คืนที่ไร้เงา
เสียงล้อรถกระบะบดไปกับถนนลูกรังในยามพลบค่ำ ท่ามกลางป่าทึบที่ดูไร้ผู้คน ลมเย็นพัดใบไม้กระพือ จนกระทั่งรถจอดนิ่งหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังเก่า ริน เด็กสาววัยยี่สิบสามปีเปิดประตูลงมาอย่างลังเล เธอกอดแขนตัวเองแน่นก่อนจะหันไปมองผู้โดยสารอีกสามคนในรถ ใครสักคนสูดหายใจลึกเหมือนยังไม่แน่ใจว่าจะกล้าก้าวลงหรือไม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นี่มัน… บ้านป้าทองใช่ไหม?” เสียงของเอกดังขึ้นแผ่วเบา ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แต่แววตาไม่มั่นใจ เขาเหลียวมองไปทั่วราวกับกลัวมีใครโผล่มาจากความมืด
“ใช่ค่ะ…แม่ส่งกุญแจมาให้” รินตอบอย่างลังเล ก่อนจะหยิบกุญแจเก่า ๆ จากกระเป๋า เดินนำขึ้นบันไดไม้เสียงดังเอี๊ยด ทุกย่างก้าวเหมือนย้ำเตือนความเก่าแก่และความทรุดโทรมของบ้านหลังนั้น
ฝ้าย สาวร่างเล็กผมหยิกในวัยสามสิบ ก้าวตามขึ้นไป เธอหอบกล่องใส่เอกสารใบหน้าเครียด สายตากวาดสำรวจประตูหน้าต่าง “เราต้องอยู่ที่นี่… นานแค่ไหนกันแน่?”
“จนกว่าน้ำจะลด ถนนจะเปิด” เสียงป้าทองดังแทรกจากโทรศัพท์ในมือใครคนหนึ่ง “แค่คืนเดียวเองลูก ไม่มีอะไรหรอก บ้านป้าเขาอยู่กันหลายรุ่นแล้ว”
แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ มอดลง ทุกคนแยกย้ายเก็บของในบ้าน รินเดินสำรวจห้องโถง พบเพียงตู้เก่า โต๊ะกินข้าวไม้สัก โซฟาขาดยุ่ยและรูปถ่ายเก่า ๆ ติดผนัง เธอมองรูปเด็กหญิงสองคนในรูปถ่ายโบราณ ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตาราวกับกำลังจ้องมองเธอ
“เอ…รูปนี้… ใครเหรอ?” รินเอื้อมมือจะหยิบแต่รู้สึกหนาววาบ เอกเดินเข้ามาดู พูดเบา ๆ “ไม่รู้สิ แต่ตาผู้หญิงตรงกลางเหมือนลึกมากเลยเนอะ”
ค่ำนั้นหลังอาหารอย่างเงียบ ๆ ทุกคนต่างพยายามเลี่ยงการสบตากัน บนโต๊ะมีเพียงเสียงช้อนกระทบชามและเสียงหายใจหนัก ๆ ฝ้ายเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “ทำไมบ้านนี้มัน… ไม่มีเงาเลยล่ะ?” ทุกคนเงียบกริบ ก่อนจะสังเกตว่าภายใต้แสงไฟวูบไหว ไม่มีเงาของตนเองปรากฏบนพื้นหรือผนัง
ลมหายใจของทุกคนสะดุด เอกลุกพรวดไปหน้าประตู พยายามใช้ไฟฉายส่องตัวเองแต่ก็ไม่มีเงาสะท้อนกลับมา “ไฟเสียหรือเปล่า!” เขาตะโกนแต่แววตาเริ่มหวาดกลัว
“ไม่มีทาง ไฟฉายก็ต้องมีเงา…” ฝ้ายเสียงสั่น รินยืนกอดอกตัวเองแน่น พยายามก้มมองฝ่าเท้าแต่ปรากฏเพียงพื้นไม้เก่าเปล่า ๆ เอ็ม ชายหนุ่มท่าทางเรียบร้อยนั่งนิ่ง ดวงตาไม่กระพริบเหมือนคนมัวเมา “เงา…คือสิ่งที่ผูกวิญญาณกับร่าง… เคยได้ยินไหม?”
