ชมรมภาพยนตร์กับคำโกหกหนึ่งชุดของเต้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางชมรมภาพยนตร์ในวันอากาศครึ้มที่ไม่เป็นใจต่อการถ่ายทำ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เต้: “ใครโทรมาตอนนี้อีกแล้ววะ…”
มีนา: “อย่าบ่นสิ เต้ คนอื่นมาแล้ว เรากำลังจะประชุมเรื่องเทศกาลนิสิตสัปดาห์หน้า”
เต้ยื่นโทรศัพท์ให้ มีนา ดีใจที่มีคนเข้าร่วม แต่ใบหน้าซีดลงเมื่อเห็นจดหมายในแอปเมล
มีนา: “นี่คืออีเมลจากอะไรน่ะ หัวข้อ ‘ยืนยันการเป็นผู้ตัดสิน'”
เต้: “อ๋อ…ฉันคงกดส่งผิดกลุ่มเมื่อกี้ ส่งไปหาอาจารย์กระจ่าง แต่เงอะงะ…”
แอมป์: “เอาจริงเหรอ เต้ ส่งอีเมลยืนยันการเป็นกรรมการให้ชมรมเราด้วยเหรอ”
เต้เขิน เขาพยายามยักไหล่ แต่ในใจรู้สึกวูบ
เต้: “ไม่ใช่ของฉันจริงๆ ฉันแค่…กดส่งผิด”
หมอก: “แปลกนะ อีเมลนี้มาจากผู้จัดงานภายนอก เขียนว่า ‘ยินดีเข้าร่วมคณะกรรมการคัดเลือกภาพยนตร์นิสิต’ แล้วยังลงชื่อชื่อที่ฟังดูเป็นผู้กำกับสารคดีจากต่างประเทศอีก”
ไอซ์: “คนชื่อยากๆ มักจะมีออร่าความน่าเชื่อถือสูงนะ”
มีนา: “แล้วทำไมอีเมลถึงถึง ‘เต้’ ล่ะ”
เต้กลืนน้ำลาย เขาตัดสินใจบอกความจริงแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ
เต้: “ฉันตอบกลับไปว่า ‘ขอบคุณครับ’ เท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจยืนยันอะไรทั้งนั้น”
แอมป์หยิบโทรศัพท์มาส่องจออย่างสนุกสนาน
แอมป์: “งั้นโชคดีไปนะ นี่อาจเป็นโอกาสทองของชมรมนะเว้ย บอกว่ามีกรรมการมาจากเทศกาลจริงๆ งานของเราจะดูใหญ่ขึ้นทันที”
มีนา: “แต่นายไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริง ๆ ใช่ไหม เต้”
เต้: “ฉันไม่อยากโกหก… แต่ถ้าเราบอกความจริง งานอาจจะไม่ค่อยมีคนสนใจ”
หมอก: “เอาจริงๆ เราอยากได้ผู้ตัดสินจากภายนอกมานานแล้วนะ ถ้ามีคนเชื่อจริง งานเราจะมีคนส่งหนังมาเยอะขึ้น”
เต้นิ่ง มันคือจังหวะที่ความสงบในหัวใจของเขาสั่นไหว ระหว่างความสบายใจจากการไม่อยากพูดความจริง กับความรู้สึกผิดที่กำลังสะสม
เต้: “ถ้า…ถ้าฉันลองทำให้เหมือนว่าเราเป็นตัวกลางติดต่อกับกรรมการคนนั้นล่ะ มันคงไม่เป็นไรแค่ช่วงหนึ่ง…”
มีนา: “เต้! นายอย่าบอกนะว่าจะ…”
เต้ยื่นมือขึ้นยับยั้ง สายตาเต็มไปด้วยความกลัวและความตั้งใจในเวลาเดียวกัน
เต้: “ฉันจะเป็น ‘ผู้ประสาน’ ให้ก่อน ให้เขายืนยันตรงๆ เลยถ้าเขาต้องมา”
แอมป์หัวเราะจนแทบล้ม
แอมป์: “เฮ้ย นี่มันแผนชั่วร้ายระดับนักศึกษามหาลัยเลยนะ แต่ก็ได้ ถ้าเราจัดดีๆ อาจได้สปอนเซอร์ด้วย”
