ฝนพรายเหนือตึกสูง
เสียงฝนกระทบเหล็กหลังคาซับซ้อนกันระหว่างอาคารสูง ราวกับมีความลับบางอย่างไหลรินกลางเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แป้งเดินลากรองเท้าเปียกจนขอบกระโปรงกางเกงขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนของเธอเปียกปอน ฟ้าเหนือกรุงเทพฯ เป็นสีเทาฉ่ำและตึกซ้อนกันเหมือนเขาวงกตไร้ทางออก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เหนื่อยล้าจากงานที่ออฟฟิศ แป้งปีนบันไดหนีไฟขึ้นไปบนดาดฟ้า เธอไม่มีใครพูดคุยในครอบครัวหลังพ่อจากไป ต้องเป็นเสาหลักส่งน้องเรียน ดูแลแม่ และทนหัวหน้าที่เพิกเฉยต่อความพยายาม
ดาดฟ้าเงียบ เฉพาะเสียงฝน แป้งกางแขนรับลมเย็น เธอละสายตาลงไปเบื้องล่าง เมืองในสายตาเหมือนสนามเด็กเล่นปลอม ๆ ที่ใหญ่เกินไปสำหรับใครคนเดียว
มีใครบางคนยืนอยู่มุมตึก—ชายวัยรุ่น ผิวขาวซีด เสื้อแจ็กเก็ตสีกรมเก่า เขามองออกไปฟากฟ้าโดยไม่สนใจเสียงสายฝน
แป้งนิ่งไปชั่วอึดใจ จะถอยกลับก็เหมือนถูกจับจ้อง สายตาของเขาลึกล้ำ ว่างเปล่าและปริศนา
เขาหันมาสบตา “ฝนคืนนี้แรงดีนะ” น้ำเสียงเขาแผ่วแต่ก้องในความเงียบ
แป้งอึดอัด สองมือขยุ้มชายเสื้อจนแน่น “คุณ—มาอยู่ตรงนี้ได้ไง…ดึกขนาดนี้”
เขาไม่ตอบทันที เงียบแต่ไม่เย็นชา สายฝนพร่างพรายไร้ที่มา
“เพราะที่นี่…เป็นที่ที่ผมรอใครคนหนึ่ง”
แป้งเม้มปาก นัยน์ตาเขาหนักแน่นแต่เปราะบาง “งั้นรอต่อไปสิ ฝนจะหยุดอีกนานมั้ยนะ”
เขายิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าเศร้า “ผมรอฝนหยุดมานานแล้ว”
เสียงดาดฟ้าดังครืนคล้ายมีสายลมโถม แป้งขยับหนี ไฟในดวงตาชายคนนั้นชวนให้นึกถึงอะไรบางอย่างที่เธอไม่อาจเข้าใจ แต่ก็ยังทิ้งเขาไว้ไม่ได้
วันถัดมา งานออฟฟิศโจมตีใส่เธออีกครั้ง แป้งโดนหัวหน้าเบนความผิดให้เรื่องเอกสารหาย เจ้านายพูดจาเหยียด “ถ้ามันไม่ไหว ก็กลับบ้านไปเลี้ยงน้องเลี้ยงแม่เถอะ” เสียงในห้องประชุมกลืนเงียบด้วยความอาย
หลังเลิกงาน ฝนไม่มีท่าว่าจะหยุด แป้งกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าอีกครั้ง เธอนั่งลงมุมเดิม คราวนี้รวิธยืนอยู่แล้ว ดวงตาคมน้ำตาลเข้มไม่ละไปจากเส้นขอบฟ้า
“วันนี้เธอดูเหนื่อย” เสียงเขานุ่ม เธอชะงัก ทำหน้าเหมือนรู้สึกผิดที่ถูกมองเห็น
