เพลงลมหายใจแห่งอาเรียมา
แสงแห่งรุ่งอรุณลอดผ่านเรือนยอดไม้สูงทะลุทะลวงสายหมอกขาวนวลเหนือป่าคริสตัล เม็ดน้ำค้างเกาะทั่วใบหญ้าเปล่งประกายเป็นเหมือนอัญมณีเกาะพราว เสียงลมหายใจอ่อนโยนของสายลมประสานกับเสียงใด ๆ ที่เกิดขึ้นในป่าแห่งนี้ก่อให้เกิดสำเนียงดนตรีบทหนึ่งซึ่งไม่มีใครในโลกได้ยินเท่ากันสองคน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อาเรียมา เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบาง ตาสีฟ้าครามแต่งแต้มประกายเศร้า ยืนอยู่ใต้เงาบริเวณลำธาร เงาคริสตัลเรียงรายรายล้อมรอบ ทุกเช้าหลังจากสูญเสียครอบครัวไปกับคำสาปลมหวนสะท้าน อาเรียมาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เขาจดจำเสียงหัวเราะอันแผ่วเบาของมารดาเพียงได้ เมื่อสายลมพัดกระทบกระจกน้ำเสียงสะท้อนดั่งบทเพลงกลางใจ
เช้านี้เสียงหนึ่งล่องลอยมากับสายลมท่ามกลางป่าคริสตัล “เจ้ากลัวอะไร?” เสียงกระซิบบางเบาเหมือนมีอยู่ในใจมากกว่านอกกาย อาเรียมารู้ว่าป่านี้ไม่มีคนอื่น เด็กหนุ่มเพียงหลบตา ไม่ตอบ เอื้อมนิ้วสัมผัสลำต้นตะไคร่ฝังคริสตัลที่เปรอะด้วยละอองน้ำ
สายลมพลันรวมตัวกันเกิดคลื่นไหว สีรุ้งระยับล่องเหนือพื้นดิน หนามนุ่มม้วนเป็นตัวสะท้อนกับแสงจนเกิดประกายวาววาบ ชั่วขณะนั้น อาเรียมาตาเบิกโพลง สิ่งนั้นไม่ใช่สัตว์ที่เขารู้จัก มันมีรูปร่างคล้ายเมฆกลิ้งอยู่หน้าประตูคริสตัล ลำตัวโปร่งแสงสีขาวไหม ลำคอเรียวยาว ดวงตาริ้วสีเปลือกไม้ ซ่อนแววขี้เล่นแต่เจือด้วยระแวง
“ข้า…ชื่อซิริลลา” เสียงดังออกมาจากภายใน ไม่ได้ขยับปากแต่ดังก้องในหัว
อาเรียมาก้าวถอย “เจ้า…พูดกับข้าได้ยังไง” เขาตะกุกตะกัก กระแสลมของซิริลลาดตัวต่ำจนเกิดสายลมเย็นรอบต้นขา มีประกายฝุ่นคริสตัลเล็ก ๆ ลอยอยู่รอบ ๆ ตัวของมัน
“ข้าได้ยินเจ้าทุกเช้า” ซิริลลากระซิบ ใบหน้าที่ยังไร้รูปทรงนิ่งเงียบ “เจ้าร้องไห้เพราะกลัวคำสาป…หรือเพราะกลัวจะอยู่คนเดียว?”