ไอซ์: “สปอนเซอร์คือคำทุกคนชอบ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ กลบความรู้สึกผิดที่เต้พยายามเก็บไว้ เมื่อความคิดในการยืนหน้าชมรมเป็นตัวแทนผู้ตัดสินเกิดขึ้น เต้รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่ภารกิจที่ไม่ตั้งใจ
วันต่อมา เต้ต้องรับบทเป็น ‘ตัวแทนอย่างเป็นทางการ’ ในการประชาสัมพันธ์งาน
คนที่ผ่านมาร้านชมรมเห็นบอร์ดชื่อกรรมการและรูปโลโก้เทศกาล จิตวิญญาณของชมรมพลุ่งพล่าน
นักศึกษา: “โอ้โห ชมรมภาพยนตร์ของเราได้ผู้ตัดสินจากภายนอกจริงๆ เหรอเนี่ย”
เต้ยืนอยู่ข้างบอร์ด หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ใบหน้าต้องนิ่งเป็นมืออาชีพ
เต้: “ครับ เราพยายามเชิญบุคคลที่มีประสบการณ์จริง ๆ เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกโปร่งใส”
นักศึกษาบางคนยกกล้องขึ้นถ่ายรูป เต้ยิ้มแหยแต่พยายามให้คำพูดที่มั่นใจ
มีนาเข้ามากระซิบที่ข้างหูเต้ตอนพักกลางวัน
มีนา: “เต้ นายต้องติดต่อกรรมการคนนั้นให้ได้จริงๆ นะ ฉันไม่อยากให้ชมรมถูกตราหน้าว่าโกหก”
เต้กลืนน้ำลายอีกครั้ง ความรู้สึกผิดเหมือนเป็นก้อนเล็กๆ ในท้องที่ใหญ่ขึ้นทุกที
เต้: “ฉันจะติดต่อไป ฉันสัญญา…”
เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา บรรยากาศในชมรมเหมือนซีนภาพยนตร์ที่ทุกคนกำลังเตรียมการสำหรับฉากใหญ่
เต้เริ่มคุยกับอีเมลนั้นจริง ๆ เขาพิมพ์ด้วยมือนิ่งแต่ใจเต้นรัว
เต้พิมพ์: “สวัสดีครับ ผมชื่อเต้ เป็นตัวแทนชมรมภาพยนตร์มหาวิทยาลัย…”
ส่งไปแล้ว ไม่มีการตอบกลับทันที เต้หายใจสั้นๆ แล้วกลับไปเตรียมโปสเตอร์
หมอก: “อย่ากังวลไป เต้ บางทีเขาอาจจะยุ่ง เราแค่ต้องเตรียมงานให้พร้อม”
แอมป์เริ่มจัดตารางฉายภาพยนตร์และเชิญคนพูดคุยในงาน ทุกคนทำงานด้วยความคาดหวังสูง
วันหนึ่งอีเมลตอบกลับมาจริง ๆ แต่เป็นภาษาที่อ่านยากและลงท้ายด้วยประโยคสั้นๆ ว่าเขา ‘จะพิจารณา’
เต้: “เขาพูดว่า ‘จะพิจารณา’ นะ นี่ถือว่าเป็นสัญญาณดีใช่ไหม”
มีนา: “ถือว่าเป็นสัญญาณดีในทางใจฝันของเรา แต่มันยังไม่ใช่คำยืนยัน”
เสียงหัวเราะและการวางแผนไม่ลดความตึงเครียด เต้เริ่มฝันถึงวันที่ทุกคนชื่นชมชมรมของเขา
สัปดาห์ผ่านไป คนส่งหนังเข้ามามากเกินคาด เด็กๆ ในมหาวิทยาลัยเริ่มคาดหวังกับงานมากขึ้น
เต้: “เรามีหนังเข้ามาสิบเรื่องแล้วนะ”
มีนา: “สิบหรอ? ดีเกินคาดแท้”
แอมป์แอบสะกิดเต้
แอมป์: “นี่มันเริ่มบ้าตั้งแต่ตอนนายกด ‘ขอบคุณ’ นะเฟ้ย”
