่างเปล่ากว่าทุกวัน ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงพูดแผ่วๆ “อย่าตามมาเลย…” เขาหยุดกึก มองไปรอบแต่ไม่พบใคร
กลับถึงห้องเรียน พลอยถามทันที “นายไปไหนมา หน้าแดงเชียว” ภาคินหลบตา “เดินเล่นนิดหน่อย” ไอคิขัดขึ้น “ขอเตือนไว้เลย ป่าหลังโรงเรียน…อย่าเดินไปคนเดียว” พลอยนิ่ง “เมื่อก่อนนุ่นก็ชอบไป…จนกระทั่ง…”
บรรยากาศมรสุมเข้าครอบงำโต๊ะกลุ่ม เด็กชายหญิงที่นั่งใกล้ๆ เริ่มมีรอยร้าวในมิตรภาพ “พวกเขาบอกว่านุ่นชอบเก็บตัว” เฟิร์นพูดพลางบิดผมนั่ง “แต่ฉันว่ามันมากกว่านั้น”
ภาคินนั่งเงียบ ทำเหมือนไม่สนใจแต่หูฟังทุกคำ ภายในใจมีเงาอดีตบางอย่างเกี่ยวพันกับคำว่า “หายตัวไป” พลอยสัมผัสได้ “นาย…เคยเห็นอะไรแปลกๆ ที่ป่าไหม?” ภาคินสั่นหัวแต่สีหน้าไม่แน่ใจ
เสาร์บ่าย ภาคินกับเพื่อนกลุ่มเล็กเดินสำรวจรอบโรงเรียน พวกเขาหยุดหน้าบ้านร้างติดป่า “ที่นี่ นุ่นชอบเดินมานั่ง เขาว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในบ้าน” ไอคิพูดสีหน้าล้อเล่น แต่ในแววตาแฝงความกลัว
พลอยตัดสินใจดึงประตูบ้านร้างขึ้น มันส่งเสียงเอี๊ยดแข่งกับเสียงลมเย็น ทั้งกลุ่มเข้าไปทีละคน ห้องข้างในว่างเปล่าแต่มีโซฟาเก่าเปื้อนคราบน้ำตาล “เหมือนไม่มีอะไร” เฟิร์นเอ่ย แต่อึดอัด
ภาคินมองจากหน้าต่างบ้าน เห็นรอยเท้าตัดผ่านหิมะลึกเข้าไปในป่า “ฉันว่าเราควรตาม…” พลอยลังเล “เธอจะบ้าเหรอ?” ไอคิขัด ภาคินตาแข็ง “ถ้านุ่นยังอยู่…”
เย็นนั้น ภาคินแยกกับเพื่อน เดินร่อนไปตามแสงไฟถนนหิมะขาว มีเงาหนึ่งในซอยมืด ภาคินหยุดหายใจ ร่างสูงโปร่งแต่หันหลัง เขาตัดสินใจเรียก “เอ่อ…นุ่น?” ไม่มีเสียงตอบ เงานั้นหายไปในความมืด
วันต่อมา ข่าวลือเกี่ยวกับตัวนุ่นวนไปทั่วโรงเรียน บ้างว่าเธอถูกลักพาตัว บ้างว่าเธอหนีเอง พลอยเริ่มเปลี่ยนไป เธอพูดน้อยลง ดวงตาแดงเหมือนร้องไห้ทั้งคืน ภาคินเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนใหม่ของเขาซ่อนความลับอะไรไว้
ค่ำคืนหนึ่งภาคินฝันเห็นบ้านร้าง แต่พอตื่น ในมือกลับมีกระดาษแผ่นหนึ่ง “ช่วยนุ่นด้วย” ตัวหนังสือกลับหัวอ่านยาก ภาคินรีบส่งรูปให้พลอย และถาม “ตกลงเธอรู้เรื่องอะไรกับนุ่นกันแน่” พลอยเม้มปาก “ฉันเคยสัญญาว่าจะไม่บอกใคร…”
เสียงใบไม้สั่นกระทบหน้าต่าง ภาคินชั่งใจ “พลอย ถ้าเธอไม่กล้าพูด ฉันจะไปเอง” เขาเดินออกจากหอ มุ่งหน้าสู่ป่า ทิ้งโทรศัพท์ให้เฟิร์นดู
กลางป่า เสียงเท้าฝ่าหิมะของเขาดังชัดกว่าทุกคืน ทันใดนั้น ร่างหนึ่งบ้านที่ว่าก็ปรากฏ เงาทะมึนกลืนตัวในแสงจันทร์ ภาคินใจเต้นแรง สายตาคู่นั้นจ้องเขา “ต้องการอะไร?”
