ระยะห่างของหัวใจ
เสียงฝนตกกระทบหน้าต่างสำนักงานกลางกรุงเทพฯ คืนนี้ หน้าจอส่องแสงนวลใส่ใบหน้าของปุณณ์ เด็กหนุ่มอายุยี่สิบหกที่นั่งจ้องกราฟิกชุดเดิมมากว่าชั่วโมง ปุณณ์ถอนหายใจยาว มือกุมท้ายทอย รู้สึกจนมุมกับไอเดียที่ต้องส่งพรุ่งนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงฝีเท้าเบา ๆ ทำให้เขาเงยหน้าขึ้น เมษา หญิงสาววัยสามสิบต้น ๆ สีหน้าเข้มดุ แต่แอบซ่อนรอยเหนื่อยล้าใต้ตาเดินมา “ยังไม่กลับอีกเหรอ” เธอว่าเสียงราบเรียบ “ผม… ยังออกแบบไม่ได้เลยพี่ งานนี้เครียด”
เธอวางแฟ้มบนโต๊ะปุณณ์ หย่อนตัวลงเก้าอี้ ฝนข้างนอกรมแน่น “เอาใหม่นะ บางทีต้องปล่อยสมอง…” เมษากัดปากเล็กน้อยเหมือนลังเล “ปุณณ์… นายอยากไปเมืองนอกจริง ๆ เหรอ”
เขาชะงัก ไม่ตอบทันที “ก็… พี่ เมืองนี้มันอึดอัด” น้ำเสียงแผ่ว “ฝันอยากออกไปดูโลก”
เมษามองแววตาคนน้อง เงียบไป มือไล้นิ้วกับแฟ้ม “ฉันเคยฝันคล้ายกัน… แต่สุดท้าย บางทีมันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น”
ความเงียบครอบคลุมสองคน ต่างไม่มีใครพูด ต่อจากนั้นทั้งคู่แยกย้ายกลับบ้าน ปุณณ์เดินฝ่าสายฝนคิดถึงแววตาเศร้าของเมษา สะท้อนบาดแผลที่ตัวเองไม่กล้าพูด
รุ่งเช้า ประชุมใหญ่ บอสประกาศโปรเจกต์ใหม่ โปรเจกต์ที่จะกำหนดทิศทางบริษัท “ปุณณ์ จับคู่เมษา ไปแข่งกับ Creative House ถ้าชนะแบรนด์ใหญ่นี้ได้ จะให้โปรโมตขึ้นตำแหน่ง” เสียงฮือฮากังวลบางเบา
ปุณณ์ใจเต้นโครม โอกาสนี้อาจเปลี่ยนชีวิต ขณะเดียวกัน เมษามองบอสอย่างนิ่ง ชั่วขณะเธอหลบสายตาน้อง ไม่อยากให้ใครรู้ถึงความเปราะในใจ
หลังประชุม เมษาส่งสายตา “ไปหาแรงบันดาลใจกันหน่อยมั้ย” เธอชวน ปุณณ์พยักหน้ารับไม่มีกะจิตกะใจ
คาเฟ่เงียบหลังฝน พวกเขานั่งริมกระจก เมษาชงกาแฟให้ตัวเอง สองคนนั่งเงียบยาว ปุณณ์พูดก่อน “พี่… ไม่ต้องช่วยก็ได้ ถ้าพี่มีเรื่องส่วนตัวเยอะ ผมทำเองไหว…”
“เมื่องานนี้คือโอกาสสำคัญ” เมษาขัด “ฉัน…อยากลองเริ่มใหม่จริง ๆ” เธอเว้นเสียง เขาก็ไม่พูดอะไรเพิ่ม บ้าน่า จะกล้าถามถึงข่าวลือเรื่องหย่าร้างได้ไง
คืนต่อมา ปุณณ์แต่งไปแก้มาหน้าจอ เมษานัดรีวิวดีไซน์ที่บ้าน เธอเปิดประตูเชิญแบบเก้อ ๆ ห้องรกเล็กน้อย รูปแต่งงานข้างฝาเก็บอยู่ข้างห้อง กลิ่นกาแฟจางๆ กับเสียงเพลงเบาๆ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก แค่โต๊ะข้างหน้าต่าง” เมษาวางแมคบุ๊ก ปุณณ์นั่งขัดขา มองไล่รอบห้อง แอบเห็นกล่องจดหมายที่มีชื่อผู้ชายคนหนึ่ง… เขาไม่ถามอะไร
คืนนั้น ทั้งสองตีปัญหางาน สลับหัวข้อสัพเพเหระ เมษาเคยยิ้ม ยามปุณณ์แซวเรื่องหนังสือแปลก ๆ ที่เธออ่าน ปุณณ์ก็พลอยปล่อยหัวเราะ ภายในความเข้มแข็งมีความเปราะบางบางอย่างที่เขาเห็นโดยไม่ทันรู้ตัว
วันต่อมาในออฟฟิศ ปุณณ์เผลอได้ยินเสียงซุบซิบ “รู้มั้ย เมษาน่ะ เพิ่งหย่าไป แต่งตั้งศักดิ์ศรีสุด เฮอะ เขาว่าผู้ชายทิ้ง…” ปุณณ์เดินผ่านอย่างนิ่ง แต่ในใจเริ่มอยากรู้จักเธอมากขึ้น