วันหนึ่งมีจดหมายจากคณะวิชามาวางไว้ เป็นคำเชิญจาก ‘สำนักงานกิจการนิสิต’ ขอให้ชมรมจัดงานให้เป็นทางการและแจ้งกรรมการภายนอกเพื่อประกาศในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
มีนาอ่านจดหมายแล้วมองหน้าเต้
มีนา: “เต้ นายต้องบอกความจริงแล้วนะ ถ้าจริงๆ เขาไม่มา เราจะมีปัญหาเรื่องประชาสัมพันธ์”
เต้: “ฉันรู้…แต่ถ้าบอกตอนนี้ คนจะคิดว่าเราโกหกตั้งแต่แรก”
หมอก: “เราต้องหาคนจริงๆ มาช่วยตัดสินสิ งั้นจะเอายังไง”
เต้เริ่มคิดแผนสอง เขาเล่าเรื่องสมมติให้เพื่อนฟังว่าเขาได้คุยกับกรรมการแล้วและสัญญาก็ไม่แน่ใจ เขาพูดเหมือนมีหลักฐานชิ้นหนึ่งคือคำตอบ ‘จะพิจารณา’ นั่นเอง
มีนา: “ฟังดูอ่อนแอเต้ แต่ฉันเข้าใจความกลัวของนาย”
เต้: “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้คิดว่าจะบานปลายแบบนี้”
วันหนึ่ง ชมรมได้รับโทรศัพท์จากนักข่าวนักศึกษา นักข่าวอยากสัมภาษณ์เกี่ยวกับเทศกาล
นักข่าว: “เราจะทำข่าวโปรโมตคอลัมน์กิจกรรมของมหา’ลัย ชมรมคุณจัดอย่างไรบ้าง”
เต้หยุด หายใจช้า ๆ
เต้: “เอ่อ…ผม…เราเตรียมโปรแกรมฉายและเวิร์กช็อปกับกรรมการพิเศษจากเทศกาล”
นักข่าว: “กรรมการพิเศษชื่ออะไรคะ จะได้ใส่ในข่าว”
เต้นิ่ง โดนมองเหมือนต้องเซ็นต์ชื่อคนดังที่เขาไม่เคยพบ
เต้: “ชื่อ…อืม…คาเมรอน…ไม่ใช่…อะ… ชื่อที่ต่างประเทศหน่อย ผมจะกลับไปเช็คนะ”
นักข่าว: “ได้ค่ะ ทางเราต้องการลงพรุ่งนี้”
หลังวางสาย มีนานั่งลงฝ่ามือบนหน้าผาก
มีนา: “เต้ นายเล่นกับไฟเกินไปแล้ว”
เต้: “ฉันรู้ แต่ฉันกลัวว่าถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ ชมรมจะหายไปในความเงียบ”
แอมป์สวมแว่นแล้วหันมองเต้ด้วยสายตาจริงจังกว่าที่เคย
แอมป์: “ถ้านายยอมรับผิด และเราบอกคนว่าเราทำผิดพลาด จะมีคนหัวเราะหรอก แต่นั่นน่ะเป็นความจริง และคนมักจะชอบเรื่องจริงที่อบอุ่นกว่าการแต่งเรื่องตื่นเต้น”
เต้ถือคำพูดนั้นไว้ในใจ แต่เขายังกลัวภาพลบของชมรม ทั้งความต้องการการยอมรับและความละอายทำให้เขาหน่วงเหมือนมีน้ำหนัก
กลางคืน คณะกรรมการชมรมต้องรวมตัวกันเพื่อซ้อมการแถลงข่าว เต้ถูกผลักไปยืนหน้าไมค์
เต้: “สวัสดี…เรายินดีต้อนรับทุกคนมาเข้าร่วมเทศกาลนิสิตประจำปี…”
เสียงปรบมือเล็ก ๆ แต่ถ้อยคำบางคำยังค้างคาในคอเต้
มีนาเบียดไหล่เต้ กระซิบว่าให้บอกความจริง
เต้: “ฉันมีเรื่องอยากจะสารภาพ…”
แอมป์ทั้งเชื่อและกลัว เขาขึ้นมาช่วยเต้ที่เห็นความกลัดกลุ้ม
แอมป์: “เราต้องบอกคนฟังว่ามีเรื่องเข้าใจผิดเกิดขึ้น แต่เราจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดนี้ทำให้พวกเราพัง”
