คืนท้ายบ้านเก่าริมคลอง
เสียงน้ำกระทบตลิ่งดังเบา ๆ ปะปนกับเสียงลมหวิว บ้านไม้สองชั้นหลังเก่าริมคลองที่ถูกทิ้งร้างไปนานเกือบสิบปี ยังคงยืนหยัดอยู่กลางแมกไม้รกทึบ ความเงียบที่แผ่คลุมทำให้ทุกเสียงดูผิดปกติ เหมือนทุกสิ่งในบ้านกำลังฟังอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อริตา หญิงสาววัยสามสิบต้น ผมประบ่า ตาโหล ใบหน้าแฝงความเหนื่อยล้า เธอแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกก้าว กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นฝุ่นตลบอบอวล เธอลังเลครู่หนึ่งที่หน้าประตู ก่อนจะสูดหายใจเข้าแรง ๆ แล้วผลักมันเข้าไป
ภายในบ้านมืดสนิท มีแสงแดดยามเย็นสาดลอดผ่านหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท อริตาเปิดไฟ มันสว่างวาบแล้วหรี่ลงจนเกือบดับ หญิงสาวขมวดคิ้ว พึมพำเบา ๆ
“ยังเหมือนเดิม”
เธอเดินอย่างระแวดระวังไปยังห้องนอนใหญ่ที่ชั้นล่าง ประตูไม้บานใหญ่แง้มอยู่เล็กน้อย เสียงหายใจแผ่วเบาดังลอดออกมา อริตาผลักประตูเข้าไป แม่ของเธอนอนนิ่งบนเตียง ผมขาวซีด ดวงตาลึกโหล จ้องมาที่เธอด้วยแววตาอ่านยาก อริตานั่งลงใกล้เตียง
“แม่…หนูมาแล้วนะ”
ผู้เป็นแม่ไม่พูดอะไร เพียงจ้องนิ่งราวกับเฝ้ารออะไรบางอย่าง อริตาเอื้อมมือจับมือแม่ มือตอบกลับเย็นเฉียบจนเธอสะดุ้ง
เสียงกุกกักดังมาจากเหนือศีรษะ ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดาน สายตาเธอมองเจาะผ่านพื้นไม้ที่มีรอยแตกเก่า ๆ ความรู้สึกไม่คุ้นเคยหวนกลับมา
พลบค่ำมาเยือน อริตาเดินสำรวจรอบบ้าน กลิ่นกล้าไม้และกลิ่นน้ำคลองโชยมาเป็นระยะ เธอพบสิ่งของในบ้านยังเหมือนเมื่อสิบปีก่อน รูปถ่ายครอบครัวที่ขอบแตกร้าววางอยู่บนตู้ทีวี โต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยฝุ่นหนา เธอลูบไปเบา ๆ เห็นรอยนิ้วมือของเด็กเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ใต้ฝุ่น รอยนั้นไม่ใช่ของเธอ
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น อริตาหยิบขึ้นมา เห็นชื่อ “อัคร” พี่ชายของเธอ
“ตา ถึงบ้านยัง?” เสียงปลายสายฟังดูห่วงใยแต่แฝงความกลัว
“ถึงแล้ว แม่ยังเหมือนเดิม” เธอพยายามพูดเสียงนิ่ง
“อย่าอยู่นานนัก…ตาควรรู้อะไรบางอย่าง” อัครเงียบไป ก่อนพูดเสียงแผ่ว “ตอนเด็ก ตาได้ยินเสียงร้องไห้ตอนกลางคืนบ่อยไหม?”
อริตานิ่งงัน นึกถึงความทรงจำลาง ๆ เสียงเด็กสะอื้นในความมืด… หรือเธอแค่ฝันไป?
