แสงดาวในห้องกระจก
ลูซีย์ลืมตาขึ้นท่ามกลางความสว่างของห้องทรงกระบอกที่ผนังทำจากกระจกโปร่งใส ทุกสัมผัสเย็นชืด เนิ่นนานกว่าที่เธอจะวางสติลงบนพื้นห้องแก้วใส รอยฝ่ามือน้อยๆ บนกระจกสะท้อนแสงดาวพราวพร่างนอกหน้าต่าง เธอกระพริบตาหลายครั้ง รู้สึกเหมือนในโลกนี้มีเพียงเสียงลมหายใจตนเองกับความมืดนอกนั้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงนาฬิกาแฝงจังหวะเต้นจางๆ ดูเข้ากันกับหัวใจเธอที่กระโดดโลดเต้น เธอลุกขึ้น ดวงตากวาดไปทั่ว ห้องกว้างไร้สิ่งของ มีแต่โต๊ะเตี้ยและชั้นวางหนังสืออันเดียว หนังสือบนชั้นเป็นเล่มหนา ไม่มีชื่อปก หยิบมาดูหน้ากระดาษว่างเปล่า เมื่อลูซีย์แตะกระดาษ ข้อความสีฟ้าอ่อนพลันปรากฏ
“เธอพร้อมจะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?” ตัวอักษรไหลไปบนหน้ากระดาษเหมือนน้ำไหล
หัวใจลูซีย์เต้นผิดจังหวะ เธอยืนลังเลอยู่ครู่ ก่อนจะพยักหน้ากับหน้ากระดาษ
ผนังกระจกเฉียงหนึ่งทะลายกลายเป็นประตู ลมเย็นแผ่วพัดเข้ามา เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากที่ไกลแสนไกล ไม่รู้ต้นเสียงอยู่ที่ไหน ลูซีย์ขยับเท้าเปล่าก้าวเข้าไป ประตูปิดตามหลังเงียบเชียบ
ระเบียงขนาดใหญ่ทอดยาวสู่อุโมงค์แคบ ทุกก้าวของลูซีย์กับเสียงหายใจตนเองคำรามสะท้อนบนผนัง เมื่อลูซีย์เดินพ้นประตูไป เธอพบกับชายหนุ่มผมเขียวในชุดคลุมลายดวงดาว เขายิ้ม พลางวาดมือไปบนท้องฟ้าเสมือน—เป็นรูประเบิดเต็มขอบฟ้า เพียงแต่ไม่มีเสียง
“จะไปต่อหรือจะถอย?” เขาถาม เสียงมีความเหนื่อยล้าผสมเยาะเย้ยอยู่ข้างใต้ ลูซีย์มองหน้าเขา นัยน์ตาสะท้อนแสงวูบเหมือนดาวตก
“ฉัน…ไม่มีทางเลือกนี่?” เธอพูดเบาๆ
“เส้นทางของที่นี่…มีทางเลือกเสมอ”
จู่ๆ ทางเดินเปิดเป็นเขาวงกต ลูซีย์หันซ้ายขวา งงงัน—เสียงเท้าชายหนุ่มตามติดใกล้หลัง จังหวะเดินไม่เคยพลาด ลูซีย์ตัดสินใจวิ่งไปข้างหน้า กำปั้นเธอกำแน่น นิ้วเจ็บจากการโอบตัวเอง
ทุกมุมเขาวงกตเผยเงาคนเดินผ่านวูบวาบ เธอหยุด มองเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ที่บันไดแคบ ลูซีย์ลังเลจะเข้าไปหา แต่ชายผมเขียวกระซิบใกล้หู
“อย่าเชื่อทุกน้ำตา”
ลูซีย์เดินเข้าไปช้าๆ เธอนั่งข้างเด็กหญิง น้ำเสียงเธอสั่นพร่า “เป็นอะไรหรือ”
เด็กหญิงไม่ตอบแต่ยื่นลูกแก้วสีเทาให้ ลูซีย์รับมา ฝ่ามือเด็กเย็นเฉียบ ก่อนที่เธอทันจะถาม เด็กก็เลือนหายไป เหลือแต่เสียงสะอื้นในอากาศ
เธอมองลูกแก้วในมือ รอยยิ้มบางปรากฏ—ลูกแก้วสะท้อนใบหน้าตนเองจางๆ
ชายผมเขียวเดินนำ เธอเดินตามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ผ่านม่านหมอกบางบนทางเดินส่องแสงน้ำเงิน
“ทำไมฉันถึงอยู่ที่นี่?” ลูซีย์ถามเสียงแผ่ว
ชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เดินเงียบเป็นนานก่อนจะหยุด มองสวนดอกไม้พลาสติกไร้กลิ่นบนลานกระจกกว้าง “เธอกลัวอะไรที่สุด?”