เต้ใช้เวลาพยายามหาคำพูด สุดท้ายเขากลั้นหายใจและพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
เต้: “ตอนแรกผมคิดว่าแค่ ‘ขอบคุณ’ เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงตั้งแต่แรก”
ความเงียบครอบคลุมห้อง ประมาณว่าน้ำหนักคำพูดกำลังตกลงบนพื้น
หนึ่งในนิสิตที่มาดูแถลงข่าวลุกขึ้น
นิสิต: “แล้วนี่หมายความว่าเทศกาลยังมีอยู่ไหม”
มีนา: “แน่นอน เราจะทำต่อ แต่เราจะทำด้วยความจริงใจ”
เสียงซุบซิบดังขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้เป็นเสียงหัวเราะหยามเหยียด คนเริ่มพูดคุยกันด้วยท่าทีสนับสนุนมากกว่า
หัวหน้าโครงการกิจการนิสิตเข้ามาหาเต้ หลังจากนั้นเขาไม่ได้ตะคอก แต่กลับยื่นมือช่วย
หัวหน้าโครงการ: “ผมชื่นชมที่นายยอมพูดความจริง มหาวิทยาลัยต้องการคนที่กล้ารับผิดชอบ”
เต้แปลกใจ เสียงหัวใจของเขาเริ่มเบาลงเล็กน้อย
มีนา: “เรายังสามารถเชิญกรรมการจากภายนอกได้ แต่อาจต้องปรับรูปแบบให้เหมาะกับงบประมาณและเวลา”
เต้: “ผมจะติดต่อกลับไป อธิบายความเข้าใจผิดทุกอย่าง และชวนเขาให้มาทำเวิร์กช็อปออนไลน์แทนมาเป็นผู้ตัดสินโดยตรง”
เพื่อนๆ ในชมรมร่วมมือกันอย่างรวดเร็ว พวกเขาแบ่งงานกันทำ เต้อยู่ข้างๆ คอยประสาน แต่คราวนี้เขาพูดด้วยความจริงใจไม่ใช่คำโกหก
สัปดาห์ก่อนงานเทศกาล ชมรมได้รับการตอบรับจาก ‘กรรมการ’ จริง ๆ แต่ไม่ใช่คนเดียวที่คิดไว้ คนที่ตอบเป็นนักสร้างภาพยนตร์อิสระจากเมืองอื่น เขาขอมาเป็นวิทยากรออนไลน์และจะส่งคอมเมนต์ให้กับหนังที่เขาชอบ
เต้: “ขอบคุณครับที่ตอบกลับ ผมขออภัยในความเข้าใจผิดก่อนหน้านี้ เรื่องทั้งหมดเกิดจากการสื่อสารผิดพลาดของผม”
อีเมลตอบกลับสั้น ๆ เขียนว่า ‘ขอบคุณสำหรับความซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์คือหัวใจของภาพยนตร์ ฉันยินดีช่วย’ เต้ยิ้มจนตาเป็นประกาย
วันเทศกาลมาถึง ชมรมจัดฉายหนังพร้อมเวิร์กช็อปออนไลน์ คนมาร่วมงานแน่นห้องประชุม ผู้คนหัวเราะ ร้องไห้ และปรบมือเมื่อตอนจบหนัง
มีนา: “ดูสิ เต้ ทุกคนมาที่นี่ไม่ใช่เพราะเรื่องโกหก แต่เพราะเรายอมรับและทำงานหนัก”
เต้: “ฉันไม่ได้คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากคนอื่น”
ตอนเวิร์กช็อปออนไลน์ นักสร้างภาพยนตร์กล่าวถึงความสำคัญของความจริงและการยอมรับความพยายามของคนรุ่นใหม่
วิทยากร: “บางครั้งความผิดพลาดคือสิ่งที่ทำให้เราได้เห็นหนทางที่แท้จริงของตัวเอง”
