ใต้เงาน้ำแข็ง
ฟ้าราตรีของอีรุสกาเต็มไปด้วยประกายสีเขียวของแสงเหนือ ลมเย็นกระแทกราวตบหน้าเมื่อบอกราตรีสวัสดิ์ ไมล์ซ พ่อผู้เจียมตน มีแววตาเสาะหาเมื่อลูกสาวคนเล็ก อินา หัวเราะอยู่ข้างหน้าต่าง เขายืนพิงโต๊ะไม้ ผิงไฟพอเป็นไอ ไล่ไอหนาวที่อบอวลแม้ในบ้านไม้นี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อินาจะฟังเรื่องผีอีกแล้วเหรอ?” เลียนา แม่สาวอดีตครูเสียงแข็งแฝงรอยอ่อนโยน มือกำขวดน้ำร้อนแน่น
“คืนนี้มีแสงบนฟ้า อินาว่ามันตอนเด็กกลัวผี แต่ตอนนี้…” อินาตอบ พลางเหลือบแลออกไป ทุกคนหยุดนิ่งครู่หนึ่งราวว่าฟังเสียงน้ำแข็งแตก
ไมล์ซถอนหายใจ เหนื่อยจากวันเก็บปลาทะเลสาบ เจ้าของบ้านใจลึกแต่มักไม่พูด เขาลูบหัวอินาแผ่ว ๆ
ข้างนอก ความมืดปกคลุมทั้งหมู่บ้านบ้านไม้เรียงริมธารน้ำแข็ง กวางตัวน้อยวิ่งข้ามทุ่ง ครูบ้านเก่า สุนัขแก่หอนรับเสียงลม
กระทั่งเสียงร้องตะโกนดังขึ้นจากบ้านถัดไป เสียงนั้นสั่นประสาทดั่งเสียงกรีดมีดลงน้ำแข็ง “ฟาร่าหายตัวไป!”
ทุกบ้านเปิดประตูออก ชาวบ้านจุดตะเกียง มือไม้สั่น ๆ เล็กน้อยด้วยทั้งหนาวและกลัว ไมล์ซวิ่งนำทางไปที่บ้านต้นเสียง
ห้องนั่งเล่นแห่งนั้นกระจัดกระจาย แม่ของฟาร่านั่งทรุด สองมือกำผ้าม่าน น้ำตาไหลพราก ไม่มีใครแลเห็นเด็กหญิงในผ้าห่มลายจุดอย่างเคย
“อินากลับบ้านนะ” เลียนาเอื้อมมือคว้ามือลูกหญิงไว้ กระซิบกับไมล์ซ “ช่วยเขาที — ฉันจัดการที่นี่เอง” ในแววตาเต็มไปด้วยกังวลและบางสิ่งที่ไม่กล้าเอ่ย
ไมล์ซลูบหลังเอมี่ แม่ของฟาร่า “เมื่อคืนเห็นอะไรผิดปกติไหม”
เธอส่ายหน้า “ได้ยินเสียงเหมือนน้ำแข็งแตกราวกับอะไรอยู่ใต้พื้นบ้าน…”
ชาวบ้านเริ่มรวบรวมกันหน้าทุ่งน้ำแข็ง จุดไฟฉาย หมุนหัวใจกระสับกระส่าย เด็กทุกคนถูกรวบรวมในบ้านเดียว เหลือเพียงผู้ใหญ่เดินแถวตามรอยเท้าที่เลือนลางไปในความมืด — มีแต่เสียงน้ำแข็งร้าวคอยล่อลวงให้จ้องมองลงไป…
อิคาร์ หัวหน้าหมู่บ้านชรา เดินมา มือกำไม้เท้าทะยานกลางสายลม “อย่าแยกกลุ่ม ถ้ามีอะไรในเงาน้ำแข็ง เราต้องอยู่ด้วยกัน”
มีบางอย่างในเงาขยับ เคลื่อนตัวใต้ธารหนาว แมวของหมู่บ้านยืนนิ่งหันมองฟ้าสีรุ้ง หมู่บ้านทั้งหมู่จมอยู่ทั่วเสียงหัวใจเต้นแรง
ทุกคนค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปที่ริมผืนน้ำแข็ง กระแสลมกลางคืนชวนให้ขนลุก ก้าวย่างแต่ละก้าวบนหิมะยุบยวบเต็มไปด้วยความกังวล
“ถ้าสโนว์มาอีก… จะปกป้องลูกยังไง” อินากระซิบกับแม่ เลียนาจับมือลูกสาวไว้แน่นกว่าเดิม