ฝ้ายขมวดคิ้ว “อะไรนะ เอ็ม ใครสอนเธอเรื่องแบบนี้?” เอ็มเงียบไปครู่ใหญ่ “ลุงเคยบอก… ถ้าใครอยู่ในบ้านนี้ตอนคืนเดือนดับ… เงาจะหายไปก่อนวิญญาณ”
เอกหัวเราะแห้ง “เลิกพูดบ้า ๆ ได้แล้ว เดี๋ยวเช้าเงาก็กลับมาเองมั้ง” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่เขาไม่กล้าหันหลังให้ห้องโถง
กลางดึก เสียงไม้ลั่นใต้ฝีเท้าฝ้ายขณะเดินไปห้องน้ำ รินนอนนิ่งลืมตาโพลง ระแวงเสียงฝีเท้านั้น เธอลุกเดินออกจากห้อง เห็นเงาร่างฝ้ายอยู่ข้างหน้า แต่เมื่อฝ้ายหันมากลับไร้เงาบนพื้น รอยยิ้มฝ้ายแข็งค้างชั่วครู่ก่อนจะรีบเดินหนี
วันใหม่มาถึงโดยไม่มีแสงอาทิตย์ลอดหน้าต่าง ทุกอย่างดูหม่นมัวราวกับโลกไร้สี เอ็มนั่งจ้องรูปถ่ายบนผนัง “ในนี้…มีเด็กสองคน เด็กอีกคนในรูปไม่มีเงา” เขาชี้ให้รินดู
รินดึงรูปออกจากผนัง ใต้กรอบมีรอยขีดคล้ายอักษรเก่า ฝ้ายอ่านช้า ๆ “อย่าไว้ใจเงาที่สอง” เสียงของเธอสั่นพร่า
เวลาผ่านไปในความเงียบ ทุกคนเริ่มรู้สึกอึดอัด จากนั้นฝ้ายเริ่มพูดกับใครบางคนในห้องว่างเปล่า “พวกเธอ… เห็นอะไรตรงมุมห้องไหม?” เธอชี้ไปตรงมุมมืดแต่ทุกคนเห็นเพียงความว่างเปล่า
เอ็มถอนหายใจ “เราต้องออกจากบ้านนี้” เอกเห็นด้วยทันที “ไปเถอะ อะไรก็ได้ ขอแค่ออกไปก่อน”
แต่ประตูหน้าต่างทุกบานถูกล็อกแน่นหนาเหมือนจากด้านนอก รินพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลับสะท้อนวนซ้ำไปมาในบ้าน
กลางคืนที่สอง ฝ้ายเริ่มเดินละเมอ พึมพำถึงชื่อเด็กหญิงในรูป “จินตนา…จินตนา…” เอกพยายามปลุกแต่ฝ้ายปัดมือเขาออก เงาของฝ้ายปรากฏสายขาว ๆ เลือนรางอยู่แค่ปลายเท้า ราวกับจะหลุดลอยออกจากร่าง
รินสังเกตเอ็มนั่งนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์ สายตาเขาเริ่มพร่าเลือน “ฉัน…เห็นเด็กคนนั้น… ตอนลุงยังอยู่ ลุงบอกห้ามมองตาเด็กในรูปถ่ายเด็ดขาด…”
ฝ้ายเริ่มพูดกับเงาในมุมห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ “จินตนา…เราขอโทษ…ขอโทษ” เธอเอาแต่ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนพื้นไม้ รอยขีดยาววกวนปะปนกับหยดน้ำตา
เอกเริ่มหวาดระแวง “เธอพูดกับใคร?” รินพยายามเข้าไปปลอบแต่ฝ้ายปัดมือออก “อย่าเข้ามา! เธอกำลังฟังเรา…”
คืนนั้น รินนอนไม่หลับ เธอหวนคิดถึงอดีตที่แม่เตือนเสมอว่า “อย่าเหยียบเงาคนอื่น” เธอเริ่มนึกถึงตอนเด็กที่เคยมาเยี่ยมบ้านป้าทองและเกิดเรื่องประหลาด เด็กหญิงคนหนึ่งร้องไห้ในห้องใต้บันไดแต่เธอไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนั้นชัด ๆ
พบว่ารูปถ่ายที่รินดึงออกจากผนังมีรอยขีดเพิ่มขึ้น เธอถามเอ็ม “เมื่อคืนมีใครเดินมาที่ห้องฉันหรือเปล่า?” เอ็มส่ายหน้า “ไม่มี… แต่ฉันฝันเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ปลายเตียง”
ทุกคนเริ่มหวาดกลัว ฝ้ายเอาแต่กรีดร้องขอให้เปิดประตู รินพยายามปลอบแต่ฝ้ายผลักเธอล้มลง “มันจับเงาฉันไปแล้ว!”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังในโถงบ้าน ทุกคนเงียบกริบ เอ็มเอ่ยเบา ๆ “เราถูกขังไว้ที่นี่แล้ว… เงาของเรากำลังจะหายไปทีละคน”
รินพยายามหาทางออกจากบ้าน เธอเดินไปใต้ถุน เจอแผ่นไม้ยกขึ้นเล็กน้อย ใต้แผ่นไม้นั้นมีตุ๊กตาผ้าขาดวิ่นกับกระจกแตกร้าวและรอยขีดเป็นชื่อ ‘จินตนา’
ในห้องโถง ทุกคนเริ่มขัดแย้งกันเอง เอกกล่าวหาฝ้ายว่าเป็นคนเรียกผีมา ฝ้ายร้องไห้ปฏิเสธ “ฉันไม่ได้ทำ! มัน… มันอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก…”
เอ็มจับไหล่ริน “ถ้าเราอยากรอด… ต้องหาความจริงก่อนว่าเกิดอะไรกับเด็กในรูปนั้น…”
รินนั่งลงหน้ากระจกแตก เธอเห็นภาพเด็กหญิงซ้อนกับเงาของตนเอง เด็กคนนั้นกระซิบเสียงแผ่ว “อย่าเชื่อ…เงานั้นของเธอ”
ตอนนี้ฝ้ายเริ่มไม่มีเงาเลย เธอร้องไห้หมดเรี่ยวแรง เอ็มเริ่มสวดอะไรบางอย่างเบา ๆ รินถามเสียงสั่น “เงาของเราคืออะไร… ถ้าไม่มีเงา เราจะเป็นยังไง?”