ในช่วงถัดมา มีการประกาศผลการคัดเลือกหนังที่คณะกรรมการชอบ หนังที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่มาจากการทดลองและความจริงใจของผู้สร้าง
เต้เดินไปรอบห้อง พบกับนักศึกษาที่เคยมองเขาด้วยสายตาสงสัยก่อนหน้านี้ หลายคนมาขอบคุณที่ชมรมไม่ยอมแพ้
นักศึกษาคนหนึ่ง: “ผมชอบที่คุณบอกความจริง เรื่องนี้ทำให้ผมกล้าที่จะส่งหนังของผม”
เต้: “ขอบคุณนะครับ ผมก็เรียนรู้จากทุกคนเหมือนกัน”
หลังงานจบ เต้นั่งอยู่ตรงม้านั่งหน้าชมรม หมีนาเข้ามานั่งข้างๆ เขาทั้งคู่เงียบไปสักพัก ไม่ใช่ความเงียบด้านอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เข้าใจกัน
มีนา: “ถ้านายไม่ยอมรับผิดตั้งแต่แรก มันอาจจะจบไม่สวย แต่การยอมรับทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้น”
เต้: “ผมคิดว่าผมจะไม่กลัวการเผชิญหน้ามากขึ้น แต่ผมยังกลัวว่าจะทำผิดอีก”
มีนาอมยิ้ม เลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง
มีนา: “การทำผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แต่การยอมรับผิดและเรียนรู้จากมันต่างหากที่ทำให้เราโตขึ้นจริงๆ”
เต้หันมองฟ้า เห็นเมฆที่เคยขมุกขมัวตอนแรก กลับมีช่องว่างให้แสงอ่อนๆ ส่องลงมา
เต้: “ผมขอบคุณทุกคนที่ไม่ทิ้งผมในวันนั้น”
แอมป์โผล่มาจากด้านหลัง ยกถ้วยชามที่ยังมีซากขนมอยู่ในมือ
แอมป์: “อย่าเพิ่งน้ำตาซึมนะ จะหาว่าเราเขียนบทสะเทือนอารมณ์ให้เต้”
ทั้งกลุ่มหัวเราะ เต้รู้สึกอบอุ่นในสิ่งที่เขาเคยกลัว จากคนที่อยากหลีกเลี่ยงปัญหา เขากลายเป็นคนที่ยอมรับความผิดและทำงานเพื่อแก้ปัญหาแทน
เวลาผ่านไปหลายเดือน ชมรมได้รับการยอมรับในระดับมหาวิทยาลัยและมีชื่อเสียงด้านการสนับสนุนหนังทดลอง
เต้ยังคงมีข้อบกพร่องเรื่องหลีกเลี่ยงปะทะ แต่ตอนนี้เขารู้วิธีเผชิญหน้า เขาไม่สวยหรูแต่จริงใจ
วันหนึ่งขณะที่เต้นั่งแก้บัทอยู่ มีนามาขอคำปรึกษาเรื่องบทหนัง สองคนแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างตลกและจริงใจ
มีนา: “นายยังชอบใส่เพลงซึ้งในช็อตที่ไม่จำเป็นอยู่นะ เต้”
เต้: “นั่นคือสไตล์ฉัน ไม่งั้นหนังจะไม่รู้สึกเป็นบ้าน”
หมอกเข้ามากับแผ่นสรุปรายได้จากงาน เทหาความจริงแบบตรงไปตรงมาที่ทำให้ทุกคนหัวเราะ
หมอก: “รายได้อาจจะพอจ่ายค่าเครื่องดื่ม แต่ไม่พอจ่ายค่าอวดดี”
ทุกคนหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นคือดอกไม้เล็ก ๆ ที่ผลิบานจากความจริงใจและความร่วมมือ
เต้คิดย้อนกลับไปถึงคืนที่เขากด ‘ขอบคุณ’ ส่งอีเมลผิด ช่วงเวลานั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิด
