หวานชื่นในเสียงดนตรี
เสียงเครื่องดนตรีอื้ออึงอย่างมีชีวิตชีวาในห้องฝึกซ้อมของค่ายเพลง เรียกให้ดูมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย นักเปียโนสาวคนหนึ่งก้มหน้าก้มตาฝึกโปรแกรมใหม่ที่รับคำสั่งบิดเบี้ยวจากนักร้องหนุ่มที่เธอพึ่งจะรู้จักได้ไม่นาน คิม นักเรียนปีสามที่มีความฝันจะเป็นนักดนตรี อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในวงดนตรี ระหว่างเครื่องดนตรีสากลและเสียงร้องของนักร้องแสดงถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในใจของเธอ ซึ่งเย้ายวนพาอารมณ์ไปในทางเดียวกัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต้องเล่นให้เหมือนกับว่าชีวิตขึ้นอยู่กับมัน!” คิมส่งเสียงเรียกค่ายเพลงแห่งใหม่ก่อนจะหยุดเส้นเสียงเสียงให้นักร้องชายหนุ่มที่ชื่อว่าอาร์ม ซึ่งกำลังนั่งจ้องมองเธออย่างน่าหงุดหงิด รอยยิ้มที่เข้มข้นแฝงไปด้วยความเลิกลักขณะที่เขาร้องให้เธอสนใจ ในขณะเดียวกัน อารมณ์ของเขายิ่งแสดงออกให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวามากขึ้น
เขามองดูเธอด้วยสายตาที่บอกเล่าแทนคำพูด ทั้งครึ่งยิ้มครึ่งเลิกคิ้วแสดงถึงความแท้จริงในใจ ขณะเดียวกัน เสียงเธอก็กดปุ่มโน้ตบนแป้นเปียโนด้วยความอึดอัดนำหน้าความแปรปรวนที่เกิดขึ้น ทั้งสองง้องแง้งในระหว่างการฝึกไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาไป
ครอบครัวของคิมแตกแยกเนื่องจากแตกต่างในอุดมการณ์ทางดนตรี รสนิยมของพ่อคือดนตรีคลาสสิก ขณะที่น้องชายของเธอมั่นใจในแนวเพลงสมัยใหม่ คิมจึงกลายเป็นคนกลางระหว่างสองโลก ทั้งครอบครัวที่ค่อนข้างเป็นทางการ และความอนุรักษ์นิยมที่อยู่ในขณะที่เพลงที่เธอรักกลับขัดแย้งกับสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง
ที่งานแข่งขันของเพลงที่จัดขึ้นในและมีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมทำให้คิมมีโอกาสที่จะปฏิเสธความเป็นจริง เธอเดินไปที่เวที พร้อมพร้อมเสียงกรีดร้องดังไปทั่วเมือง เธอรู้สึกว่าตัวเองสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้ผ่านเสียงดนตรี เมื่อขึ้นเวที อาร์มยืนอยู่ข้างเคียง เขาเริ่มเข้าใจว่าเพลงที่ร้องเสมอไม่เคยให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาเท่าที่คิมให้
ในขณะที่พวกเขาทั้งคู่เริ่มมีความรักที่ลึกซึ้งเข้ามาผูกพันกันเสียงดนตรีเริ่มกลายเป็นสิ่งผูกมัด แต่ความกังวลใจก็เริ่มครอบงำให้คิมต้องทบทวนเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมุมมองของครอบครัวเริ่มลดน้อยลง จนถึงจุดพลิกผันใหญ่คือตอนที่ข้อมูลข่าวสารหลุดออกมายังครอบครัวของเธอ
“เราต้องคุยกันตอนนี้!” พ่อของคิมตะโกนหน้าตาเข้ม หลังจากทราบเรื่อง คิมถึงกับถึงกับตั้งตัวไม่ติดจนต้องก้มหน้าก้มตา คล้ายๆ กับการต้องหนีจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
คิมรู้ว่าเวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอมองเห็นความไร้มาตรฐานในสายตาของพ่อ และสิ่งที่จะนำมาซึ่งการต่อสู้ในความหมายต่างๆ พ่อของเธอเริ่มแสดงความไม่พอใจ );” และการเผชิญหน้าที่สุดยอดมาถึงที่คิมต้องตัดสินใจระหว่างความรักที่แท้จริงและความกดดันจากสังคม
ในที่สุด ทั้งคู่ได้ร่วมงานแสดงและชนะในใจผู้ชม ขณะที่ทุกคนยกย่องความเป็นจริงของเพลงนั้น ความรักก็ยังคงก่อตั้งขึ้นบนความเจ็บปวดเมื่อไม่อาจกลับไปยังชีวิตที่เคยเป็น อาร์มจึงตัดสินใจแยกทางกับคิมเพื่อให้เธอไปตามหาความสุขที่ถ่องแท้
เมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้าไปและแลกด้วยเสียงดนตรีที่ค่อย ๆ เงียบลง คิมจึงจำได้ว่า ทั้งหมดล้วนเป็นการกลับคืนค่าสิ่งที่พวกเขาเสียไป ทั้งการแสดงเป็นชีวิตที่น่าจดจำและมุมมองใหม่ในดนตรี โดยเฉพาะเสียงอันทรงพลังที่ทั้งคู่ได้สร้างขึ้นร่วมกัน ตัวตนของความรักนี้จะยังคงตามไปทุกที่ ต่อให้สิ่งรอบข้างจะเปลี่ยนไป
เสียงเพลงสุดท้ายดับลง แต่คำขอจากใจของคิมยังคงอยู่ในหู เธอทราบดีว่ามีเพลงที่มีความแสวงหาทั้งหมดและต้องยอมรับของความรักที่แท้อยู่ในตัวเอง