ตำนานแห่งหุบเขาดาวร่วงและเหล่าวาดิลูนา
สายหมอกหนาวเหน็บปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา ในราตรีที่เงียบสงบ แสงเล็ก ๆ ถูกแต่งแต้มขึ้นราวกับผืนผ้ากำมะหยี่ประดับเพชร พลันประกายดาวดวงหนึ่งร่วงหล่นลงมา สะท้อนแสงสีฟ้าบนยอดหญ้าชุ่มน้ำค้าง รอยตีนเล็ก ๆ ของสัตว์ประหลาดรูปร่างประหลาด ลอยกระจาย ใสสังข์จนเกือบมองไม่เห็น มันสบตากันเป็นครั้งแรกกับเด็กหนุ่มผู้แอบมาในความมืด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!สายพิณ ลูกชาวบ้านผู้เร่ร่อน มักหนีออกจากบ้านไม้เก่าของยายยามวิกาล เสียงพิณโบราณที่พ่อทิ้งไว้คือเพื่อนยามเหงา เขาฝันจะได้ฟังเสียงลับของดาวบนฟากฟ้า ร่ำลือกันว่าดวงดาวมีท่วงทำนองเฉพาะผู้ ‘ได้ยินหัวใจตน’ เท่านั้นจึงจะได้ฟัง
คืนนี้เช่นกัน เสียงเดินกรอบแกรบในป่า น้ำค้างเกาะรองเท้าขาด ๆ สายพิณมองเห็นประกายบางอย่างไหวริบหรี่บนยอดเนิน ต่ำลงมาคือสิ่งมีชีวิตแปลก—วาดิลูนา รูปร่างนิ่มเหมือนหมอก สีขาวอมฟ้า โปร่งใสจนแสงดาวลอดผ่านตัว สายพิณแอบตามและพลั้งล้มลงบนกองใบไม้แห้ง
วาดิลูนา เงยหน้าขึ้น ส่งเสียงเหมือนสายลมพัดผ่านไม้กก “เจ้ามนุษย์…เจ้าเห็นข้า?”
สายพิณตะลึง ก่อนจะยิ้มเขิน “ข้า…ได้ยินเพลงดวงดาว ข้าคิดว่า…”
วาดิลูนาน้อยเดินวนรอบ ๆ เขา รอยแสงที่ปลายเท้าแตะใบหญ้า เปลี่ยนเป็นหยดน้ำค้างส่องประกาย “เจ้ากลัวข้าหรือเปล่า?”
“ข้า…กลัวแค่ไม่เข้าใจ” สายพิณตอบเสียงเบา กระซิบตามสัญชาตญาณว่าต้องพูดความจริงกับสิ่งมีชีวิตนี้
วาดิลูนาเอียงศีรษะ ไม่มีปากแต่วาดรอยยิ้มบนลำตัว ราวกับตัวมันเองคือคำถาม สายพิณมองมันอย่างใคร่รู้
“ดาวที่ตกมา—วิญญาณของพวกข้าเหลือแค่คืนสั้น ๆ พวกข้าต้องคืนสู่ฟากฟ้าก่อนเสียงสุดท้ายดับ” วาดิลูนาเอ่ย เสียงคล้ายสายพิณกระทบอากาศ
คืนนั้นสายพิณกับวาดิลูนาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เขาเล่นพิณ เพลงที่เคยไม่สมบูรณ์ กลับมีดวงดาวในราตรีบรรเลงคลอตลอดทาง
รุ่งเช้า เศษดาวส่องประกายวาววับหล่นเกลื่อนหุบเขา เด็กหนุ่มผู้เหงาเฝ้ามองฝูงวาดิลูนาจำนวนมากเต้นรำท่ามกลางหมอก พวกมันขับเคลื่อนฤดู รักษาอุณหภูมิให้หมอกแห่งหุบเขา เพราะถ้าแสงดาวหมด โลกจะเข้าสู่การหลับใหลไร้จุดจบ สายพิณเริ่มเรียนรู้เพลงที่อยู่ในสายลมและน้ำค้างจากพวกมัน
วันต่อมา สายพิณซ่อนตัวฟังผู้อาวุโสของหมู่บ้านพูดถึงคำสาป—เมื่อใดที่มนุษย์เอาแต่รับโดยไม่ฟังสิ่งที่ดาวต้องการ หุบเขาดาวร่วงจะมืดตลอดกาล เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจ คิดถึงการพบวาดิลูนา เขาสงสัยว่าคำสาปนั้นเกี่ยวกับพวกวาดิลูนาและดวงดาวที่ร่วงหล่นหรือไม่
เย็นวันนั้น เขาเดินตามเสียงหวีดเบา ๆ ของวาดิลูนาไปในป่า พบว่าพวกมันถูกปีศาจแห่งเงา—’จันทรามัว’ สิ่งมีชีวิตเกิดจากเศษเงาของดวงจันทร์ควบกล้ำ รวบรวมวาดิลูนาไว้ในร่างหมอกดำใหญ่ตามใจปรารถนา แสงดาวเริ่มมอดดับทีละดวง
สายพิณแอบซุ่มดูและกลืนน้ำลาย ฉุกคิดได้ว่า เพลงของวาดิลูนามีเวทมนตร์โบราณแปลกประหลาด มันสั่นสะเทือนบรรยากาศ และแสงดาวก็ยิ่งส่องประกายตามความบริสุทธิ์ของใจผู้เล่น
เขากลับบ้าน กอดพิณเก่าของพ่อ ทบทวนเสียงผิดเพี้ยนที่เคยเล่น วันรุ่งขึ้น สายพิณไปพบวาดิลูนาบาดเจ็บ ตัวซีดใสจนร่างเกือบจางหาย สายพิณพยายามปลอบ “ข้าจะช่วยเจ้าเอง…ถ้าเสียงข้าเพียงพอ”
วาดิลูนายิ้มจาง ๆ “จิตใจเจ้ายังกลัวจะผิดพลาดอยู่ หากไม่ฟังเสียงหัวใจ โลกดาวจะดับวูบ”
คืนนั้นใต้ฟ้าพร่างดาวอีกครั้ง สายพิณลองบรรเลงเพลงที่ไม่มีบท เพลงที่เขาประดิษฐ์จากความเศร้า ความปรารถนา ความกลัว และความกล้าทั้งหมด ดวงดาวกระพริบพร้อมตัวโน้ตแรก แสงสีเงินรอบตัวไหวระยิบ สายพิณตะลึงเมื่อวาดิลูนารอบหุบเขาเข้ามาล้อมรอบพร้อมขับขานเสียงของตนร่วมกับทำนองพิณ
เพลงค่อย ๆ ยาวขึ้น งดงามแปลกประหลาด แต่นั่นเอง จันทรามัวรู้สึกตัว ตะโกนก้องเหมือนเสียงพายุ วาดิลูนาเริ่มแตกกระจาย เศษแสงล่องลอยจะหายไป สายพิณหัวใจสั่นกล้า กลัวจนร่างชา ไม่แน่ใจว่าจะหยุดดีหรือเล่นต่อไป
“จงปลดเปลื้องความกลัว เจ้าเท่านั้นที่เลือกได้” เสียงของวาดิลูนาในใจเขาดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย
ด้วยน้ำตานองหน้า เขาเล่นต่อจนเสียงพิณประสานเสียงร้องไห้และเสียงหัวเราะในความทรงจำ ถึงตอนนั้นเอง แสงดาวทั้งหุบเขาพลันเรืองขึ้นราวกับสว่างกว่าทุกคืนที่ผ่านมา เงาจันทรามัวแตกสลายกลายเป็นฝุ่นละอองเงินล่องลอย กลับคืนสู่ฟากฟ้า
วาดิลูนาบางตนรวมตัวกลายเป็นแสง ทอเป็นผ้าคลุมโปร่งใสปกคลุมหุบเขา สายพิณทรุดตัวลง ท้อแท้เพราะคิดว่าอาจสูญเสียพลังดนตรีไปจนหมด แต่หลังจากทุกอย่างสงบลง เสียงของหุบเขาและดวงดาวกลับชัดเจนในใจเขากว่าทุกครั้ง
ผู้เฒ่าหมู่บ้านนำชาวบ้านมายังกลางหุบเขาดาวร่วง พวกเขาเห็นความมหัศจรรย์อีกครั้ง วาดิลูนานับร้อยร่ายรำใต้ม่านแสงใหม่ พวกมนุษย์ตระหนักได้ว่า หากรับฟังเสียงภายในและรักษาสมดุลของธรรมชาติ ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของความมืดอีกต่อไป
สายพิณยิ้มด้วยความอ่อนล้าแต่เปี่ยมสุข วาดิลูนาโอบกอดเขาด้วยเสียงดนตรีและแสง เศษดวงดาวคืนสู่ฟากฟ้าอย่างสงบ เพลงสุดท้ายของคืนถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของสายพิณ และเล่าสืบต่อเป็นตำนานแห่งหุบเขาดาวร่วงทุกยุคทุกสมัย
ทุกคราเมื่อดาวตกและแสงหมอกโปรยปราย เรื่องราวของสายพิณและวาดิลูนาจะถูกบรรเลงอยู่ในสายลมแห่งขุนเขานั้นตลอดกาล