ลมหายใจสุดท้าย
เช้าตรู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ เสียงนกร้องส่งเสียงแว่วมาในอากาศบริสุทธิ์ ขณะที่ภูมิ หรือ “ภูมิเรนทร์” นักศึกษามหาวิทยาลัยผู้เคยสูญเสียความฝันของการเป็นนักดนตรีหย่อนตัวเองลงสู่บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัด ความมืดของคืนวันฮาโลวีนยังเลือนรางอยู่ในใจ เมื่อคืนแปลก ๆ ที่เขามองเห็นเงาในบ้านของผู้ใหญ่บ้าน มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่เช้าวันนี้เขาต้องทำใจลืมเรื่องราวเหล่านั้น.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ภูมิตัดสินใจไปหามารี ผู้หญิงที่เขาหมายมั่นจะทำให้ตัวเองกลับมาเชื่อในความรักอีกครั้ง เรือนกระจกของมารีส่งกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิด ซึ่งทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้น ถึงแม้จะหารือเรื่องความรัก แต่ว่าเธอไม่สามารถมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านไปได้. “ภูมิ นายคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนตาย?” มารีถามทำให้ภูมิรู้สึกตัวสะดุ้งเล็กน้อย.
“ที่ไหน?” เขาแกล้งถามเพื่อลดความตึงเครียดในอากาศ
“พ่อแม่ก็ไม่ใช่คนที่ดีนัก” มารีพูดด้วยน้ำเสียงเกือบจะเป็นบาดแผล “มีคนบอกว่าผู้ใหญ่บ้านทำอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยถูกต้อง. ฉันไม่รู้หรอกนะ แต่มันทำให้ฉันกลัว”
บรรยากาศเริ่มทวีความตึงเครียด เมื่อลมที่พัดผ่านหน้าต่างกลั่นความรู้สึกที่กดดันไว้ในแต่ละคำที่สาวน้อยคนนี้พูดออกมา และการมีอยู่ของภูมิเองกลับรู้สึกเหมือนขอแค่แลกเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่หลวง. “ฉันจะสืบเรื่องนี้เอง” เขากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว แต่มือของเขาสั่นราวกับไม่เชื่อในตัวเขาเอง.
เมื่อคนในหมู่บ้านเริ่มพูดถึงเหตุการณ์ประหลาด ประเด็นที่ไม่ควรมี ลอยมาที่ภูมิ เขาต้องเจาะลึกเข้าไปในความลับของผู้ใหญ่บ้านที่ทุกคนตระหนี่เสียงทำนองร้องเพลงเก่า “หายใจสุดท้าย ท่ามกลางแสงจันทร์” ทำให้แต่ละอารมณ์แทบหยุดนิ่ง.
เขาตัดสินใจไปเยี่ยมผู้ใหญ่บ้านแต่ประตูบ้านกลับปิดแน่น เมื่อเขากลับมาในคืน หลังจากพบกับกลุ่มวัยรุ่นที่เคยทำให้เขาล่มในเรื่อย ๆ แต่กลับพบชายชราผิวคล้ำทำให้เสียงพื้นบ้านดังลั่น เขาถามในใจว่าเขาจะออกไปได้ไหม เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เริ่มหมุนรอบตัวเขา ผ้าใบแดงให้ความรู้สึกหลอน หญิงสาวที่หลั่งน้ำตากลับมาด้วยกลิ่นดอกไม้ย้อมสี.
เท้าของเขาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน และพลันเหลือบมองกลับไปเห็นมารีมายืนอยู่ตรงนั้น “ภูมิ อย่า!” เธอตะโกนเสียงสูง กระตุ้นให้เขากลับเข้ามาในความจริงที่ปรากฏอยู่.
ความจริงที่ว่าภูมิยังหนี จากความผิดทั้งหมดที่เขาไม่ได้ทำหรือที่บางครั้งเขาก็ปล่อยให้เพื่อนเก่าที่เขารู้สึกดีหลุดมือไป และความสัมพันธ์ที่เขาตั้งใจทำให้เติบโต ในมือเขาห้าม แตกเป็นสองขา ที่ต้องเลือก ว่าระหว่างคนเขารักคือมารี กับการสืบค้นความลับของครอบครัว.
กลางคืนช่างมืดมิด เมื่อภูมิไม่สามารถออกไปได้ เขาตัดสินใจบอกความจริงให้มารีฟังเกี่ยวกับบ้าน ที่เขาเห็นในวันฮาโลวีน “มันไม่ปกติ” เขาสะกิดให้เธอรับรู้.
“อย่าไปยุ่งกับผู้นั้น” มารีตะโกนด้วยเสียงที่บาดหัวใจ ความรักที่อบอวลอยู่ในเส้นทาง จะต้องเลือกระหว่างปลอดภัยหรือความจริง?
ยิ่งการสืบค้นดำเนินไปนานขึ้น ภูมิกลับค้นพบข้อเท็จจริงที่ไม่มีวันคาดคิด เมื่อนับได้ว่า คนในครอบครัวจะต้องถูกกลืนกินไปในวันที่พวกเขายังอยู่ หากยังไม่มีใครล่วงรู้ถึงคำสาปที่อยู่เบื้องหลัง ที่ซุกซ่อนนี้อยู่.
เรื่องราวเริ่มเข้าขั้นตึงเครียดจนมีเหตุการณ์ก่อการฆาตกรรมเกิดขึ้นดั่งฟ้าผ่าท่ามกลางความมืด เมื่อมีคนทุบแทงในสวนสาธารณะ ภูมิชัยรู้ตัวว่าตนเองถูกจับซะอีกครั้งในลำตัว ปอดของเขาเริ่มช้า กระตุ้นความรู้สึกอันเศร้าในใจไปด้วยกัน.
และในคืนแห่งการเล่าเรื่องทุกอย่างแม้แต่ความรักที่เขาพยายามตั้งใจให้มันเกิดขึ้น สูญสิ้นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด. เมื่อมองเห็นเปลวไฟไหม้จุดเล็ก ๆ ที่มองผ่านหน้าต่าง พระอาทิตย์เริ่มขึ้นอย่างไม่เคยทิ้งของเขาไว้
ภูมิก่อเกิดการรื้อฟื้นความรักที่มีต่อมารี ปิดทุกความสัมพันธ์นี้ด้วยการผิดพลาด โดยการลงมือเปิดเผยความจริงออกไป ภายในใจที่ถูกเผยแพร่มีอยู่แค่ลมหายใจสุดท้ายที่จับมันอยู่ในหัวใจของเขา.