เขาเรียนรู้ว่าบางครั้งความผิดพลาดเปิดทางให้มิตรภาพและความเข้มแข็งของกลุ่มปรากฏตัว
ก่อนจะจบ เทศกาลครั้งต่อไป ชมรมได้เชิญนักสร้างภาพยนตร์ที่เคยเป็นวิทยากรกลับมาที่มหาวิทยาลัย เขามีรอยยิ้มเป็นมิตรและจำได้ว่าเต้เป็นคนที่ยอมรับผิด
วิทยากร: “ผมติดตามชมรมของคุณมาตลอด ผมชอบวิธีที่คุณจัดงาน มันจริงใจ”
เต้: “ขอบคุณครับ ผมไม่ได้ทำได้คนเดียวทุกคนช่วยกัน”
งานปิดท้ายด้วยการฉายหนังสั้นที่เป็นผลงานรวมของสมาชิกชมรม ทุกคนดูด้วยความภูมิใจ เต้ยืนมองเพื่อนๆ ที่ล้วนเปลี่ยนจากคนที่คิดว่าเขาเป็นแค่ ‘ตัวกลาง’ ให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง
มีนาเอื้อมมือมาจับมือเต้ เขาไม่ปลื้มความหวานแต่รับมือได้
มีนา: “เราเริ่มต้นจากข้อผิดพลาด แล้วสร้างบางอย่างที่สวยงามขึ้นมาด้วยกัน”
เต้ยิ้ม เขารู้สึกว่าตัวเองเติบโตจริงๆ ไม่ใช่แค่ภายในชมรม แต่เป็นคนที่กล้าเผชิญหน้ากับความกลัว
แอมป์กระซิบอย่างจงใจตลก
แอมป์: “ตอนหน้า ถ้าเต้ยังคิดจะส่งอีเมล ให้ใครก็มอบหมายให้หมอกตรวจก่อนนะ”
หมอกทำหน้าซื่อตรง
หมอก: “ฉันตรวจได้ แต่อาจจะใส่อิโมจิแปลกๆ ลงไปเพื่อความสร้างสรรค์”
ทุกคนหัวเราะ เต้คิดว่าชีวิตที่อบอุ่นและวุ่นวายของเขาคงยังมีบททดสอบอีก แต่ตอนนี้เขารู้ว่ามีเพื่อนที่พร้อมยืนข้างกัน
ยามค่ำคืนเมื่อแสงไฟในชมรมค่อย ๆ ดับลง เต้นั่งอยู่หน้าโปสเตอร์เก่า ๆ เขาพูดกับตัวเองเงียบ ๆ อย่างไม่ยิ่งใหญ่แต่จริงใจ
เต้: “ฉันทำผิด แต่ฉันแก้ไข และฉันจะไม่หนีจากความรับผิดชอบอีกแล้ว”
ในช่วงท้ายของเรื่อง ชมรมภาพยนตร์ไม่ได้กลายเป็นเทศกาลยิ่งใหญ่ระดับชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่ให้คนกล้าทำหนังที่จริงใจ และเต้ได้เรียนรู้ว่าการยอมรับข้อบกพร่องของตัวเองทำให้เขาเติบโตอย่างแท้จริง
เสียงหัวเราะ เบื้องหลังของฉากจบไม่ใช่การแก้แค้นหรือความสำเร็จวูบวาบ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากการยอมรับความจริง ข้อผิดพลาด และความกล้าหาญที่จะก้าวต่อไป
ท้ายที่สุด เต้เดินจากชมรมพร้อมเพื่อน ๆ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเมื่อพวกเขารู้ว่าทุกการกระทำมีผล และทุกความจริงมีพลังมากกว่าการแต่งเรื่องใดๆ
แสงไฟดับลง แต่ความอบอุ่นที่เกิดจากความซื่อสัตย์ยังคงส่องสว่างในหัวใจของพวกเขาต่อไป
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: ชมรมภาพยนตร์, มหาวิทยาลัย, ตลกวุ่นวาย, การปลอมตัว, มิตรภาพ