โปรเจกต์คืบหน้าแบบกระท่อนกระแท่น เมษากับปุณณ์เริ่มทะเลาะกันเรื่องทิศทางดีไซน์ “ฉันไม่คิดว่าแนวนี้เหมาะนะ” เธอแข็ง แข็งจนปุณณ์รู้สึกเหมือนหัวใจจะหมุนกลับ “แต่พี่ก็ไม่ฟังไอเดียผมเลย…” เขาเถียง
เธอเงียบ ทอดถอนใจ กำมือ “นายก็คิดแต่จะหนีไปต่างประเทศ ให้โอกาสตัวเองก่อนจะฝันไกลหน่อยดีมั้ย” น้ำเสียงสั่นเบา เขานิ่งอึ้งไป ประโยคนั้นแทงเข้าใจลึก เขารู้ว่าเธอพูดถูก
คืนหนึ่งปุณณ์นั่งเคาะคีย์บอร์ด หยุดคิดถึงคำพูดเมษา เสียงข้อความเด้ง “ไปเดินเล่นมั้ย สวนลุมฯ คืนนี้?” ปุณณ์ลังเลแล้วตอบตกลง
สวนลุมฯ ฝนตกพรำ ๆ ทั้งคู่เดินใต้ร่มเดียวกัน ก้าวช้า ๆ เมษาพูดเสียงเบา “ฉันกลัวจะล้มเหลวอีก… กลัวต้องเริ่มใหม่ซ้ำ ๆ” ปุณณ์หยุดเดิน มองใกล้ ๆ “กลัวเหมือนกันครับ กลัวไปแล้วกลับมาไม่มีใครรอ”
สายตาสอดประสาน ท่ามกลางฝนและความกลัววาบหนึ่งในอก ความเข้าใจใหม่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่ม
จากนั้น สองคนทำงานใต้แรงกดดันสูง บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นให้กำลังใจ ปุณณ์หัดมองปัญหาในนี้มากกว่าแค่จะหนี เมษาเปิดใจฟังน้องมากขึ้น ความแตกต่างกลายเป็นช่องว่างให้เข้าใจกัน
คืนประชุมเพลียจัด กำลังจะเดินกลับบ้าน ปุณณ์เสนอ “ไปกินข้าวมื้อเย็นด้วยกันมั้ยพี่” เมษาถอนใจครู่ “อืม ไปก็ได้…” เสียงของเธอมีความหวังแทรกอยู่
ร้านอาหารข้างทาง เขาสั่งก๋วยเตี๋ยว เมษาสั่งข้าวผัด ทั้งคู่คุยหยอกขำ ปุณณ์ถาม “พี่ว่าศักดิ์เกลียดพี่ไหมครับ… คนที่เคยรักกันมาก” เธอนิ่งจนเงียบผิดปกติ “ศักดิ์ไม่ได้เกลียด แค่… เราไม่เหมือนเดิม”
บางคราวที่หัวใจว่างเปล่า เมษามักเผลอดูแลปุณณ์เกินจำเป็น ปุณณ์แสดงความปรารถนาอยากก้าวข้ามตัวเอง แม้จะยังไม่กล้าบอกความในใจ เขาค่อย ๆ เห็นความงามของชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ในตัวเมษา
โปรเจกต์เริ่มเห็นทางสว่าง แต่ในคืนพรีเซนต์ใหญ่ เมษาได้รับจดหมายจากอดีตสามี เธอซ่อนความวูบไหว รอยแผลเก่ากลับมาอีกครั้ง ปุณณ์เห็นเธอหม่น เงียบไม่ถาม เพราะรู้ว่าเขาก็จมอยู่กับฝันที่ยังไม่กล้าไขว่คว้า
วันประกาศผล บริษัทคู่แข่งชนะเฉียดฉิว ทีมเสียใจ ปุณณ์อยากปลอบ “พี่… ผมขอโทษนะ”
เมษายิ้มเศร้านิด ๆ “นายเก่งแล้วล่ะ บางอย่างเราควบคุมไม่ได้”
หลังโปรเจกต์จบ ปุณณ์ได้รับทุนไปศึกษาต่ออังกฤษ เมษาอวยพรด้วยแววตาปวดร้าวซ่อนลึก “ไปตามฝันเถอะ…”
สนามบินเงียบสนิทเมษามาส่งแต่เช้า ปุณณ์ลังเลเมื่อเห็นเธอยืนเดียวดาย “บางที… ถ้ากลับมา เราอาจจะ…”
เธอสบตาเขา น้ำตาคลอเบ้า “อย่าเอาแต่รอกลับมา ให้ตัวเองมีความสุขตอนอยู่ที่โน่นด้วย เข้าใจไหม”
ปุณณ์จับมือเมษาแน่น ไม่มีคำสัญญาที่ยิ่งใหญ่ มีแต่น้ำหนักของมือสองข้างและหัวใจที่เรียนรู้จะยอมรับระยะห่าง
หลายปีผ่านไป ปุณณ์กลับไทยอีกครั้ง เมษากำลังนั่งอ่านหนังสือในคาเฟ่ เขาเดินเข้าไปนั่งตรงข้าม เธอสะดุ้ง ตาแดงน้อย ๆ “นาย… เปลี่ยนไปเยอะ”
“พี่ก็เหมือนกัน…” เขายิ้มน้อย ๆ ระยะห่างค่อย ๆ ลดลง เว้นแต่ในหัวใจที่เต็มไปด้วยความกล้าและการเติบโต