ความทรงจำเก่า ๆ เที่ยวแล่นกลับมา — สองปีก่อน ดราฟ พี่ชายอินาหายไปช่วงฤดูหนาว ไม่มีใครเจอแม้กระดูก ความเงียบแทนที่เสียงหมอนั่น
“คืนนี้จะไม่ให้ใครหายไปอีก” ไมล์ซสาบานในใจ เสียงรองเท้ากระทบพื้นน้ำแข็งกลายเป็นจังหวะแห่งความกลัวและความหวังผสมกัน
แสงจากตะเกียงส่องเส้นรอยบาง ๆ รูปเท้าเล็กของฟาร่า ทุกคนค่อย ๆ ตามไปราวกับกลัวจะเสียงดังจนแตกกระจกน้ำแข็งบาง ๆ นั้น
เมื่อพวกเขาเดินไปถึงใกล้สันน้ำแข็ง ร่องรอยเท้าก็หยุดลงจู่ ๆ ไม่มีรอยต่อ — มีเพียงเงาเลือนรางและรอยแตกจาง ๆ ที่ขอบผืน
เสียงแหลมบาง เสียงสะท้านใจดังขึ้นข้างล่างราวกับใครร้องเรียก ทุกคนชะงัก หันไปมอง ไมล์ซกลั้นใจ ย่อตัวลงแนบหู หัวใจเต้นแรง
“ฟังสิ” อิคาร์สั่ง ทุกคนเงียบกริบ
เสียงน้ำแข็งปริแตกดังขึ้นอีกต่างหาก ลึกและหนา ราวกับบางอย่างตื่นขึ้นใต้พื้น…
ความเย็นเริ่มกัดผิว เลียนายืนกอดอินา ฝืนยิ้มให้ลูก “ไม่เป็นไรนะ เราจะปลอดภัย” น้ำเสียงเบาบางแต่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
ไมล์ซจับสายตากับอิคาร์ “เราจะลองเดินวนอีกไหม”
อิคาร์ส่ายหน้า “ซ้ำรอยเดิมไม่ได้ — ถ้ามีบางอย่างลากเด็กลงไปล่ะ?”
ความเงียบโรยตัวทั่วน้ำแข็ง จังหวะลมหายใจเบา ๆ ซ้อนทับเสียงสะท้าน
ทันใดนั้น ไฟฉายดวงหนึ่งส่องไปกระทบกับวัตถุคล้ายตุ๊กตาผ้าวางอยู่ลึกลงไปใต้ผืนน้ำแข็ง แม้จะขุ่นแต่เห็นเงาได้ อินาร้องเสียงหลง “นั่นของฟาร่า เธอไม่กล้าหยิบติดตัว!”
ทุกคนจ้องมอง วางหัวใจลงบนสิ่งไม่รู้จักเบื้องล่าง
ท่ามกลางความหนาว น้ำตาเอมี่ไหลพราก เธอก้มกราบพื้นน้ำแข็ง มือสั่นเทา “ขอให้ลูกปลอดภัย… ใครก็ได้ ช่วยด้วย”
อินาเงยมองดาวแสงเหนือ ตาโบ๋ “ถ้าฉันเป็นฟาร่า…จะไปซ่อนที่ไหน…”
ไมล์ซมองภรรยาในเงา รู้สึกลึก ๆ ว่าครอบครัวเขาเองแทบแตกแยกจากความเศร้าในอดีต
อิคาร์พูดเบา ๆ “เล่าสิ ไมล์ซ ดราฟหายไปอย่างไร…”
ไมล์ซพร่าเสียงในลำคอ “วันนั้นพายุมาแรงมาก… ลูกชายชอบเดินเล่นริมผาน้ำแข็ง ผมออกไปตามแต่ก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย… ตลอดสองปี ผมฝันถึงเขาใต้ธารน้ำแข็งนี้…ตลอด”
เสียงแว่ววอร์มอากาศผิดปกติดังลอดมา ธารน้ำแข็งเริ่มขยายเส้นร้าวช้า ๆ บรรยากาศตื่นตระหนกเกิดขึ้นอีกครั้ง ทุกคนก้าวถอยหนี อิคาร์สั่งให้จับกลุ่มแน่นขึ้น
เลียนาโน้มไปที่ไมล์ซ “อินาเริ่มเห็นอะไรแปลก ๆ…เมื่อเช้าเธอบอกว่ามีเด็กผู้หญิงวิ่งใต้ผิวน้ำแข็ง”
ไมล์ซขมวดคิ้ว “อินาชอบจินตนาการ เธอยังฝันถึงดราฟด้วยซ้ำ…”
“แต่บางทีมันอาจไม่ใช่แค่ความฝัน” เสียงของเลียนาสั่นไว้อย่างเห็นได้ชัด
