เกาะลับระหว่างเรา
เสียงสูดลมหายใจถี่ ๆ ดังกลางกลุ่มต้นไม้หนาทึบ ยีนสะพายเป้ขาด ๆ วิ่งฝ่าเถาวัลย์โดยไม่หันหลังกลับ เงามืดเบื้องหลังทำให้เธอใจเต้นแรง มือเหงื่อชื้นลื่นจนแทบจับกิ่งยื่นไม่ได้ เสียงกระซิบตรงท้ายแถวเหมือนใครบางคนยังตามมา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เดี๋ยวก่อนยีน ไปพร้อมกัน!” เสียงมาตัง เรียกตามมาแผ่วเบา ยีนชะงัก หอบ จนได้ยินเสียงฟลุ๊คพลิกเท้ากระทบพื้นใบไม้เสียงดัง ทุกคนแตกกระจายกันเหมือนชิ้นกระจก
อีกมุมหนึ่งของเกาะ Win กำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางที่เปียกชุ่ม ไปหยุดข้างไข่มุกซึ่งนั่งกอดเข่าถัดจากส้มโอที่เอาแต่จิกเท้าอย่างหงุดหงิด บนพื้นมีเศษซากไม้กับอวนเก่า ๆ ที่เพิ่งรวบรวมได้จากริมชายหาด
“เราจะออกไปจากที่นี่ได้ไหมเนี่ย? ติดนี่โง่ๆ หรือมีอะไรซ่อนอยู่?” ส้มโอถาม พลางจ้องหน้า Win
Win สบตา ไม่ตอบทันที “มีซากเรือ น่าจะซ่อมได้ถ้ารวมแรงกัน” ทั้งสองหันมามองไข่มุกซึ่งหลบตา เงียบงัน
ปัตเดินเตาะแตะมาจากแถวพุ่มไม้ มือสองข้างมีผลไม้ป่าจำนวนหนึ่ง แตะไหล่ส้มโออย่างลังเล “เอางี้เราลองแบ่งพื้นที่สำรวจ ถ้ามีทางออกก็ต้องหาทางให้ได้ ไม่งั้นอดตายแน่”
เสียงวัตถุร่วงด้านหลังใกล้กองไฟ เศษไม้ที่ฟลุ๊คโยนทิ้ง แตกกระจาย “แบ่งอะไร อย่าเล่นตัวเลย เราต้องทำให้รอดคืนนี้ก่อน” น้ำเสียงของฟลุ๊คปนความกลัวซ่อนอยู่
ยีนเดินกลับมาสมทบในกลุ่ม ทาแป้งขาวข้างแก้มที่หลุดลอก สีหน้าเกร็งแต่พยายามปกติ “ถ้าทุกคนตรงใจ เราแบ่งหน้าที่ดีกว่า จะได้ไม่ขัดแย้ง”
มาตังยืนนิ่ง เงียบงันครู่หนึ่งก่อนถามน้ำเสียงแปลก “มึงว่ายังมีใครอีกไหมบนเกาะนี้?” ทุกคนกวาดสายตามองรอบด้าน ความเงียบปกคลุม
ตกค่ำ กองไฟริมหาดลุกวาบ พวกเขานั่งล้อมเป็นวง Win เอ่ย “เราควรซื่อสัตย์กันว่าทำไมถึงมาอยู่เรือลำนั้น แต่ละคนมีเหตุผลอะไร?”
ไม่มีใครตอบ ไข่มุกก้มต่ำก่อนกระซิบ “คนละเรื่องกันทั้งนั้น บอกไปคงไม่มีใครเชื่อ”
บรรยากาศระหว่างยีนกับปรัตตึงเครียด ฟลุ๊คหยิบเปลือกหอยมาโยนเล่น “ถ้าบอกกันทุกอย่างจริงๆ คิดว่าใครจะอดทนอยู่กับใครได้?”
เสียงคลื่นกลบความเงียบ ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ซ่อนในตัวเองและคนอื่นเปลี่ยนแปลงไม่ได้
เช้าตรู่ ยีนชวนไข่มุกเดินสำรวจป่าด้วยกัน “เมื่อคืนฉันคิดว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จากน้ำตก …” ยีนพูดเบา ๆ
ไข่มุกยิ้มเศร้า “อย่าพูดเรื่องนั้นเลย ขืนคิดมากจะอยู่ไม่ไหว” พวกเธอหยุดมองดูผีเสื้อตัวหนึ่งเกาะบนก้อนหิน ลูกผลไม้ตกลงมาใกล้ ๆ สื่อถึงความเปราะบางของสถานการณ์
ขณะเดียวกัน มาตังกับ Win เดินตรวจแถวชายหาด วินหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมา “นี่มันเหรียญเก่า…เป็นไปได้ไง?”
