เสียงจากความรัก
สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ถูกแสงสว่างสะท้อนจากตึกสูงที่ตั้งเรียงรายเหมือนปางนั่งคอย ระลอกคลื่นของผู้คนที่เดินผ่านไปมา สร้างเสียงกระทบที่อนุญาตให้ไหลผ่านหัวพวกเขา สองหนุ่มสาวนั่งอยู่ที่ม้านั่งในมุมมืดข้างหญ้าเขียวชอุ่ม ที่นั่นเป็นที่แอบหนีจากการแข่งขันที่หนักหน่วงของชีวิตในเมือง เมื่อนั้น เสียงของไมค์ ซึ่งเป็นชายหนุ่มเจ้าของเสียงร้องที่อบอุ่น เริ่มดังขึ้นในขณะที่เขาทักทายแก้ว สาวงามที่มีความหวังและความฝันที่เต็มเปี่ยม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พี่ครับ ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน” แก้วบอก เหยียบย่ำไปกับจังหวะดนตรีที่ล่องลอยในอากาศข้ามจากเครื่องเสียงเล็ก ๆ ที่นำมาจากห้องนอนของไมค์
ไมค์ยิ้มให้ ทว่าในใจของเขามีเรื่องราวที่ซับซ้อนมากมาย เขาเกิดในครอบครัวที่อัดแน่นด้วยความคาดหวัง การเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ถูกบีบคั้นจากความสำเร็จ และคำพูดที่ไม่น่าพร้อมสร้างแรงกดดันให้เขาคิดว่าเขาอาจจะไม่มีทางบอกความรู้สึกของเขากับแก้วได้
“ชีวิตในกรุงเทพฯ มันเหมือนกับการเดินทางในเรือที่ลอยอยู่บนแม่น้ำ” แก้วพูดระหว่างที่มองไปฟ้าที่เป็นประกาย “เราว่ายน้ำอยู่ข้างหน้า แต่อีกแรงขัดขวางเราจากการไหลไปอย่างเต็มที่”
การสะท้อนความรู้สึกที่มีอยู่ในทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สัมผัสกันในบรรยากาศที่มีความหวังท่วมท้น ได้สร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งเมื่อพวกเขาก้าวเข้ามาใกล้กันมากขึ้น จากพฤติกรรมที่ค่อย ๆ เพิ่มระดับแห่งความอยากรู้กันและกัน
แน่นอนว่าปัญหาชีวิตและครอบครัวของไมค์คือสิ่งที่คอยกัดกินอารมณ์ของเขา แต่มันกลับเป็นแรงผลักดันให้เขาพัฒนาความสัมพันธ์กับแก้ว แข่งกับอุปสรรคด้วยกัน ทั้งสองแลกเปลี่ยนความคิด ความฝัน และวางแผนอนาคตร่วมกัน
ทว่าความลับในใจของไมค์ยังไม่เคยบอกให้แก้วได้รู้ เลขาในบริษัทที่เขาทำงานอยู่ มีการแอบรู้สึกชอบเขา ทั้งที่เขาไม่เคยเห็นความรักในทางนี้ เมื่อต้นความหวังกำลังผลิบาน นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ต้องพิสูจน์ว่ามันจะต้องไม่จบลงแบบที่คาดคิด
ในวันหนึ่ง ไมค์นำแก้วไปที่ร้านอาหารที่มีเสียงดนตรีสดเรียกความทรงจำและความรู้สึกอบอุ่น เมื่อได้เห็นรอยยิ้มและภาพของกันและกันในมุมที่งดงาม เขารู้ว่าเขามีโอกาสที่จะบอกความรู้สึก