เอกเดินวนอยู่ในห้อง หยิบไฟฉายส่องหาตัวเองอย่างบ้าคลั่ง “ต้องมีทางออกสิ! เงาบ้าอะไรนี่มันแค่แสง!” เขาปาหัวไฟฉายลงพื้น เสียงแตกร้าวดังสนั่น
เอ็มยังคงสวด ฝ้ายเริ่มละเมอถึงชื่อญาติคนหนึ่งที่ตายไปนานแล้ว เธอพร่ำขอโทษ “ขอโทษ ขอโทษ… ฉัน… ฉันเป็นคนล็อกห้องจินตนาเอง… ฉันผิดเอง…”
รินมองฝ้ายอย่างตกใจ “เธอพูดเรื่องอะไรกัน?”
ฝ้ายร้องไห้สะอึกสะอื้น “ฉันเคยมาอยู่ที่นี่ตอนเด็ก ๆ… จินตนาเป็นน้องสาว… ตอนนั้น… ฉันกลัวความมืด… เลยล็อกเธอไว้ในห้องใต้บันได… เงาของเธอหายไปตั้งแต่คืนนั้น…”
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงฝนกระหน่ำที่เริ่มตกอย่างแรง
เอ็มคล้ายจะเข้าใจ “เด็กในรูป…คือจินตนา?” ฝ้ายพยักหน้า “ฉันพยายามลืม…แต่เงาก็ยังตามหลอก…”
ในห้องโถงตอนนี้เงาของเอกเริ่มเลือนราง เอ็มตะโกน “อย่าไปมองตาเด็กในรูป!” แต่สายเกินไป เอกสบตากับภาพในกระจกแตกทันที แล้วเขาทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง เงาของเขาหายวับเหมือนไม่เคยมีอยู่
ฝ้ายร้องไห้แทบขาดใจ “ถ้าเงาของเราหายไปหมด…เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไปเหรอ?”
รินเดินไปที่รูปถ่าย จ้องลึกลงไปในดวงตาของเด็กหญิงในรูป เธอเห็นเงาของตนเองถูกดึงออกโดยเงาดำผอมบาง “จินตนา…เธอต้องการอะไร?”
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบบ้าน “ขอโทษฉัน… คืนฉันมา…”
รินหลับตาแน่น “ฉันขอโทษ… ฉันไม่รู้เรื่องในอดีต… แต่ตอนนี้พวกเราขอออกไป… ขอให้จินตนาได้รับอิสรภาพด้วย…”
จู่ ๆ ประตูหน้าบ้านก็ค่อย ๆ เปิดออกเอง ฝนข้างนอกซาเหลือเพียงละอองหมอก ทุกคนรีบวิ่งออกไปข้างนอก ฝ้ายหันกลับไปมองบ้านหลังนั้น ราวกับมีเงาเด็กผู้หญิงยืนโบกมือลาในหน้าต่าง
รินเดินออกไปจนสุดแนวป่า หันกลับมามองอีกครั้ง บ้านหลังนั้นกลับมืดสนิท เงาของทุกคนค่อย ๆ ปรากฏกลับมาบนพื้นหญ้า เพียงแต่ว่า… เงาของฝ้ายยังคงขาดหายไปตรงปลายเท้า
ฝ้ายยิ้มเศร้า ๆ “เราคงต้องอยู่กับความผิดนี้ตลอดไป…”
เสียงกระซิบแผ่วเบา “อย่าไว้ใจเงาที่สอง…” ลอยมากับสายลมขณะที่ฟ้าสาง
ทุกคนยืนเงียบในแสงเช้า ท่ามกลางหมอกและความว่างเปล่าของอดีตที่ไม่มีวันกลับคืน