อาเรียมาไม่ตอบ ใบหน้าสั่นสะท้าน เขานึกถึงคืนที่สายลมกรรโชกเปลี่ยนทิศ ทั้งบ้านพังยับในค่ำคืนเดียว1
“มารดาข้า…เสียแล้ว” เขากลั้นเสียงในลำคอ ลำแสงคริสตัลลอดใบไม้สะท้อนแววตา “ข้าอยู่ที่นี่เฝ้ารอวันหนึ่งจะหลุดจากคำสาป แต่…สายลมไม่พูดกับข้าอีก”
ซิริลลาหมุนตัวช้า ๆ ฝุ่นคริสตัลที่เกาะตามตัวร่วงลงเมื่อลมพัดผ่านคล้ายกลีบดอกไม้ “เจ้ารู้ไหม เวทมนตร์แห่งที่นี่คือการฟังเสียงของสายลม…แต่เจ้าหมกมุ่นกับเสียงอดีตจนลืมฟังเสียงวันนี้”
อาเรียมาเงียบไปนาน เขาคิดว่าเสียงหัวเราะนั้นเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ปลอบใจได้ แต่ตอนนี้เขากลับเข้าใจว่า เป็นไปได้ที่ยังมีเสียงอื่น ๆ รอให้เขาฟัง
“เจ้าคืออะไรกันแน่” อาเรียมาเอ่ยขึ้น “สัตว์อะไรที่อาศัยในคริสตัลแห่งนี้”
ซิริลลาขยับเข้าใกล้ ลำตัวโปร่งแสงส่องประกายสายรุ้งมากกว่าเดิม “ข้าเป็นเพียงซิริลลา…สิ่งที่เกิดมาเมื่อมีเสียงเพลงในสายลม เวทมนตร์ป่าคริสตัลให้ข้าอาศัยได้ตราบใดที่หัวใจมนุษย์ยังเต้นอย่างหวังและเศร้าในคราเดียวกัน”
อาเรียมานิ่งอึ้ง เขามองสิ่งวิเศษที่กำลังพูดอยู่ตรงหน้า ความกลัวในใจคล้ายลดน้อยลงทีละน้อย เขาเผลอเอื้อมมือไปสัมผัสหนามนุ่มของซิริลลา รู้สึกเย็นวาบและอ่อนโยน
“ถ้าอย่างนั้น…เจ้ารู้รึเปล่าว่าคำสาปนี้จะแก้ไขอย่างไร”
ซิริลลาหยุดเงียบ ดวงตาเปลือกไม้ของมันหลุบลง “ไม่มีใครลบคำสาปได้ด้วยเวทมนตร์หรือของวิเศษ เจ้าแก้ได้ด้วยหัวใจเจ้ากับเสียงลมหายใจในป่านี้เท่านั้น”
อาเรียมายืนนิ่ง คำพูดของซิริลลาทำให้ในอกปั่นป่วน “ข้าต้อง…ทำสิ่งใด”
“ออกเดินทาง ลงลึกกว่าเขตห้ามของป่าคริสตัล ไปจนถึงต้นกำเนิดของลมหายใจแห่งป่านี้…ที่นั่นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอเจ้าอยู่”
อาเรียมากลืนเสียงกลืนน้ำลาย เขาหวาดกลัว ถึงอย่างนั้นขากลับขยับอย่างช้า ๆ เขาตัดสินใจแล้ว…หลังจากใช้ชีวิตทั้งชีวิตวิ่งหนีเสียงในใจ จะขอพิสูจน์ด้วยตัวเอง
“ซิริลลา…จะไปกับข้าไหม”
ประกายสายรุ้งในตาของมันสว่างวาบ “เจ้าเรียกข้า ข้าย่อมปรารถนาขยับไปกับเจ้า ความเหงาและความหวังเดินทางด้วยกันเสมอ”
อาเรียมาเก็บของไม่กี่ชิ้นที่มีในบ้านไม้เก่า กล่องไม้ที่ใส่รูปวาดแม่กับหินเสียงใส ออกเดินทางพร้อมซิริลลา พวกเขาเดินลึกผ่านป่าคริสตัลซึ่งต้นไม้สูงโปร่งมีใบคล้ายกระจกสะท้อนแสงหลากสี ห้วงหนึ่งเสียงหัวเราะนกปีกแววไพรผลุบ ๆ โผล่ ๆ ในหมู่กิ่ง ลำธารใสกระทบหินเกิดเสียง ‘ฮึม’ สั้น ๆ ราวกับคำร้องทักทาย