อินามองดูเงาของตนบนพื้นน้ำแข็ง สะท้อนแสงเหนือเต้นเร่า ๆ เธอนิ่งงันเหมือนกำลังฟังเสียงกระซิบลึกลับ ทันใดเธอพูดขึ้นเบา ๆ “มีเสียงเรียกชื่อฉัน…”
ทุกคนหันมอง กระแสลมหมุนวนเกิดขึ้นเป็นคลื่นความกลัวข้ามมวลความมืดอินานั่งลง ก้มใบหน้าแนบพื้นน้ำแข็ง เงี่ยหูฟังอีกครั้ง
“ชื่อของฉัน…ดังอยู่ข้างล่างนี้…” เธอพูดพร้อมน้ำเสียงเหม่อลอย ไม่ใช่เสียงแบบเด็กหญิงธรรมดา
เลียนาดึงลูกให้ลุกขึ้น แต่เธอยือตัวแข็ง ไม่ยอมขยับ หัวใจของแม่แทบหยุดเต้น
อิคาร์สั่งให้ถอยกลับ ทั้งกลุ่มล้อมรอบอินาไว้ “ถ้าอะไรบางอย่างจะมา มันจะไม่เอาเราไปทีละคน!”
ก่อนที่จะขยับตัว เสียงปริแตกของน้ำแข็งดังลั่นกว่าเดิม ผิวหน้าธารแยกเป็นเส้นยาว ทุกคนถอยกรูพร้อมกัน ไฟฉายกลิ้งตกกลุ่มเงามืด เงารูปร่างมนุษย์ไถลผ่านผืนน้ำแข็งใต้ผิว
เลือดในกายแต่ละคนเย็นวาบ อินากระซิบเสียงสั่น “มัน…ไม่ใช่คน มันเงียบ แต่มัน…กำลังหิว”
เอมี่ร้องโหยหวน “ฟาร่ากลับมาหาแม่เถอะ!”
เลียนาแนบอกอินา “ขอโทษที่แม่เคยโกรธ…ถ้าแม่ปล่อยให้ดราฟออกไปวันนั้น เขาอาจยังอยู่” น้ำตาคลอเปลือกตา อินาเงียบไปยาวนาน
เสียงทีแรกอ่อนโยนขึ้นใต้ผิวน้ำแข็ง ครางหวีด ทั้งชาวบ้านหลับตาปี๋
ไมล์ซรวบรวมความกล้า เอ่ยขึ้นกลางวง “ใครอยู่ใต้ผืนนั้น เอาลูกชาวบ้านไปทำไม!” เสียงของเขาตัดผ่านอากาศเย็นเฉียบ ทุกคนรอคอยเงียบงัน
เงาใต้ผืนน้ำแข็งขยับอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยุดนิ่ง นานหลายวินาที โลกหยุดหายใจ เสียงสะท้านหายไปกับกระแสลม
เลียนาโน้มไปกระซิบข้างหูอินา “สู้ไว้ลูก เราจะอยู่กับลูก ไม่ว่ายังไง” ใจแม่สั่นไหวแต่ตากล้า อินากำมือแน่น
ท่ามกลางเงียบงัน พื้นน้ำแข็งผุดฟองอากาศขึ้นทีละฟอง ตุ๊กตาผ้าของฟาร่าลอยขึ้นกลายเป็นจุดสนใจ ทุกคนถอนหายใจ ชั่วขณะฟ้าฉายแสงแรงขึ้น ภาพเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ปรากฏกลางเงาเพียงแวบเดียว…
เสียงตะโกน “ฟาร่า!” ดังประสาน แม้ไม่มีใครแน่ใจว่าคือเด็กคนนั้นหรือแโอโนมิตใต้ผืนน้ำแข็งที่เล่นงานจิตใจคนทั้งหมู่บ้าน
ฟ้าสีเขียวเหนือศีรษะเริ่มพริบพราวราวกับเรื่องราวโบราณตื่นขึ้น สายน้ำแข็งร้าวแตกเป็นรอยบาง ทุกคนจับมือกันแน่น พร้อมใจกันเดินกลับหมู่บ้านอย่างระมัดระวัง ความเงียบบนหิมะเติมเต็มรอยโหว่ในใจ… แต่ละคนต่างเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในคืนเดียว
เลียนากระซิบเสียงอ่อนโยน “ความหวังจะไม่จมอยู่ในน้ำแข็งตลอดไป…”