คืนสุดท้ายที่สตูดิโอศิลปะล่องหน
ลานกลางตึกเก่าในกรุงเทพยามค่ำ ใบไม้ร่วงกรอบใต้เท้าของคนกลุ่มหนึ่ง แสงไฟนีออนสีชมพูในสตูดิโอศิลปะล่องหนฉายวูบไหวผ่านผ้าม่านเก่า มิน นักศึกษาสาวปีสองสายตาขี้สงสัย ยืนกอดกระเป๋าเป้แน่น เธอเหลียวหาอาร์ม เพื่อนสนิทที่เธอไม่วางใจสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงเท้าหนักของอาร์มกับพลอยเดินใกล้เข้ามา พลอยมองมินอย่างหงุดหงิด “จะชวนเรามานอกเวลาทำไม? นี่มันเที่ยงคืน มิน อย่าบอกนะว่าแก…ฝันร้าย?” มินส่ายหน้า “ฉันเจอตั๋วรถไฟของพี่เส้น—ผู้ช่วยสอนศิลป์ที่หายตัวไปคืนนั้น—ในกล่องสีตรงห้องเก็บของ” อาร์มหรี่ตา “จริงเหรอ หรือแกคิดมาก?”
จ๋าเดินตามหลังมาด้วย แมสก์ดึงลง เธอสูดหายใจลึก “เข้าไปดูเถอะ มันไม่ใช่คืนแรกที่เรารู้สึกแปลกกับที่นี่นะ” สตูดิโอศิลปะเหมือนได้กลิ่นสีกับกลิ่นฝุ่นอบอวลประหลาด แว่วเสียงเพลงคลาสสิกลอยมาจากลำโพงเก่า ทั้งสี่เดินผ่านประตูกระจกที่เหมือนจะล่องหนภายใต้เงาชุดจิตรกรหุ่นนิ่ง ด้านในมืดกว่าเดิมมาก ด้วยหลอดไฟที่กะพริบ ก่อนทุกคนจะกระจายตัวกันหาหลักฐานของ ‘ความลับ’
หลังชั้นวาดภาพ พลอยเจอผ้าคลุมรูปปั้น ทันทีที่เธอจับ จู่ ๆ รูปปั้นเล็กก็ตกแตกเป็นสองส่วน เผยซองจดหมายสีเหลืองด้านใน อาร์มหันมาเห็นแล้วรีบเข้ามา “พลอย อย่าแตะ!” แต่ช้าไป พลอยเปิดจดหมายออก ตัวหนังสือสีแดงเขียนว่า “คนที่รู้ความลับสตูดิโอ จะต้องหายไปในเงามืด”
ไฟในสตูดิโอดับพรึบ ทุกคนเงียบงัน หัวใจเต้นแรง เสียงบางอย่างขูดตัวตึกจากภายใน เหมือเบาแต่จริงจัง พลอยพูดเสียงสั่น “พวกแก อย่าล้อกันนะ…” อาร์มเงียบไปชั่วครู่ก่อนพูดเสียงไม่มั่นใจ “เสียง…เหมือนเมื่อคืนก่อนที่พี่เส้นหายไปเลย” ทุกคนขยับมารวมกัน มินจับมือพลอยแน่น ได้ยินเสียงกรีดร้องแผ่วแทรกผ่านผนัง ราวกับมีใครถูกขังอยู่ในอากาศ
จ๋าส่องไฟฉายในมือถือ ไล่จากผนังหนึ่งไปอีกผนัง พบกับรอยมือล่องหนบนกำแพงสีขาว เธอสั่น ริมฝีปากซีด “มันมีอะไรอยู่ที่นี่จริง ๆ” อาร์มขัดแย้งในใจอย่างชัดเจน “เราแค่จินตนาการไปรึเปล่า หรือ…เรื่องนั้นจริง?” มินถอนใจ “ต้องหาคำตอบ พวกเราอยู่ที่นี่แล้ว”
ขณะเดินไปยังห้องเก็บของ เสียงกุกกักดังใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนก้าวเท้าอย่างลังเล พลอยถูกรี่สายไฟสะดุดจนล้ม ทั้งหมดรีบเข้าไปช่วย ขณะนั้นพลอยสัมผัสอะไรเย็น ๆ เหมือนเงาคลานผ่านร่าง เธอผงะ ดวงตาแดงระเรื่อ “มันเย็นมาก มีบางอย่างจับขาฉัน!”