ระหว่างทาง อาเรียมาสำรวจโลกที่เขาไม่เคยมองในมุมใหม่ ป่าคริสตัลมีชีวิตมากกว่าที่ตาเห็น ซิริลลาสอนเขาฟังเสียงกระซิบของใบไม้ เสียงถอนใจของต้นไม้แก่ รวมถึงเสียงบ่นน้อยใจของหยดน้ำ
ขณะที่พวกเขาเข้าใกล้เขตต้องห้าม ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงหม่น หมอกสีเงินไหลวนปกคลุมทุกอย่าง เสียงหัวเราะของสายลมนั้นหายไป เหลือแต่เสียงกระซิบแผ่วเบาราวร้องไห้อยู่ลึก ๆ
“เขตนี้…ว่ากันว่ามี ‘เพริศลาวา’ สิงสู่อยู่” ซิริลลากระซิบ พวกเขาเห็นเงาร่างสูงโปร่ง มีขนแวววาวเหมือนสายแพร ผิวหนังโปร่งจนมองทะลุเห็นกระแสพลังลมไหวเวียนทั้งร่าง
“อย่ามองตาของมันนาน” ซิริลลาเตือนเสียงเครียด “เพริศลาวาทำให้คนเห็นอดีตที่ปวดร้าวจนก้าวออกมาไม่ได้”
อาเรียมาหลบในเงาไม้ ขยับช้า ๆ ซิริลลาเคลื่อนตัวไปข้าง ๆ คอยสร้างม่านละอองคริสตัลบังสายตา สัตว์วิเศษเพริศลาวาหันขวับ ร้องโหยหวนพลันทั่วป่าคริสตัลเหมือนจะส่งเสียงเรียกอดีตที่ดำมืดของใครก็ตามในระแวกนี้
แต่เมื่อเสียงคลื่นลมหายใจของซิริลลาดังผ่านหัวใจอาเรียมา เขารู้สึกถึงแรงปลอบประโลมกลบความกลัว ลมหายใจเข้าออกช้า ๆ มือแตะกล่องไม้ที่เก็บรูปแม่แน่น
เขาก้มหัวเดินผ่านเพริศลาวาโดยไม่สนใจเสียงร้อง คนและสัตว์วิเศษพากันก้าวพ้นเขตต้องห้าม ในหางตาของอาเรียมาเห็นเพริศลาวาเจือแววเศร้าในดวงตาลึก—ราวกับถูกจองจำในอดีตด้วยเช่นเดียวกับเขาเอง
เดินลึกเข้าไปอีกจู่ ๆ ฟ้าหมุนวนเปลี่ยนสี ต้นไม้สูงกระจายห่างกันจนเห็นรูปทรงของต้นคริสตัลต้นใหญ่ใจกลางป่า ใบของมันใสราวหยดน้ำ ลำต้นสะท้อนคลื่นสีเหลือบเขียวและเงิน ที่นี่ก็คือ “ต้นลมหายใจ”—ตำนานที่กล่าวขานว่าวิญญาณแห่งป่าทุกดวงฝังตัวอยู่ที่นี่
บนรากใหญ่ล้อมต้น มีหินฝังตัวอยู่ รูปทรงคล้ายหยาดน้ำแข็ง ข้าง ๆ มีกระจุกหมอกโปร่งรวมตัวเป็นรูปร่างหญิงสูงโปร่ง ผมปลิวไสว ซิริลลากระซิบด้วยความเคารพ “หญิงแห่งลมหายใจ—ผู้เฝ้าปฏิบัติเวทมนตร์ให้ป่าคริสตัลคงอยู่”
อาเรียมาเดินเข้าหาพร้อมเสียงหัวใจเต้นแรง รู้สึกกลัวและหวั่นไหว เสียงหมอกโปร่งเอื้อนเอ่ย “จิตใจของเด็กหนุ่มเจือซึมด้วยทั้งความเศร้า ความกลัว และเปลือกความหวัง—เจ้ามาที่นี่หาอะไร?”
น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความขรึม อาเรียมาสูดลมหายใจลึก เอ่ยเสียงสั่น “ข้า…อยากขอคืนเสียงหัวเราะของมารดา แม้ข้าเสียเธอไปแล้วข้ากลัวจะลืมเสียงที่ปลอบประโลมใจข้า…”
หญิงแห่งลมหายใจเอื้อมมือที่ฝังหมอกล่องลอยแตะศีรษะเด็กหนุ่ม “ไม่มีมนุษย์ใดสามารถคงเสียงอดีตไว้ได้ตลอดไป เจ้าได้ยินเสียงหัวเราะของแม่เพราะเจ้ารักและคิดถึง แต่เสียงใหม่จะเกิดขึ้นเสมอหากเจ้าตั้งใจฟังเสียงรอบข้าง แตกต่างจากเสียงอดีต แต่มันคือเพลงลมหายใจของชีวิตในแต่ละวัน…”
อาเรียมาน้ำตาไหล รู้ตัวว่าเขาหมกมุ่นกับอดีตและกลัวจะเดินต่อไปข้างหน้า
“เพื่อคลายคำสาปนี้ ข้าต้อง…ละวางอดีตหรือ?”
หญิงแห่งลมหายใจยิ้มอ่อนโยน “เจ้าไม่จำเป็นต้องลืม แต่จงให้โอกาสหัวใจตัวเองได้สร้างเสียงใหม่ในโลกใบนี้ คำสาปสำเร็จอยู่ด้วยความเศร้าฝังราก เมื่อเจ้ากล้าปล่อยเสียงใหม่ให้ดัง โลกเองจะคลายเสียงเก่าออก”
ทันใดนั้นสายลมโหมกระชากในป่าคริสตัล ทั้งต้นไม้สั่นสะท้าน อาเรียมาใจเต้นด้วยความกลัว แต่ตัดสินใจกลั้นใจสูดลมหายใจลึก เงยหน้าร้องเพลงบทหนึ่งที่แม่เคยร้องให้ฟัง เสียงแรกนั้นแผ่วเบาขาดความมั่นใจ แต่เสียงซิริลลาสอดเสียงร้องประกอบล้อกับเสียงของเขา
เสียงนั้นล่องลอยความหมายและความเศร้าในใจ ก้องสะท้อนอยู่ในป่าคริสตัล เสียงหัวเราะใหม่—แตกต่างจากเสียงเก่า เกิดขึ้นด้วยการร้องไห้และความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่
เมื่อเสียงสุดท้ายจางหาย สายลมกลับนิ่งสนิท หมอกสีเงินจางลง ต้นไม้ทั้งหมดเปล่งแสงเหลือบฟ้าและเงิน หัวใจของอาเรียมารู้สึกเบาบางขึ้นเหมือนได้รับอิสรภาพไล่หลังความเศร้าที่ยึดครองมานาน
หญิงแห่งลมหายใจยิ้มก่อนร่างจะจางหายไป “เจ้าเติบโตขึ้นแล้ว เด็กหนุ่มแห่งป่าคริสตัล”
จากนั้นป่าคริสตัลเองพลิกฟื้น เสียงใหม่ ๆ ดังขึ้นทุกวัน ทั้งเสียงหัวเราะ น้ำตา และเสียงเพื่อนใหม่—เสียงที่อาเรียมาเคยกลัว มิตรภาพระหว่างเขากับซิริลลาแน่นแฟ้นขึ้น ทุกเย็นหลังจากนั้น เด็กหนุ่มจะเดินในป่าคริสตัลกับสัตว์วิเศษ ขับร้องเพลงลมหายใจบทใหม่ของตนเองต่อโลก
ตำนานว่าถ้าใครเดินผ่านลำธารยามเช้าที่ป่าคริสตัล จะได้ยินบทเพลงของผู้ที่กล้าปล่อยเสียงใหม่ให้กับชีวิต ไม่ใช่เพื่อให้ลืมอดีต แต่เพื่อเรียนรู้จะอยู่อย่างแท้จริงในปัจจุบัน