คืนที่ทุกคำโกหกถูกเปิดเผย
เสียงรองเท้าย่ำบนพื้นกระเบื้องเย็น หวิวของสายลมฮัมผ่านระเบียงหอพักศิลปะ ใกล้เที่ยงคืน นนท์เดินค่อมไหล่ก้มหน้า หัวใจเต้นก้องในหู สายตาลอบชำเลืองไปตามห้องพักในเงามืด ข้างหน้าคือประตูไม้สีน้ำตาลลอกล่อนของห้อง 203 เขาเคาะเบาๆ สองครั้ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฟ้า อยู่มั้ย” เสียงเขาแผ่วเบา
ไร้เสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบอึดอัดเป็นเพื่อน นนท์ลังเล ก่อนผลักประตูออก ชายเสื้อคลุมกึ่งหลุดจากตะขอแขวน ประกายสีฟ้าอ่อนของแสงไฟฉายแวบน้อยนิด เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ Fai เดินเข้ามาข้างหลังเงียบๆ
“ยังหาไม่เจอเหรอ” Fai เอ่ยโดยไม่สบตา
“ไม่… โทรไป ทั้งคืนก็ไม่รับสาย” นนท์ตอบเสียงเรียบ กำมือแน่น
Fai หยิบรูปถ่ายบนโต๊ะแหวกดู “เธอคงหนีกลับบ้าน—”
“เธอไม่ใช่คนแบบนั้น” นนท์สวนทันควัน ลมหายใจเขาแรงเกินควบคุม “หรือเธอรู้เรื่องอะไร”
Fai ขมวดคิ้วแต่เลือกกลืนคำตอบกลับไป เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้น “เราควรแจ้งรุ่นพี่ไหม”
นนท์ฟังเสียงตัวเองหัวเราะสั้นๆ “แจ้งไปเหรอ? แล้วใครจะเชื่อ คนหายกลางดึกในหอศิลปะเนี่ยนะ”
Fai ชะงัก พยักหน้าเนิบช้า เธอเดินออกมา นนท์โดดคว้าแขน Fai ไว้ สายตาเขามองลึกเจ็บปวด “ถ้าเธอรู้ ต้องบอกฉันนะ”
ไฟในห้องเริ่มกะพริบ ดับติดเป็นจังหวะแปลกประหลาด
เสียงสายลมแรงกว่าเดิม บานหน้าต่างห้อง B กระแทกดังปัง ฟ้าเพิ่งเดินผ่านตรงบันได ทว่าเดินสวนกับ Jeng ที่กำลังหอบผ้าเปียกขึ้นมา “ไปไหนแต่ดึกๆ ฮะ”
ฟ้าไม่ตอบ เดินกอดอกหนี Jeng ได้แต่เขม่นตามหลัง ฟ้าหยุดกลางระเบียงเหลียวมองห้องของตน ไฟดับสนิท
Jeng ดึงแขนฟ้าไว้ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเมื่อคืนแกทำอะไร”
ฟ้าขบฟันแน่น “นายพูดอะไร”
“สารภาพซะเหอะ จะได้จบสักที!”
ฟ้าเบือนหน้าด้วยท่าทีปิดกั้น “ไม่มีอะไรที่ต้องสารภาพ นายแค่อยากโทษฉันเพราะตัวเองกลัว”
เสียงมันดังก้องในโถงชั้นสอง ทุกคนในหอพักได้ยิน เงาสีเหลืองกระพริบลอดใต้ประตูห้อง 205 ทั้งกลุ่มรวมตัวกันในห้องโถงกลาง ห้องแคบแออัดไปด้วยความเครียดและกลิ่นสีทาไม้
“ตกลงคืนนี้ใครเห็นมิ้นต์คนสุดท้าย” จูนถาม มือซุกกระเป๋าเสื้อ ไม่สบตาใคร
“ฉันเห็นตอนทุ่มนึง” โต้งเอ่ยเสียงต่ำ “เธอเดินไปทางสตูดิโอ”
“แล้วใครอยู่สตูดิโอกับมิ้นต์บ้าง” เสียง Nook ไม่นิ่ง
ไม่มีเสียงตอบ เพียบพร้อมด้วยความลังเลและอึดอัด นนท์หลบตาทุกคน ก่อนพูดแผ่วเบา “ฉันอยู่กับเธอ—แต่เธอกลับออกไปก่อน”
“แล้ว… มีอะไรแปลกมั้ย” Fai ซักต่อ
ความเงียบยาว โต้งเหลือบดูหน้าจอโทรศัพท์ มือสั่น เสียงเรียกเข้าเงียบหายในอากาศ
ฟ้าเผลอหลุดน้ำตา หันหลังซ่อนมุมหน้าต่างที่ไร้แสง
จูนจ้องโต้งแน่นิ่ง “นายร้องไห้ทำไม”
โต้งกลืนก้อนแข็งในคอ “ขอโทษ…ถ้าฉัน—” เขายังไม่ทันพูดประตูปังดัง ทุกคนสะดุ้ง ตัวสั่น
เสียงขูดกับกระเบื้องแว่วใต้อาคาร Fai เดินออกไปดู โต้งรีบห้าม “อย่าไปคนเดียว!”