“แค่นี้ก่อนนะ อัคร” เธอตัดสาย จำใจเดินกลับขึ้นห้องนอนชั้นบน
คืนนั้นลมแรงจนหน้าต่างไม้สั่น อริตานอนฟังเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดอยู่เหนือศีรษะ คล้ายมีใครเดินอยู่ข้างบน เธอตะแคงตัวพลิกไปมา จู่ ๆ ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วในความมืด
“…ไม่ไป…อย่าไป…”
อริตาชะงัก ลุกพรวดขึ้นจากเตียง มองไปรอบห้องไม่มีใคร เงาบางอย่างคล้ายร่างเด็กยืนติดผนัง แต่เมื่อเธอลุกขึ้นเปิดไฟกลับว่างเปล่า
เช้าวันรุ่งขึ้น อริตาตื่นมาพบหน้าต่างเปิดอ้า รอยเท้าเล็ก ๆ เปียกน้ำไล่จากห้องออกไปที่ระเบียง เธอเดินตามรอยอย่างลังเล หัวใจเต้นระรัว รอยเท้านั้นหายไปตรงขอบระเบียง มองลงไปเห็นคลองดำลึกและต้นไม้สั่นไหวอย่างผิดปกติ
เมื่อกลับลงมาห้องนอนแม่ เธอสังเกตเห็นแม่จ้องมองเพดานไม่วางตา ริมฝีปากขยับแผ่วเบา อริตาขยับเข้าใกล้ ฟังเสียงกระซิบใกล้หู
“ลูก…อยู่กับแม่…อย่าไปไหน…”
อริตาหลบตา กลืนน้ำลาย เธอนั่งลงข้างเตียง เอามือลูบแขนแม่ รู้สึกถึงความเย็นเฉียบและแรงบีบแน่นอย่างผิดปกติ
เสียงประตูหน้าบ้านดังเอี๊ยดอ๊าด อริตาเดินไปดู พบชายวัยกลางคนสูงใหญ่ในชุดดำยืนอยู่ เขาคือ “อำนวย” เพื่อนบ้านเก่าที่เคยช่วยดูแลบ้านนี้
“น้องตา…ยังจำลุงได้ไหม”
“ค่ะ ลุงอำนวย…” อริตาฝืนยิ้ม
อำนวยมองไปรอบบ้าน มุมปากสั่น “บ้านนี้…มันไม่ควรมีใครอยู่แล้วนะ”
“แม่ป่วย ฉันต้องดูแล”
อำนวยลังเล มองหลบตา “ถ้าได้ยินเสียงร้องตอนกลางคืน อย่าออกไปดู…ลุงเตือนแค่นี้” แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
อริตารู้สึกอึดอัด หัวใจวูบวาบ ทุกอย่างในบ้านดูเหมือนจับจ้องมาที่เธอ เธอเปิดตู้เก็บของในครัว พบกล่องไม้เล็ก ๆ ถูกล็อกไว้แน่น เธอหยิบออกมาพลิกดู นึกถึงกุญแจเก่าที่ยังเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานพ่อ
กลางดึกคืนนั้น อริตาตื่นเพราะเสียงกรีดร้องแผ่วเบา เสียงเด็กสะอื้นปนเสียงน้ำไหล เธอลุกขึ้น เดินตามเสียงไปยังทางเดินแคบ ๆ ระหว่างห้องเก็บของ กลิ่นอับและกลิ่นเน่าโชยมา เสียงแปลกประหลาดเหมือนใครลากเท้าอยู่บนเพดาน
เธอหยุดตรงปลายทางเดิน มีแสงสลัวลอดออกมาจากใต้ประตูห้องใต้บันได อริตาก้มดู เห็นเงาร่างเล็กนั่งขดตัวอยู่ในแสงนั้น เงาค่อย ๆ หันหน้าช้า ๆ เผยให้เห็นใบหน้าเลือนรางไร้ดวงตา เธอผงะถอยหลัง หัวใจเต้นแรง เสียงกุกกักดังไล่หลังขึ้นบันได เธอรีบปิดประตูด้วยความกลัว
วันถัดมา อริตาตัดสินใจค้นกล่องไม้ที่เจอ เธอหยิบกุญแจจากโต๊ะพ่อมาไขกล่อง กล่องเปิดออกช้า ๆ ข้างในมีแหวนเงินเล็ก ๆ กับกระดาษเก่า ๆ เขียนด้วยลายมือเด็ก “อย่าลืมฉัน” และภาพวาดเด็กผู้หญิงกับแมวสีดำ
อริตานิ่งงัน คำถามถาโถมในหัว “เด็กคนนี้คือใคร?”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังอยู่นอกห้อง เธอเดินออกไป พบแม่ยืนอยู่กลางบันได มือกำภาพวาดแน่น “อย่ารื้อฟื้น…อย่าทิ้งแม่…”
อริตาอึ้ง น้ำตาซึม เงาแม่ดูสูงใหญ่ผิดปกติในความมืด ก่อนแม่จะเดินกลับห้องไปอย่างช้า ๆ
เวลาบ่าย อริตาโทรหาอัครอีกครั้ง
“อัคร…เด็กในรูปคือใคร?”