กลุ่มขยับอย่างตื่นตระหนก อาร์มพยายามลากพลอยออกจากด้านมืดของห้อง “เราต้องออกไปจากที่นี่” แต่มินตะโกนห้าม “เดี๋ยว ไปไหนไม่ได้ ถ้าออกตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีอะไร เราอาจจะเหมือนพี่เส้น!” จังหวะนั้น ทุกคนต่างพูดขัดกันไปมา เสียงสั่นมากขึ้นแต่พูดคนละทิศ
จ๋าถามเสียงสั่น “ถ้าสตูดิโอนี้ถูกสาปจริง แสดงว่าคนที่เกี่ยวข้องกับความลับจะหายตัวไปหมด?” อาร์มกอดอก “แต่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความลับคืออะไร!” พลอยเสียงแตกพร่า “เรารู้แล้ว เพราะเราเปิดจดหมายนั่น!” มินหน้าซีด ริมฝีปากสั่น “ทางเดียวคือต้องแก้คำสาป…”
ทุกคนหารือกันอย่างตึงเครียด ต้องเลือกคนใดคนหนึ่งเข้าไปในห้องภาพมืด ซึ่งว่ากันว่าภายในนั้นเงาล่องหนมักโผล่ ถ้ารอดกลับออกมาจะพบคำตอบ มินอาสา “ฉันจะไปเอง” อาร์มจับแขนเธอ “อย่าเพิ่ง มันเสี่ยงเกินไป!” มินมองตาคนในกลุ่ม น้ำเสียงตัดสินใจเด็ดขาด “ถ้าไม่ลอง เราจะอยู่กับความกลัวนี้ทั้งคืน”
มินหยิบไฟฉาย เดินเข้าไปในห้องภาพมืด ไฟข้างในเปิดติดครั้งหนึ่งแว็บเดียว สะท้อนเงาตัวเองนับสิบ มินร่างกายแข็งค้าง เธอเห็นวัตถุบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะข้างฝาผนัง เป็นกล่องไม้เก่า เธอถอย กลืนน้ำลาย พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ด้านนอกเสียงเพื่อนๆ เงียบลง ทุกคนมองหน้ากันอย่างกดดัน อาร์มกระวนกระวาย—เขากลัวว่าการให้มินเข้าไปคนเดียวคือตัวเลือกผิด พลอยขยับมือบีบจ๋าไว้แน่น ทุกคนตั้งใจฟังเสียงความเคลื่อนไหวในห้อง
ภายใน กล่องไม้ขยับเองเบา ๆ มินยื่นมือสั่น ๆ สัมผัสฝากล่อง หัวใจเต้นแรงจนแทบแตกออก เธอถอนหายใจแผ่ว ก่อนตัดสินใจเปิดฝา ภายในมีกระจกแตกร้าว คำว่า “ขอโทษ” เขียนด้วยหมึกแดงบนแผ่นกระดาษ มินชะงัก ไฟในห้องดับลงในวินาทีนั้น เธอได้ยินเสียงลมหายใจติดขัดกับเสียงกระซิบแผ่วรอบตัว
ข้างนอก อาร์มห้ามใจไม่ไหวแล้ว “เดี๋ยว ฉันจะเข้าไปช่วย!” แต่พลอยและจ๋ารั้งอาร์มไว้อย่างแรง “จะบ้าเหรอ แกจะโดนลากหายไปอีกคน!” อาร์มพยายามแกะมือออก จ๋าสบตาเขาเสียงจริงจัง “เราเชื่อว่ามินเข้มแข็ง แกต้องอดทน” เสียงในซ่อนเงียบลงจนใจเต้นตาม
ในความมืด มินเห็นเงื่อนไหวตามผนัง รอบตัว เธอถามเสียงสั่น “ใครอยู่ที่นี่…?” เสียงผู้ช่วยสอนศิลป์ที่หายไปพูดเบา ๆ “เธอเห็นฉันแล้ว เธอก็จะหายไปเหมือนกัน” มินสูดลมหายใจกลั้นน้ำตา “ถ้าอย่างนั้น ฉันยอม…แต่พวกเขาต้องรอด”
แสงไฟฉายกระพริบอีกครั้ง เห็นเงาจำนวนมากรายล้อม มินหลับตาแน่น แต่ทันใดนั้นมีเสียงแตกหักดังขึ้น แล้วฝ้าเพดานห้องภาพมืดก็ถล่มลงมา อาร์ม โผเข้าไปช่วยมิน กระแทกกันกลางห้องจนทั้งคู่ติดอยู่ใต้เศษฝ้า จ๋าและพลอยตะโกนร้องชื่อเพื่อนด้วยความตกใจ มินลืมตาขึ้น เจออาร์มอยู่ข้าง ๆ “ขอบใจที่ไม่ทิ้งกัน”
เงาล่องหนค่อย ๆ รวมตัวรูปร่างชัดขึ้น เป็นเงาผู้ช่วยสอนศิลป์ เสียงสะอื้นไห้เบา ๆ เธอกระซิบ “ถ้าพวกเธอให้อภัยฉัน…ฉันจะไม่ลบเลือนใครออกไปอีก” ทุกคนจ้องมองเงานั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย พลอยน้ำตาซึม “ทุกคน…ให้อภัยพี่เส้นได้ไหม?” อาร์มเสียงสั่น “ฉันไม่ลืมว่าพี่เส้นช่วยเราทำงาน แต่ฉันไม่อยากเสียใครไปอีก” มินพยักหน้า “พวกเรายกโทษให้”
เสียงในห้องนิ่งไป ความมืดค่อย ๆ จาง ทุกอย่างสว่างขึ้น เงาทุกตัวมลายหายไป เหลือแต่รูปภาพที่แขวนเต็มผนัง ทุกผลงานคือความผิดพลาดและความลับที่ใครบางคนเคยฝากไว้ สตูดิโอศิลปะกลับมาเป็นปกติ พลอยเดินมากอดมิน “อย่าคิดว่ากลัวแล้วไม่กล้าทำอะไรนะ แกกล้ามาก” จ๋ายิ้มเศร้า “เราเองก็ผิดหลายอย่าง ถ้าไม่มีคืนนี้คงไม่กล้าสารภาพกับตัวเอง”
ทุกคนออกจากสตูดิโอด้วยรอยแผลบาง ๆ ทางใจ เช้าวันใหม่ท่ามกลางแสงแดดและเสียงนก พวกเขาเงียบกันชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน สิ่งที่หลงเหลือคือความกล้าหาญที่ผ่านความกลัว และความหมายของการให้อภัยซึ่งอาจยากกว่าเอาตัวรอดเสียอีก