Fai จ้องสายตาแข็ง แต่พอถึงประตู เธอกลับหยุดนิ่ง ถอนใจ กลับมายืนข้างเพื่อนๆ ราวกับต้องการความกล้าจากมวลมนุษย์รอบตัว
“เราควรโทรแจ้งตำรวจ” Nook เสียงขาดความมั่นใจ
“ยังไม่ต้อง…” Jeng แทรก “ถ้าเกิดไม่มีอะไรจริงจะเสียชื่อเปล่าๆ”
โต้งก้าวออกไปข้างหลังอย่างเลี่ยงๆ นนท์เกาะประตูเหมือนกลัวจะล้มลง “เราต้องหามิ้นต์ก่อน…ก่อนจะสายเกินไป”
ชั้นล่างของหอศิลปะ ท่ามกลางแสงไฟฉายจาง โต้งกับ Fai เดินสำรวจทางเดิน พบรอยหยดเลือดบนผนังไหลรวมรอยน้ำฝนเก่า Fai ตัวแข็ง โต้งกลั้นใจแตะเลือด เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้า
เสียงร้องไห้แผ่วผ่านกำแพง “ช่วยด้วย…”
โต้งหันซ้ายขวา ไม่เห็นใคร มือ Fai กุมบ่าแน่น“เราควรกลับขึ้นไป—” แต่ทันใดนั้นประตูห้องเก็บของกระแทกปังอย่างแรง ทั้งสองคนถอยหลัง เงาดำวูบผ่านหน้าต่างเล็กๆ
เสียงหนังขูดสังกะสีดังขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนบนชั้นสองได้ยิน ต่างกรูกันลงมารวมที่บันได นนท์ควบคุมเสียงตัวเองไม่ได้อีก “ใครก็ได้…ขอร้อง อย่าเล่นอะไรแบบนี้”
Fai ร้องไห้สะอื้นในมือ โต้งหน้าซีด “นายแน่ใจหรือ ว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้พูดอะไรแปลก”
“แน่ใจ…แต่…เมื่อคืนฉันทะเลาะกับมิ้นต์ เพราะเรื่องนั้น” นนท์เสียงสั่นบรรยายเหตุการณ์ คำพูดขาดห้วง “ฉัน…เผลอพูดแรง”
“พูดอะไร” จูนซัก เสียงเข้ม
นนท์เงียบฟังเสียงลมหายใจตัวเอง “ฉันโกหกเธอ…เรื่องของเราสองคน”
Fai เบิกตากว้าง “นายกับมิ้นต์—”
นนท์ส่ายหน้า “เปล่า มันไม่ใช่อย่างนั้น…แต่ฉันทำให้เธอเข้าใจผิด”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทุกคนสะดุ้ง Nook ก้มดู พบเบอร์ของมิ้นต์ เธอรับสายด้วยมือสั่น เสียงปลายสายสั่นไหวและแผ่วเบา “ขอร้อง…ช่วยฉันด้วย…”
“มิ้นต์! เธออยู่ไหน!”
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีแต่เสียงสะอื้น เงาโทรศัพท์ดับวูบ ตัวหนังสือบนหน้าจอเหลือเพียงตัวอักษร M ตัวเดียว ทุกคนยืนอึ้งงัน ไม่มีใครกล้าขยับ
โต้งหันมองนนท์ด้วยสายตาเปี่ยมคำถาม “นายแน่ใจนะ ว่าไม่ได้ปิดบังอะไร”
นนท์ละล่ำละลัก “ฉัน…ฉันแค่…กลัว…”
เสียงฝีเท้าวิ่งจากโถงล่างเปลี่ยนเป็นเสียงลากเก้าอี้ ทุกคนตัดสินใจกรูกันลงไป พบห้องเก็บของถูกเปิดทิ้งไว้ มีคราบเลือดจางๆ พาดบนพื้นและเสื้อยืดของมิ้นต์ที่ถูกทิ้งไว้บนกล่องไม้เก่า
ไฟฉายฉายไปเจอข้อความ “ความจริงอยู่นี่” ขีดด้วยสีแดงบนประตู
เสียงเงียบงัน ครอบคลุมทุกตารางนิ้วของหอพัก จูนคลำหาโทรศัพท์ แต่นนท์หยิบออกมา ท่าทีสั่นฟั่นเฟือน “ฉัน…ขอเวลา…แค่สักพัก…”
“นายต้องพูดความจริง” Jeng กดเสียงต่ำ ชั้นเชิงพลุ่งพล่านใต้เปลือกตา
Fai จ้องนนท์ น้ำตาร่วง เธอสั่นศีรษะเบาๆ “มิ้นต์ต้องการความช่วยเหลือ นายจะยังเอาแต่กลัวตัวเองไปถึงเมื่อไหร่”
นนท์กลืนพูด “เพราะสิ่งที่ฉันทำลงไป…”
เสียงฟ้าเพิ่มแรง “ถ้านายไม่พูด เราก็จะไม่มีวันช่วยมิ้นต์ได้”
นนท์ร้องไห้ วิ่งออกจากห้อง ทุกคนตกใจ จูนตามไปทันหยิบแขนนนท์ไว้ เงยหน้าสบตา “ถ้านายยังรักเพื่อน นายต้องเลือก ระหว่างปกป้องตัวเอง หรือบอกความจริง”
นนท์หลับตาแน่น น้ำตาร่วงกราว เขาหอบหายใจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
เขาคืบคลานกลับเข้าวง ทุกคนยืนรอบตัวเขา มือบางคนกำแน่น บางคนกอดอก บางคนหลบตา
น้ำเสียงนนท์แหบ “คืนนั้น…ฉันเห็นมิ้นต์กับจูนทะเลาะกันหนัก…เรื่องภาพวาดในสตูดิโอ”
จูนอึ้ง “แล้ว?”