มาตังรับเหรียญมาพลิกดู สีหน้ากังวล “นี่มันชื่อเรา…ที่ฝาหลัง!”
ความสงสัยโถมเข้าใส่ ไม่มีใครตอบได้ว่าทำไมของส่วนตัวจึงไปอยู่ในซากเรือ ทั้งสองตัดสินใจเก็บเรื่องไว้เช่นเคย
กลางวัน อากาศร้อนเปรี้ยง กลุ่มกำลังช่วยกันหาวัตถุสำหรับซ่อมเรือ ปัตปีนขึ้นต้นไม้อย่างลังเล ส้มโอตะโกน “ระวังตกนะ ไม่มีใครแบกนายกลับนะ!” เสียงหัวเราะฝืด ๆ ทำให้สถานการณ์คลายเครียดไปชั่วครู่
แต่เมื่อแดดเริ่มอ่อนลง ไข่มุกลากถุงเปล่าเดินไปที่ม่านน้ำตก เธอเห็นเงาคนในละอองน้ำ ยืนเงียบฟังเสียงสะท้อน “ยังไงก็ต้องเผชิญ” เธอบอกกับตัวเอง ก่อนหยิบลูกกุญแจในกระเป๋าแนบอก
ขณะที่ปัตหิ้วซากประตูเรือมาวาง เฟืองหลุดจนบาดนิ้ว “เจ็บโว้ย!” เขาตะโกน พลางสบดตายีนที่นั่งเฉยๆ เธอมองกลับด้วยแววตาสงสารคละเคล้าอาย
บ่ายวันหนึ่ง เมื่อทุกคนหิวและเหนื่อยล้า ฟลุ๊คเสนอ “มาทำสัญญาณไฟเผื่อมีเรือผ่านมา ถือซะว่ามันคือแสงสุดท้ายของความหวัง” มาตังกับส้มโอช่วยกันหาฟืน ขณะที่ไข่มุกไม่พูดอะไร เพียงแต่หยิบสมุดขึ้นมาบันทึก
ระหว่างที่กำลังเติมฟืน ใบหน้าทุกคนส่องสะท้อนแสงไฟ สายตา Win จับจ้องหินริมชายหาด ก่อนถามเสียงห้วน “ตกลงจะไม่มีใครพูดเรื่องคืนนั้นหน่อยเหรอ?” ความเงียบแผ่คลุมวง
ไข่มุกหลบตา ปัตถอนหายใจ “อย่าติฉันเลย ไม่มีใครอยากเริ่มหรอก”
ค่ำคืนมาถึง เสียงคลื่นแรง ภายในเต็นท์ผ้าใบที่พวกเขาสร้าง วินกับยีนนั่งฝั่งตรงข้าม มือยีนกำคบหมัดแน่น “นายคิดยังไงกับสิ่งที่เราพบในซากเรือ?” วินนิ่ง ฟังเสียงลมแล้วเปรยเบา “บางอย่างมันต้องมีความหมาย…เราถูกเลือกหรือเปล่า?”
ยีนนิ่งเงียบไปนาน “ถ้าใช่ ใครเป็นคนเลือกเรา?”
ขณะนั้นไข่มุกนอนตาโตในเต็นท์ข้าง ๆ ฟังการสนทนาพร้อมกับน้ำตารื้น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
รุ่งเช้า Win ตื่นขึ้นมาเจอลายมือในทรายใกล้กองไฟ “ขอโทษ” ทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนมองหาคนที่หายไป ไข่มุกเดินกลับมาจากชายป่า สีหน้าเหนื่อยล้า
ส้มโอถาม “เธอเขียนใช่ไหม?” ไข่มุกส่ายหน้า เงียบ ปัตจ้องด้วยสายตาเสียใจแต่เลือกเชื่อ
สองวันผ่านไป ความตึงเครียดทวีขึ้นเมื่ออาหารเหลือน้อยที่สุด ฟลุ๊คเริ่มกลัว ถูกทิ้ง “ถ้าเราหาทางไม่ออกกันสักที ทุกคนคงอดตาย…ใครเป็นคนขโมยอาหารเมื่อวาน?”
