กลิ่นหอมจากอดีต
แสงอาทิตย์ช่วงบ่ายยังอดไม่ได้ที่จะลอดผ่านใบไม้ในป่า รมณ์หอมกลิ่นดอกไม้ตลอดเส้นทางที่พายาเดินพาความทรงจำอันงดงามกลับมาทักทาย เธอหยุดที่กระท่อมไม้หลังเก่าของพ่อแม่ที่ถูกทิ้งร้างมานาน กำลังจะเปิดประตูแต่กลับลืมตัว ปล่อยให้แสงแดดลงไปในใจ มีน้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว และทันใดนั้น เสียงพูดแสดงความรักเมื่อหลายปีที่แล้วก็เริ่มก้องในหู “พายา เมื่อไหร่จะตอบคำถามของฉัน”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!การกลับมาในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเยียวยา แต่เพื่อตามหาความฝันที่เธอคิดว่าได้ทิ้งมันไปแล้ว เรื่องราวรักวัยเรียนที่ติดอยู่ในเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เริ่มส่งผลให้เริ่มต้นในงานประเพณีของหมู่บ้าน วันนั้นทุกคนต่างรอคอยที่จะเจอเธออีกครั้ง รวมถึงธีร์ คนรักเก่าที่ความรักถูกเลือกด้วยคำสาปของความคาดหวังจากครอบครัว
ในงาน หิ้งศาลบรรพบุรุษเต็มไปด้วยคน เป็นเสียงหัวเราะ เสียงที่จับกลุ่มพูดคุยกันสนุกสนานเพราะสถานที่แห่งนี้ยังคงมีความรู้สึกของอดีต และความรักที่เคยเกิดขึ้นสองครา ไม่ต่างจากกลิ่นหอมจากดอกไม้ที่กรุ่นอยู่ในอากาศ… เสียงเพลงตามบรรยากาศทำให้เธอรู้สึกบ้านเกิดที่ในการศึกษาเก่า
เธอโยนตัวเองไปในความคิดเก่า “ถ้าไม่ใช่เพราะแม่บอกให้เราทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน คงไม่มีทางที่เราจะต้องแยกจากกัน” ปรับอารมณ์ และหันไปยิ้มให้ธีร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ทำไมถึงกลับมาที่นี่?” เขาถามด้วยใบหน้าที่ซ่อนความรู้สึกหรือเป็นอาการตื่นเต้นเพราะความไม่แน่ใจ “คือ ฉันกลับเพื่อเขียนนิยายเรื่องที่ดีที่สุดของฉัน” สิ้นคำตอบของพายาดูดริฟต์หัวใจเขาให้รู้สึกย้อนกลับไปหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน
ในระหว่างที่ทั้งสองคนสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางการแลกเปลี่ยนอารมณ์และความผูกพันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่เรื่องราวในอดีตเริ่มก่อตัวจากการที่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านคอยลอบฟังพวกเขาอยู่ด้านล่าง ความเครียดจากความคาดหวังของครอบครัวอาจจะทำให้เกือบจะไม่ได้พูดเรื่องจริงเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง
ในคืนหนึ่งเมื่อเธอออกไปนอกเพื่อชมดวงดาว ธีร์ตามออกมาและถามคำถามที่รอคอย “พายา ถ้าเกิดเรามีโอกาสผลักดันสิ่งที่เราอยากทำไปต่อต้องทำยังไง?” เสียงเขาดังคล้ายจะพาเธอไปสู่ความหวังที่หลบอยู่ในใจ ในขณะที่ตาพายาเปล่งประกายขึ้นเมื่อคิดถึงความฝันที่เคยทิ้งไปและสิ่งที่สามารถทำข้ามผ่านแผนที่โชคชะตาของครอบครัว”
ตามจังหวะเพลงที่มีชีวิตชีวา ถ่ายทอดความรู้สึกพายาจดจ่ออยู่กับองค์ประกอบเหล่านี้ เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จนเกือบจะมีแต่แสงดวงดาวที่ส่องไป ยังมีความเงียบที่รอการมีชีวิตขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เมื่อเสียงเธอทอนน้อยลงทำให้รับฟังคำพูดของธีร์อย่างชัดเจน “เพราะเราไม่สามารถหนีการอำนาจของผู้ใหญ่ มันเป็นเข็มนาฬิกาตัวแรกที่หยุดเดิน”
ช่วงเวลาที่ความรักอย่างเสียงไม่ได้ดัง ชีวิตก็เริ่มจัดระบบการใช้ชีวิตของทั้งคู่ไว้ระหว่างทางที่จะพบว่าในที่ที่เศษซากถูกทิ้งขว้าง กลิ่นของดอกไม้ก็โอบล้อมคอยให้กำลังใจอันเป็นแรงบันดาลใจ ความร่วมมือกับครอบครัวที่มาหนุนหนุนทำให้ธีร์ประจักษ์ในความเป็นไปไม่ต้องหลีกหนีมาตลอด
แท้จริงแล้วมันคือการรักษาบาดแผล ความฝันที่เสียหายในวันวาน ในงานประเพณีนั้น มีการแก้แค้นที่ต้องทำ หรืออาจจะมีการสูญเสียที่ทำให้พวกเขาต้องเติบโตขึ้น รวมทั้งความกดดันแห่งชีวิตและเวลาที่ไม่คอยใคร มีความหวัง แต่ต้องพาและปรับทุกสิ่งที่มีแก้ไของค์ความเจ็บปวด เดินย่ำและมีการสร้างขึ้นหรือสูญเสียในสภาวะเศร้า
ความจริงก็คือ ในความรักนั้น มีความกดดันและการพิมพ์ความเครียดจากคำสาปที่ทำให้พวกเขาถูกแม่หรือผู้ใหญ่กีดกันไว้เป็นเวลานาน ในวาระสุดท้ายของงาน ทั้งสองจับมือกันสัญลักษณ์ที่แท้จริงของความรักและความเข้าใจว่าความรักไม่เคยสูญหายไปและยังคงอยู่เพียงแค่มีค่าและรออยู่ตลอดไป
ในวันอาทิตย์แห่งการเฉลิมฉลองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ให้มองถึงสิ่งสำคัญเพราะวันนั้นกลิ่นหอมของดอกไม้จากหมู่บ้านแสนน่ารักที่อยู่ใกล้ยังคงส่งให้กับทั้งสองว่า ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่มีความลับใด ๆ ที่ต้องรอให้เปิดเผย เป็นความรักที่สวยงามอยู่ในรูปแบบอันโดดเด่นของชีวิตและอารมณ์