ลูซีย์นิ่งไป เธอหลบตา แววสะท้อนความอ้างว้าง “กลัว…ไม่มีใครรัก กลัวลืมอดีต กลัวจะไม่เป็นอะไรเลย”
ลมเย็นพัดเอื่อย เสียงฝีเท้าคนอื่นเริ่มดังขึ้นรอบข้าง เงาคนเดินไปมาเงียบๆ แต่ไม่มีใครมองเธอ
เสียงหญิงชราจากที่ไหนสักแห่งดังกึกก้อง “ความกลัวคือประตูสู่ความจริง ลูซีย์”
ดอกไม้พลาสติกค่อยๆ กลายเป็นลำต้นทองเหลืองบิดเบี้ยว ลูซีย์ขยับไปใกล้ ยื่นมือลูบใบโลหะ รู้สึกถึงความเย็นเจ็บปวด เธอมองใบไม้—ข้อความเล็กๆ ปรากฏขึ้น “เลือกสิ่งใด ทิ้งสิ่งนั้น”
ชายผมเขียวหันมาใกล้หยุดตรงหน้า “ถ้าต้องทิ้งความทรงจำเดียว เธอจะเลือกอะไร”
ลูซีย์สั่น ก่อนตอบ เสียงขาดเป็นช่วงๆ “ฉันอยากลืมช่วงที่…ฉันต้องพยายามเข้ากลุ่มเด็กเหล่านั้น ฉันเกลียดตัวเองเวลาจำ”
เขายิ้มบาง หันสายตาเศร้า “ใครๆ ก็ต่างมีช่วงที่อยากลืมทั้งนั้น”
เสียงฝีเท้าถอยหายไปในความเงียบ
ทันใด ห้องหมุนกลายเป็นห้องรับแขกจำลอง ชายผมเขียวกลายร่างเป็นชายชรา หน้าตาใจดี นั่งข้างเตาผิงเสมือนจริง เขาตบที่นั่งข้างกาย ลูซีย์เดินไปนั่งอย่างระแวดระวัง
“ทำไมพวกเราถึงเปลี่ยนรูปลักษณ์?” เธอถาม งงงวย
ชายชราตอบช้าๆ “เพราะตัวตนในที่นี้ไม่มีแก่นแท้ มีแต่สิ่งสะท้อนความต้องการลึกสุด”
ลูซีย์กลืนน้ำลาย เธอนั่งฟังเสียงไฟแตกดังเปาะ เสียงหยดน้ำค้างจากขอบหน้าต่างผสานกับหายใจของทั้งคู่
“แล้วใครเป็นคนสร้างที่นี่?”
ชายชราคิดนาน “บางที…อาจเป็นเธอเอง ที่สร้างโลกนี้เพื่อปกป้องตัวเอง”
คำพูดนั้นกัดกินใจลูซีย์ เธอเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนสายลมหนาวพัดวูบเข้าในห้อง ใบหน้าน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
เสียงหัวเราะจากมุมห้อง—หญิงสาวแต่งชุดสีแดงก้าวออกมา “แวะมาแล้วจะไม่แนะนำตัวหน่อยรึไง”
ลูซีย์ตาเบิ่งกว้าง หญิงสาวผมดำยิ้มกว้างอย่างท้าทาย น้ำเสียงระคนเย้ย “อย่าไว้ใจใครที่นี่แม้แต่ตัวเอง”
หญิงสาวดึงลูซีย์ลุกขึ้น “มาเถอะ ไม่วิ่งต่อ หัวใจเธอจะหยุดเต้น”
ลูซีย์ลังเล แต่อึดอัดจนยอมเดินตาม หญิงสาวพาตะลุยโถงแสนยาว ผนังสองข้างโชว์ภาพความทรงจำสลับซับซ้อน เด็กหญิงในภาพนั่งซบเข่า เธอเห็นพ่อแม่สวมหน้ากากหมุนวน ลูซีย์ยืนตัวสั่น
“กลัวเหรอ?” หญิงสาวถามพลางชะเง้อหน้ายั่ว
“ไม่มีใครไม่กลัวภาพอดีต” ลูซีย์ตอบแผ่วเบา
ภาพในโถงกลายเป็นน้ำแข็งแตกแหลกละเอียด พวกเธอเดินฝ่าเศษแก้ววาววับที่บาดใจ ฝ่าเท้าลูซีย์มีรอยเลือดเป็นจ้ำ
หญิงสาวจ้องตา “เธอต้องเลือกว่าอยากจะตื่นหรืออยากอยู่ต่อในห้องฝันนี้”
ลูซีย์แน่นิ่ง น้ำตาขังในเบ้าตา เธอเงียบอยู่นานจนห้องสะท้อนแต่เสียงหายใจ
เสียงหญิงชราดังขึ้นอีกครั้ง “ถ้าเธออยู่ต่อ ความเจ็บปวดจะไม่เข้ามา แต่ความรักก็จะอยู่แค่ในฝัน”
ลูซีย์หลับตาแน่น ความคิดซัดสาดมืดมน เธอกำลูกแก้วแน่นจนเจ็บ รอยแตกบนลูกแก้ววิ่งพล่านเป็นจังหวะหัวใจ
“ฉันคิดถึงพ่อแม่…ถึงแม้พวกเขาจะไม่สมบูรณ์ ฉันอยากยอมรับทุกอย่างอีกครั้ง”
หญิงสาวชุดแดงยิ้มเศร้าแล้วหายวับ ลูซีย์ล้มลงกับพื้น มองผนังกระจกแตกทีละเส้น เสียงแก้วร้าวดังลั่น โลกทั้งห้องสั่นสะเทือน เธอกรีดร้อง
เมื่อเงียบลง ลูซีย์พบว่าตัวเองกลับมายืนที่จุดเริ่มต้นในห้องกระจก ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นลูกแก้วในมือที่เปลี่ยนสีเป็นน้ำเงินนุ่มนวล เมื่อเธอวางมันลงบนโต๊ะ ผนังโปร่งใสเปิดเป็นประตูอีกครั้ง
คราวนี้ ไม่มีความลังเล ลูซีย์เดินเข้าไป สูดลมหายใจลึก
ประตูพาเธอออกสู่สวนโลหะเขียวขจี เด็กชายคนหนึ่งยืนรออยู่ รอยยิ้มของเขาจาง ๆ แววตาเศร้าแฝงความหวัง
“เธอพร้อมจะเริ่มต้นใหม่แล้วหรือยัง?” เด็กชายถาม
ลูซีย์ยิ้ม หัวใจสั่นอย่างแปลกประหลาด
“พร้อม” เธอตอบ ก่อนก้าวเดินไปพร้อมเขาสู่แสงดาวที่รอคอย