ทุกคนเริ่มโทษกันเอง ส้มโอเสียงดัง “ตอบมาเถอะ ไข่มุกเงียบผิดปกติ!” ไข่มุกก้มต่ำ น้ำตาซึม แต่ไม่พูด
มาตังลุกขึ้นเดินหนีออกไป นั่งเหม่อมองทะเล Win ตามไปหา “เฮ้…นายโอเคไหม” มาตังถอนหายใจ “เราอยากลืมอดีตแต่ทำไม่ได้…”
ขณะนั้นยีนแอบเดินลึกเข้าป่า เธอค้นพบกล่องเหล็กฝังทรายเปิดด้วยลูกกุญแจของไข่มุก ข้างในมีกระดาษจ่าหน้าชื่อเพื่อนแต่ละคนเหมือนจดหมายลับ
เธอหยุดอ่าน กระดาษระบุความลับของแต่ละคน ยีนตกใจ มือสั่น ลังเลว่าควรบอกหรือไม่
กลับมาที่กลุ่ม ยีนนำเรื่องกระดาษไปเล่าให้ฟลุ๊คกับ Win ฟัง “เราเจอจดหมาย ได้ชื่อทั้งหมด!”
Win เสนอว่าควรถามไข่มุกตรง ๆ ฟลุ๊คเห็นด้วยแต่ส้มโอค้าน “ถ้ามีใครซ่อนอะไรอีก ควรพูดมาเดี๋ยวนี้!”
ในวงสนทนา ไข่มุกหน้าซีด “ใช่ ฉันเก็บกุญแจนั่นไว้เอง…มีคนจัดฉากทุกอย่าง ไม่ใช่ฉันคนเดียว” น้ำเสียงเธอสั่น เงียบจนเสียงลมเท่านั้นที่ได้ยิน
ปัญหาเริ่มปะทุ วินหันไปหามาตัง “นายรู้เรื่องนี้มาก่อนใช่ไหม?” มาตังหันกลับมา สบตาวินก่อนพึมพำ “…ใช่” ทุกคนตกใจ
ความตึงเครียดถึงจุดแตก ฟลุ๊คลองวิ่งหนีเข้าป่า ยีนพลั้งปากด่าว่ามาตังว่าโกหกและทิ้งเธอเสมอ มาตังหัวเราะสั้น ๆ เจื่อน “ฉันอยากปกป้องเธอต่างหาก แต่ไม่กล้าเผชิญความจริง”
กลางคืน Win ก่อกองไฟเฝ้ารอ ฟลุ๊คกลับมาในสภาพเปื้อนโคลน “ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้…แต่ทุกคนทำผิดกันทั้งนั้นใช่ไหม”
เช้าวันใหม่ ยีนกับมาตังเดินไปริมหน้าผา ต่างนั่งเงียบ ไม่สบตา มาตังพูด “เราต้องให้อภัยกันไหม?”
ยีนมองทะเล “บางอย่างต้องเผชิญด้วยตัวเองก่อน…ฉันกลัว กลัวไม่ถูกรัก กลัวโดนทิ้ง” น้ำตาคลอ
มาตังจับมือเธอเบา ๆ “ฉันเชื่อเธอเสมอ”
สุดท้าย ทุกคนรวมตัวที่ชายหาด ยีนเผยจดหมายให้ทุกคนดู “พอที เราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาไถ่โทษ”
Win ล้วงของจากเป้มาแจกจ่าย “เราเริ่มใหม่ มั่นใจในกันและกันได้ไหม?” ปัตยิ้มกล้า ๆ กลัว ๆ “ขอให้มันง่ายกว่านี้เถอะนะ”
ไข่มุกก้าวมาข้างหน้า “เรามีเรือแล้ว พายกันสิ!” ทุกคนจับมือ ลงแรงซ่อมเรือด้วยกัน โดยไม่มีเสียงดนตรี มีแต่เสียงน้ำกับเสียงหัวเราะของกลุ่มที่เพิ่งคืนความไว้ใจกัน
เรือเคลื่อนออกจากเกาะ พร้อมรอยยิ้ม น้ำตา และแผลใจสดใหม่ ทุกคนมองกลับไปยังเกาะที่กลายเป็นเครื่องหมายคำถามในความทรงจำแต่ละคน
แดดยามเช้าสาดกระทบผืนทะเล แสงทองสะท้อนภาพกลุ่มเพื่อนที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล