วรรณกรรมคำสาปแห่งดาวดิน
ในค่ำคืนที่อากาศเย็นเฉียบ ลมพัดกระโชกเสียงใบไม้ดังเสียดหู หญิงสาวชื่อ “ลินดา” ยืนอยู่ท่ามกลางวงกลมของสัญลักษณ์บนผืนดินที่ถูกทิ้งกระจากมาแต่ครั้งโบราณ มันมีลักษณะเหมือนกับวงกลมขนาดใหญ่ สีดำจางๆ ที่ยืดออกไปเหมือนรากไม้ที่สดใส ฝุ่นละอองลอยขึ้นจากพื้นดิน ดวงดาวเหนือหัวของเธอลอยอยู่ตระหง่านอย่างเงียบสงบ บ่งบอกถึงความลับที่รอคอยการเปิดเผย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงของ “เคน” ชายหนุ่มที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกันดังขึ้นเบาๆ เขาปรากฏขึ้นข้างๆ ลินดา อย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและจิตใต้สำนึกที่กรุ่นพอที่จะดึงผู้คนหลายคนเข้ามาในความลงตัว
“มันคืออะไร? ทำไมถึงมีที่นี่?” ลินดาตอบยังไม่พ้นจากความตกตะลึง เธอสั่นมือเหงื่อออก จนต้องเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเช็ดหน้า แต่ในความตื่นเต้นนั้น เธอรู้ว่าพวกเขาต้องเข้าไปค้นหาคำตอบ
ทั้งสองเริ่มค้นหาความลับของที่มนุษย์คนนั้นได้สร้างขึ้นตั้งแต่นานมากและแล้วไปได้เส้นทางสู่ป่าลึกที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและเสียงนกกกก ที่ทำให้จิตใจพวกเขาสงบแต่พวกเขาก็ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การผจญภัยธรรมดา ในขณะที่รากหญ้าที่ยืดออกเป็นน้ำนมที่ค่อยๆ แผ่กระจายออกไป รอบข้างเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “นิยาย”
แต่ทั้งสองเกิดความรู้สึกทุกอย่างถูกตั้งใจให้เข้าใจ ผียังสอนคติธรรมในขณะที่เล่าเรื่อง และเสียงดังแหบแห้งเหมือนเสียงของภูติไม้ยังดังก้องอยู่ในหัว เมื่อเคนได้ยินก็เริ่มตั้งคำถามด้วยเสียงที่หนักกว่า “เราจะต้องหาคำตอบนี้ให้ได้”
เวลาผ่านไป ตอนนี้ลินดาและเคนสามารถเข้าใจถึงแรงดึงดูดของคำสาปที่มาจากโลกคู่ขนานที่เข้าใจผิดจากนานมาแล้ว ถูกผนึกไว้ในความอิจฉาที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจของมนุษย์ สื่อถึงความสูญเสียที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หลังจากที่ผ่านการเดินทางที่ยาวนาน จบลงตรงที่พวกเขาพบกับศัตรูที่ร้ายกาจ ผู้ที่เคยถูกสาปให้ผดุงอยู่ในโลกที่ไม่มีสาระแล้ว บทสนทนาที่เต็มไปด้วยความอัดแน่นของอารมณ์ก่อตัวขึ้นเมื่อทั้งสองต้องแบกรับภาระแห่งการตัดสินชะตาชีวิตที่พวกเขาต้องเลือกว่าออกจากคำสาปนี้ได้อย่างไร
ตลอดระยะเวลาที่แบกรับความคาดหวัง ในขณะที่ทุกคนหมดหวังที่จะได้ออกสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว ลินดาและเคนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงกรรมของความรักและคำสาป ด้วยความย้อนแย้งที่ต้องเผชิญอันเป็นความจริง
ด้านหลังของเขาตอนหลังก่อนถึงจุดพีคเกิดข้อพิพาทระหว่างกันจนทุกอย่างเข้าสู่ที่ไม่ปลอดภัย สถานการณ์กลับให้พวกเขาได้เห็นกระจกสะท้อนที่ทำให้เห็นความสัมพันธที่พวกเขาสร้างขึ้น บทเรียนของการเติบโต ความจริงที่พวกเขามีชัดเจนเช่นกัน
สุดท้ายเมื่อทุกอย่างดำเนินไปสู่พีคที่ไม่น่าเหลือเป็นไปได้ การต่อสู้ขั้นสุดท้ายค่อยๆ นิยามชีวิตภายในของพวกเขาได้เต็มเปี่ยมจนทำให้เกิดความหวังเค้ามืดมนในที่สุด พวกเขาดับสนองความคาดหวัง โดยงานนำเสนออัญเชิญเหล่าทวยเทพด้วยพลังแห่งการกระทำของมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้จริง
ขณะที่เคนพูดออกมาในตอนสุดท้าย “เราจะเซตความรักในโลกคู่ขนานที่อยู่ในสายตาของทุกคน ทำให้ความพ่ายแพ้กลายเป็นความสำเร็จ ทำให้คำสาปเพียงเป็นการจุดประกายชีวิตใหม่ที่สดใส”
โลกมีสิ่งที่ต้องแก้ไข แต่พวกเขาจะมีคู่เคียงในการเผชิญหน้ากับอุปสรรค และมุมมองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นในโลกใบเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเหลือสถานการณ์เศร้าใดๆ อีกต่อไป