คืนพายุหมอกแห่งอัลลีร่า
เสียงปะทะกันของสายลมกับต้นสนสูงใหญ่ดังลั่นในค่ำคืนที่หมอกปกคลุมทั่วหมู่บ้านอัลลีร่า หมอกที่ดูจะหนากว่าคืนไหน ๆ จนแม้แต่แสงไฟในบ้านแต่ละหลังยังพร่าเลือนไปตามกระแสคลื่นขาวนั้น เด็กชายชื่อธีรชลหรือที่ทุกคนเรียกกันว่า “ชน” หลบอยู่ริมหน้าต่างบ้านไม้เก่าของตน ดวงตาสีเฮเซลนับวาวเปล่งประกายวูบวาบจากเงาไต้แสงตะเกียง เขามองข้ามรั้วไปยังบ้านหลังตรงข้ามที่ดูเหมือนฝาปิดหน้าต่างทั้งหลังถูกเปิดทิ้งไว้ ท่ามกลางท้องฟ้าที่ไร้ดวงดาวและหมอกซึ่งขยับคล้ายมีชีวิต มีบางอย่างขยับเงาให้เห็นวูบหนึ่งแล้วหายลับไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!คืนนั้น มารดาของชน—ณัฐรินทร์—ยืนอยู่ในครัว มือขาวซีดสั่นเบา ๆ ขณะใช้มีดบากปลา สายตาเหลือบออกไปดูประตูกระจกเล็ก ๆ ไม่ห่าง เธอยืนฟัง เสียงฝีเท้าผู้มาเยือนทำให้เธอต้องกลั้นหายใจ มือเฉือนเนื้อปลาจนแทบขาดใบมีด “ชน อยู่กับพ่อหรือเปล่า?”
เสียงตอบกลับแผ่วเบา ชนวิ่งเข้ามาหา “แม่มีอะไรครับ ทำไมไม่ปิดไฟครัวดีดี”
แม่มองลูกชาย “คืนนี้แม่อยากเห็นชัด ๆ ว่าใครมาข้างบ้าน…แล้วลูกเห็นอะไรข้างนอกเมื่อกี้ไหม”
ชนเหลียวมองประตูไม้แน่น “ถ้าแม่ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องอย่าออกไปข้างนอกนะ คืนนี้แปลก”
ณัฐรินทร์นิ่ง ไม่ตอบแต่ในดวงตากระจกบาง ๆ เธอสะท้อนภาพอดีตที่เคยหลอกหลอน—เสียงหวีดนั้น…มันเหมือนเสียงของน้องสาวเธอที่หายตัวไปเมื่อสิบห้าปีก่อน ทันใดนั้น เสียงเหล็กกระทบกันที่โรงเก็บไม้หลังบ้านทำให้ชนสะดุ้ง พ่อของชน—วิฑูรย์—รีบออกมา “ในบ้านกันเถอะ ประตูล็อกให้ดี”
ละอองหมอกโหมแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปกคลุมลานดินหน้าบ้าน พ่อหันหลังมั่นใจว่าได้ล็อกแน่น ชนเหลือบมองรูปถ่ายครอบครัวในห้องรับแขก ภาพรอยยิ้มปลอม ๆ ในภาพอาจจะเคยหมายถึงวันเวลาแห่งความเปราะบางก็จริง แต่คืนนี้ มันกลับรู้สึกเหมือนกับสิ่งที่พวกเขาปิดบังเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผย…
ณ เวลาราวตีหนึ่ง เสียงอะไรราวกับฟ้าคำรามดังลอดหน้าต่าง ชนสะดุ้งตื่น หยิบไฟฉายออกไปสำรวจขอบหน้าต่าง พลันพบว่ามีเงาปรากฏชัดอยู่หน้าประตูรั้ว เสียงร้องไห้โหยหวนอ่อน ๆ ลอยมาตามลม “ออกไป…ได้โปรด…” ชนวิ่งกลับไปปลุกพ่อแม่ “เสียงเดิมอีกแล้ว! มันใกล้บ้านเราทุกที พ่อครับ!”
วิฑูรย์รีบผวาออกมา ส่องไฟฉายตัดหมอก เจอเพียงกองรองเท้าเปียกน้ำคู่อยู่หน้ารั้ว ไม่มีร่องรอยคน แต่รอยรองเท้าผ่านสนามโคลนเข้าไปในป่าหลังหมู่บ้านชัดเจน ทั้งสามคนพากันเงียบงัน ต่างคนต่างสะกดอารมณ์ไว้ เพราะต่างก็รู้ความลับที่อีกคนไม่อยากพูดถึง
เมื่อถึงเช้า หมอกยังไม่เลือน เสียงลือว่าลูกสาวบ้านข้าง ๆ หายตัวไปข้ามคืน คนในหมู่บ้านพากันออกตามหา วิฑูรย์แสร้งทำท่ามั่นใจ “พวกเราไปช่วยกันเถอะ” แต่มือยังแอบกำแน่นชนิดจนเห็นข้อขาว ชนเดินตามหลังอย่างลังเล ขณะที่ณัฐรินทร์ทำได้แค่ยืนมองหมอกที่ปกคลุมความจริง ทุกย่างก้าวไปสู่ป่า ทุกสายตาที่มองกลับหลัง ล้วนรู้สึกถึงสายตาของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจับจ้อง…