“แก้ว ผมต้องบอกคุณบางอย่าง” ไมค์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ แม้ใจชื้นแต่มีความกดดันลึก ๆ หัวใจเต้นแรงในจังหวะซึ่งเขาไม่สามารถหยุดได้
แต่ก่อนที่เขาจะพูด คนในบริเวณนั้นได้สนใจไปยังดนตรีและประทับใจที่เกิดขึ้น ทำให้ไมค์ได้หยุดชะงักเมื่อไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
“เรามาถึงจุดที่สำคัญในชีวิตแล้ว” แก้วพูดเสียงต่ำ ขัดกับความรู้สึกที่เคยคิดว่าตนจะเล่ารักของเขา
เมื่อคืนวันนั้นบานปลายออกจากดนตรีความสุขกลายเป็นการแสดงออกของอารมณ์เสียเมื่อความกลัวเข้ากดดัน ไมค์พาตัวเองเข้าสู่ความเงียบสงัดในใจ ขณะที่แก้วตัดสินใจเดินออกจากบ้านอย่างไม่มีที่หมาย
เธอเดินได้เห็นผู้คนมากมายที่กำลังมีความสุขเห็นการชุมนุม กับมาทำให้ความอดทนของเธอสั่นคลอน ด้วยความคิดถึงไมค์ที่ยังอยู่ในใจ ทำให้เธอพบว่าจริง ๆ แล้วความรักคืออะไร
ทุกอย่างอยู่เพียงเสี้ยววินาทีที่ตัดสินใจในชีวิต ทำให้ไมค์กลับไปที่บ้านเพราะเกรงใจในช่วงเวลาที่เกิดขึ้น
“ผมขอโทษ” ไมค์กระซิบเมื่อเห็นแก้วยืนอยู่ที่หน้าประตู “ผมไม่เคยหมายความว่าต้องทำให้แก้วรู้สึกแบบนี้ คุณควรรู้ครับว่าคุณมีค่าแค่ไหน”
มุมมองของความรักเชื่อมต่อทั้งสองเข้าด้วยกันแม้ในขณะที่ความจริงร่วมอยู่ด้วยกันในความเข้าใจว่า ไมค์ไม่ต้องการให้ตนกลายเป็นปัญหาในชีวิตของแก้ว แม้ความรักในเบื้องลึกนั้นจะยิ่งใหญ่ แต่ว่าความไม่มั่นใจที่ไม่อาจพูดออกมาได้นั้นเดินก้าวลงไปด้วยกันท่ามกลางผู้คนที่พวกเขาเผชิญ
ไมค์เฝ้าดูแก้วไปที่ริมระเบียงอย่างเศร้า “คุณไม่เคยเสียใจเลย” เขาเริ่มรู้สึกถึงภาระที่เขาแบกรับไว้ข้างใน
ซึ่งตอนนี้เขาไม่ใช่คนที่เคยเป็น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจหันหลังและออกไปไวเต็มที่ไม่หวนกลับมายังที่นั่น ในเรือแห่งชีวิต เมื่อหลังจากการเดินทางกลับโหลนต้องไขว่คว้าไปอาจไม่ได้จบลงในทางที่เลวร้ายไปเสียทีเดียว เมื่อเขาไม่สามารถพูดความรู้สึกความรัก แต่เขาได้เรียนรู้ที่จะได้รู้ใจของตัวเอง
ไมค์ได้ดื่มด่ำด้วยความรักในเสียงของเขาในระยะยาว เป็นช่วงเวลาของการเติบโตแม้ว่าแก้วจะหายไป อนาคตของเขายังคงมีเสน่ห์ในเสียงเพลง เพราะเขารู้ดีว่าความรักที่จริงใจนั้นมีอยู่ภายในความทรงจำที่บันทึกไว้ในดนตรีที่มันยั่งยืนไปตลอด
จบแล้วหน้าตาของเรือมีคำสาบในเส้นทางหลากหลาย ก้าวเท้าไปข้างหน้า เขาคือไมค์ในโลกใหม่ที่เขาเติบโตขึ้น หากแม้เขาไม่สามารถบอกคำว่า “รัก” ในตอนนั้น แต่ทุก ๆ เสียงที่กลับไปคือภาพถ่ายของเรื่องราวที่ขับเคลื่อนทั้งชีวิตของคนรักในเพลง