ภาคินอึกอัก เสียงเบา “ผมแค่อยากช่วย” เงานั้นหัวเราะเบา “ช่วย? ไม่มีใครช่วยใครได้หรอก” สิ้นคำ ภาคินวิ่งหนีออกจากบ้านร้าง แทบสะดุดเท้า เสียงข้างหลังยังคงลอยมา
วันถัดมา ข่าวลือหนักขึ้น โรงเรียนเริ่มสอบสวนเด็กในห้องพลอย เฟิร์นถูกเรียกไปพบครู ครูถาม “เธอกังวลเรื่องเพื่อนคนไหน?” เฟิร์นนิ่งไป “พลอยค่ะ เธอดูแปลกขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่นุ่นหายตัว”
ฝ่ายพลอยเองเริ่มไม่ได้มาโรงเรียนหลายวัน ภาคินกลายเป็นเป้าหมายของสายตาใครต่อใคร เขาหนีเข้าสนามหิมะ เห็นบางอย่างฝังอยู่ใต้ต้นสน ภาคินเข่าอ่อนลงหยิบดู…กล่องดนตรีขนาดเล็ก
เขาไขฟัง เสียงเพลงทำนองเศร้าล่องลอยท่ามกลางความเงียบ รอยสลักใต้ฝา “from Nune to Ploy” ทำราวกับก้อนหินหนักถ่วงใจ ภาคินจึงรวบรวมความกล้า นำกล่องนั้นไปเคาะห้องพลอย
พลอยรับกล่องมือสั่น น้ำตาคลอ “ฉัน…เคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งนุ่นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” เธอสะอื้น ภาคินถาม “แล้วทำไมวันนั้น…” พลอยรู้สึกผิดเหลือเกิน “ฉันกลัว กลัวจะถูกรังเกียจเหมือนนุ่น”
ภาคินนิ่ง ฟังทุกถ้อยคำ น้ำตาไหลเงียบ พลอยเปิดกล่องดนตรีขึ้น กลิ่นผ้าพันคอของนุ่นยังติดอยู่ข้างใน
คืนนั้นพลอยพาภาคินไปบ้านร้างพร้อมเฟิร์นและไอคิ พวกเขาเดินน้ำแข็งกรุยทาง “มันต้องมีอะไรอยู่ใต้บ้าน” พลอยชี้ไปที่บันไดไม้เก่า
ใต้บันไดมีกล่องกระดาษ เขียนชื่อของนุ่นของพลอย คู่กันกับจดหมาย “ขอโทษที่ทิ้งเธอไว้นะพลอย ฉันกลัวเกินไปที่จะอยู่ต่อ” ทั้งกลุ่มอ่านแล้วเงียบ
เช้าฟ้าหลังหิมะตก พลอยนำจดหมายกับกล่องดนตรีวางบนหิมะตรงเดิม เธอละล่ำละลัก “นุ่น…ขอโทษนะ ฉันเองก็กลัว เธอคงไม่เหงานะ…”
ภาคินมองท้องฟ้า มุมปากสั่นน้ำเสียง “ผมเคยตีเพื่อนจนเขาหายตัวไป…ตอนอยู่เมืองกรุง ผมกลัวผิดพลาดจนไม่กล้าเปิดใจให้ใครอีก” เฟิร์นวางมือบนบ่า “มนุษย์ทุกคนก็กลัวทั้งนั้น แต่การปล่อยมือเพื่อนคือบาดแผลสุดท้าย”
จากวันนั้น ภาคินและเพื่อนทั้งสามเข้มแข็งขึ้นทีละน้อย พวกเขาเริ่มยอมรับว่าอดีตและความกลัวไม่อาจละทิ้งได้ หากแต่ต้องเรียนรู้จะอยู่กับมัน หิมะยังคงตกโปรย ตกหนักพอจะกลบรอยเท้า แต่ไม่อาจกลบรอยแผลในใจได้ง่ายดาย