“แปลกนะ…เรากะจะมานั่งร้องไห้คนเดียว” แป้งพยายามยิ้มกลบเกลื่อน น้ำฝนผสมกับน้ำตา ไม่รู้ว่าอะไรไหลแรงกว่า
รวิธไม่ได้พูด ทุกท่วงท่าเขาชวนให้รู้สึกว่าฟังและเข้าใจโดยไม่ตัดสิน เขายกมือบางเบาทำท่าจะส่งผ้าเช็ดหน้า ก่อนถอนใจ มองมือตัวเองแล้วว่างเปล่า
“คุณ…รอใครกันแน่คะ” แป้งถามเสียงอ้อมแอ้ม
เขานิ่งไป ดวงตาฉายแววกลุ้มใจ “ผมรอ…คนที่ครั้งหนึ่งผมไม่กล้าขอโทษ”
เหมือนบางอย่างตกหล่นในใจแป้ง เธอหัวเราะขื่น “คืนนี้ฝนสวยดีนะ ถ้าเอาเพลงมาฟังคงเพลิน”
วินาทีหนึ่งที่สายลมพัดแรง แป้งสะดุ้งกับเงาของอาคารข้าง ๆ ที่แลบวาบเหมือนคนเดินผ่านแต่ไม่มีใครเลย รวิธก็ไม่ได้หัน—หรืออาจแค่ยิ้มเศร้า ๆ รับฝนก้อนใหญ่
สองคืนต่อมากลายเป็นกิจวัตร แป้งปีนขึ้นดาดฟ้าทุกเย็น เธออยากหนีความถาโถมจากโลกข้างล่าง ด้านบนนี้มีเพียงรวิธและฝนพร่างพราย
วันหนึ่ง แป้งกล้าเดินไปใกล้รวิธกว่าทุกครั้ง “คุณ…เป็นคนที่นี่หรือเปล่า ยังเรียนอยู่ไหม”
ดวงตาเขาหลบต่ำ “ไม่รู้สิ ผมว่า…ผมอยู่ที่นี่มานานพอจะเลิกจำอะไรได้แล้ว บางทีก็เหมือนลืมแม้แต่ตัวเอง”
แป้งกัดริมฝีปาก อยากถามแต่ก็กลัว “เพราะอะไร…เราถึงจำอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นผม คงกลัวมาก”
รวิธหันขวับ สายตาเขาเต็มไปด้วยความโหยหา “ใช่ ผมก็กลัว กลัวว่าตัวเองหายไปโดยไม่มีใครจำ…หรือใครให้อภัย”
แป้งนั่งลงข้าง ๆ ทั้งคู่เงียบไปนาน จนมีแต่เสียงฝน
คืนนั้นแป้งกลับบ้านด้วยใจหนักอึ้ง ในฝันเธอเห็นภาพสีเลือดกับแสงไฟวาบๆ พลันได้ยินเสียงหญิงร้องไห้กับเสียงผู้ชายขอโทษ…สายฝนก็ตกไม่ขาดเม็ด
รุ่งเช้า แป้งเจอข่าวในโซเชียลเรื่องอุบัติเหตุบนตึกเดียวกันเมื่อห้าปีก่อน นักศึกษาหนุ่มชื่อรวิธ…จากไปอย่างมีปริศนา เธอรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก
วันนั้นเองหลังเลิกงาน แป้งตั้งใจกลับขึ้นดาดฟ้า เธอนำเทียนกับดอกไม้ขาวขึ้นไปด้วย เมืองรอบดาดฟ้าเงียบกว่าทุกที
รวิธนั่งเหม่อบนขอบปูน “ในที่สุดก็มีคนรู้แล้ว” เขาพูดเบา ๆ รอยยิ้มเศร้ายังแตะมุมปาก “เธอ…กลัวฉันใช่ไหม”
แป้งสั่นแต่ไม่ถอย “กลัว…แต่ก็สงสาร คุณไม่ได้เลือกล่องลอยอยู่คนเดียว ถูกไหม”