ปลายสายเงียบไปนาน ก่อนตอบเบา ๆ “ตา…ตอนเด็ก ๆ เรามีเพื่อนเล่นอยู่คนหนึ่ง จำเมย์ได้ไหม?”
อริตานิ่งงัน ความทรงจำแว่วกลับมา เธอจำได้ลาง ๆ ถึงเด็กผู้หญิงผมสั้นหน้าตาเศร้า ที่ชอบเล่นกับแมวดำ ทุกคืนจะมาหา แล้วจู่ ๆ ก็หายไป อัครพูดเสียงสั่น
“คืนหนึ่ง…เมย์ตกน้ำไป เราไม่ได้บอกใคร แม่บอกให้เราลืมทุกอย่าง”
อริตามือสั่น เธอนั่งเหม่อจนเย็นย่ำ เสียงเด็กสะอื้นแว่วมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง
เธอเดินไปริมคลอง มองลงไปในน้ำนิ่งเย็น เห็นเงาตัวเองซ้อนทับกับเงาเด็กหญิงผมสั้นในน้ำ เงาค่อย ๆ เอื้อมมือขึ้นมาแตะผิวน้ำ
กลางคืนเงียบงัน เสียงแมวร้องโหยหวนดังไปทั่วบ้าน อริตาเดินตามเสียงลงไปที่ห้องใต้บันได พบประตูเปิดอ้า เงาเล็ก ๆ ยืนหันหลังให้อยู่ในห้อง มุมห้องมีแมวดำจ้องตาแข็ง
“เมย์…” อริตาเอ่ยด้วยเสียงแผ่ว เงานั้นขยับช้า ๆ หันหน้ามา ใบหน้าว่างเปล่า ไม่มีตา ไม่มีปาก มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบา
แม่ของอริตามายืนอยู่ด้านหลัง เธอสั่นไปทั้งตัว กระซิบว่า “ลูกต้องเลือก จะอยู่กับแม่…หรือจะปล่อยทุกอย่างไป…”
เสียงในหัวของอริตาตีกันวุ่นวาย เธอเดินเข้าหาเงานั้น เอื้อมมือลงไปหยิบแหวนเงินวางไว้ที่พื้น “ขอโทษ…หนูลืมเมย์ไม่ได้…”
เงาเด็กหญิงค่อย ๆ ซูบซีดลงไปกับเงาแมว เสียงสะอื้นเงียบไป บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน แม่ของอริตาทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้เสียงเงียบ ๆ
รุ่งเช้า อริตาออกไปยืนริมคลอง เห็นแมวดำตัวเดิมนั่งมองเธอจากอีกฝั่ง เสียงก้าวเท้าเบา ๆ ของเด็กหญิงแว่วมาในสายลม เธอหลับตาลง น้ำตาไหลช้า ๆ
บ้านหลังนี้ยังคงว่างเปล่า…แต่เสียงกระซิบในเงายังคงอยู่ตลอดกาล