“เธอปาขวดสีใส่มิ้นต์…แล้ววิ่งออกจากห้องกันไป”
จูนหลบตา “ฉันโมโหก็จริง…แต่ฉันไม่ได้จะทำร้าย…ตอนกลับมาฉันก็ไม่เห็นเธอแล้ว”
โต้งยกมือขึ้น “แต่ฟ้า…เธอบอกว่าไม่ได้อยู่แถวนั้น”
ฟ้าถอนใจ “ฉันโกหก…ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นมิ้นต์ เธอร้องไห้ เดินขึ้นดาดฟ้า”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก คราวนี้เป็นเสียงคลิปวิดีโอในกลุ่มแชท ทุกคนเปิดดูในวง เวลานั้น มืด ทว่าเห็นเงาหญิงสาวในชุดคลุมยืนที่ขอบดาดฟ้า คนในคลิปส่งเสียง “อย่าทำแบบนั้น!” ก่อนภาพตัดไป
เสียงร่ำไห้ระงมในห้องโถง นนท์ทรุดตัวลงกับพื้น เขาตะโกนก้อง “เราเป็นเพื่อนกัน แต่…แต่เราทำให้เธอเจ็บ…เพราะเราทุกคนกลัวที่จะยอมรับความผิด”
Fai ย่อตัวกอดนนท์ไว้ “แต่ตอนนี้เราต้องสิ้นสุดคำโกหก…แม้จะเจ็บแค่ไหน”
ทุกคนเงียบงัน เสียงหายใจแผ่วจมดิ่งในความเศร้า ก่อนจูนจะพูดขึ้น “งั้นคืนนี้ไปที่ดาดฟ้ากัน…ไม่ว่าจะเกิดอะไร”
พวกเขาเดินด้วยหัวใจหนักอึ้งขึ้นบันไดทีละคน ท่ามกลางลมแรงและแสงไฟเพียงริบหรี่ ถึงดาดฟ้า เจอรองเท้าแตะของมิ้นต์วางทิ้งบนพื้น น้ำฝนยังเกาะตามขอบ
เสียงมิ้นต์กรีดร้องแหลมลอยล่องมาตามสายลม ร่างจูนทรุด ทุกคนวิ่งไปดู เห็นรอยเลือดหายไปตรงขอบ ติดอยู่กับราวเหล็กดาดฟ้า
นนท์ปล่อยโฮ “ขอให้เธอปลอดภัย…ขอให้เรามีโอกาสขอโทษ”
ทันใดนั้น เสียงประตูสตูดิโอชั้นล่างดังขึ้น ทั้งกลุ่มกรูกันลงไป พบมิ้นต์นั่งฟุบอยู่ข้างกล่องสีเลอะเทอะ แขนขาถลอก ใบหน้าเปื้อนน้ำตาและคราบเลือด เธอมองหน้ากลุ่มเพื่อนทั้งกลุ่ม สายตาผลัดเปลี่ยนความกลัวและโกรธ
Fai ร้องไห้เข้าไปกอดมิ้นต์ “ขอโทษ…เราขอโทษจริงๆ”
มิ้นต์น้ำตาไหลพราก “ทุกคนโกหกฉัน…ไม่มีใครเชื่อใจฉันเลย…”
นนท์ทรุดตัวลงข้างเธอ “เรากลัว…แต่เราจะไม่ปล่อยเธอไว้คนเดียวอีก”
เสียงนาฬิกาดังขึ้นเที่ยงคืน ไฟทั้งหอกระพริบหนึ่งครั้งก่อนกลับสู่ความเงียบ ทุกคนยืนเงียบงันล้อมมิ้นต์ไว้ด้วยความตระหนักว่าทุกความสัมพันธ์ต้องกล้าเผชิญหน้าความผิดพลาด ไม่ใช่หนีหนีด้วยคำโกหกอีกต่อไป ภาพสุดท้ายคือมือของแต่ละคนเอื้อมไปจับมือมิ้นต์ไว้ แสงไฟสีฟ้าอ่อนสาดบนใบหน้าพวกเขาทุกคนก่อนเช้าวันใหม่จะมาเยือน