ดวงตารวิธแดงวาบขึ้นชั่ววูบ “ฉันทำผิดซ้ำ ๆ ฉันหนีอดีตตัวเองตลอด ฉันรอใครสักคนมาอภัยให้ฉันจริง ๆ”
แป้งปัดน้ำฝนออกจากเปลือกตา จ้องเขามั่น “คุณจะให้ฉันให้อภัยในสิ่งที่ยังไม่รู้หมดได้ยังไง”
รวิธสบตาเธอนิ่งนาน ก่อนค่อยๆเอ่ยว่า “ฉันเคยผลักเพื่อนรักลงจากตึกตอนทะเลาะกัน…แล้วตลอดมาก็ไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าแม้แต่ขอโทษ”
แป้งน้ำตาซึม “คุณต้องให้อภัยตัวเองก่อน ให้จริง…ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง”
รวิธน้ำตาไหลเป็นสายฝน “แล้วเธอล่ะ แป้ง เธอจะให้อภัยตัวเองที่รู้สึกเกลียดโลกข้างล่างบ้างไหม”
ความเงียบปกคลุม ฝนยังตก ตัวแป้งสั่นเทิ้ม เธอเผลอหัวเราะปนสะอื้น “ฉันก็อยากไปให้ไกล…แต่มันต้องมีใครสักคนอยู่เพื่อดูแลแม่กับน้อง ฉันทำได้หรือเปล่านะ”
รวิธยื่นแขนผ่านหยาดฝน บางเกินจะจับต้องได้ “ชีวิตเธอยังเหลือเสมอ…อย่างน้อยก็มากกว่าฉันที่รอแค่ฝนหยุด”
แป้งหัวเราะแม้ทั้งหน้าชุ่มน้ำฝน “ถ้าอยากให้ฝนหยุด ต่อให้ต้องรอนานแค่ไหน หรือเปลี่ยนตัวเองขนาดไหน ก็ควรเริ่มวันนี้ ไม่ใช่เหรอ”
เขาหัวเราะ เธอไม่เคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน เธอมองเห็นแสงไฟในสายตาเขาระยิบเหมือนท้องฟ้าไกล ๆ
วินาทีนั้น มีเพียงฝน ดาดฟ้า และคนสองคนที่เจ็บปวดจากอดีต
หลังค่ำคืนนั้น แป้งเริ่มมองชีวิตที่บ้านใหม่ เริ่มพูดคุยน้องสาว เปิดใจเล่าเรื่องในบริษัท แม้ความลำบากจะยังเดิม เธอพยายามแม่กระทั่งโต้ตอบหัวหน้าบ้าง กล้าเสนอโปรเจกต์ที่คิดเองจนเพื่อนร่วมงานหันมาฟัง
คืนสุดท้ายของฤดูฝน แป้งกลับไปดาดฟ้า เธอพบรวิธยืนรอ ฝนเพิ่งซา เมฆจางลง
เขาเอ่ยเสียงเบาว่า “เธอช่วยให้ฉันมีความกล้าอีกครั้ง…ถึงใครไม่ให้อภัย แต่วินาทีนี้ฉันเลือกตัวเองแล้ว”
แป้งหัวเราะทั้งน้ำตา หยิบเทียนเล่มใหม่มาวางข้างดอกไม้ “งั้น…ขออวยพรให้คุณได้พักเสียที”
รวิธหายไปอย่างเงียบงัน เหลือแต่ดาดฟ้า ฝนซาลง เธอเหลือเพียงกลิ่นฝนและเสียงลม—แต่หัวใจเบากว่าที่เคยเป็น
แป้งเดินลงบันไดในเมืองใหญ่ ตารางชีวิตยังไม่ง่าย แต่มีรอยยิ้มใหม่
เหนือดาดฟ้าตึกสูง เมฆลอยกระจาย น้ำฝนกรุ่นหายไป เมืองที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นสนามเด็กเล่นอีกครั้ง—แต่คราวนี้ ไม่ใช่สำหรับใครคนเดียว