แสงดาวที่เคยหายไป
ในคืนที่ไฟสีนีออนส่องสว่างไปทั่วกรุงเทพฯ ครูเสภาหัวเราะกับตัวเองขณะเดินในตรอกซอกซอยแห่งหนึ่ง พบกับเด็กสาวที่มีดวงตาส่องประกาย เธอชื่อ “อารีย์” และมีความฝันอยากเป็นนักเขียน ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยสีสันและความหวัง ท่ามกลางเสียงฮือฮาค่ำคืนและกลิ่นอาหารริมทาง เมื่อได้พูดคุยกับครูเสภา ความฝันของเธอก็เปิดเผยออกมาอย่างกล้าหาญ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ครูคิดว่าความฝันของเราเป็นไปได้มั้ยคะ?” อารีย์ถาม คิ้วเล็กน้อยขมวด และกระดิกเท้าลงกับพื้นถนน
“มันเป็นไปได้ถ้าเราไม่ยอมแพ้” เสภาตอบ กลัวว่าสิ่งที่เขาพูดจะติดอยู่ในใจเด็กสาวนี้เช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับเขา ความฝันของเขาเคยเคลื่อนไหวเหมือนสตาร์สปอร์ต
เมื่อเวลาผ่านไป เสภาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในอารีย์ เธอมักจะมาที่ร้านกาแฟที่เขาทำงานอยู่ เพื่อมาใช้เวลาร่วมกันและพูดคุยเกี่ยวกับงานเขียนของเธอ อารีย์เริ่มจะหลงรักคำพูดและกำลังใจของเสภา แต่เขายังคงมีความสงสัยในใจเกี่ยวกับความเหมาะสมของการมีความสัมพันธ์แบบนี้
หนึ่งคืน ขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ เสภาได้รับข่าวร้าย เขาได้รู้ว่าหายไปของพ่อตนในอุบัติเหตุ เขาผู้ไม่มีที่ซบเซาในกรุงเทพฯ ท่ามกลางเสียงรถและผู้คนที่รีบเร่ง
“มีอะไรเหรอคะ?” อารีย์พูดด้วยความวิตกและมีนัยน์ตายังคงมีความสดใสรอบๆ
“พ่อต้องเข้าโรงพยาบาล” เขาตอบเสียงดังก้องราวกับกำลังบอกเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ทุกอย่างในชีวิตเขาเริ่มพลิกผัน
อารีย์พยายามช่วยเขา หาทางบรรเทาความทุกข์ของเสภา แต่ด้วยความหลงรักที่อยู่ในใจทั้งสองกลับแทบไม่แสดงออกมา
วันหนึ่ง เสภาจึงตัดสินใจจะเปิดเผยใจ “อารีย์ ฉันนับถือความมุ่งมั่นของเธอ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ กลิ่นของกาแฟหอมอบอวนรอบๆ
“แล้วถ้าเธอคิดว่าเราเติมเต็มกันได้ล่ะ?” เขาเสริมด้วยคำถามที่เปิดโอกาส
“เราเติมเต็มกันได้ไหมคะ?” อารีย์จนจบประโยคด้วยความสงสัยในใจ แต่ก็จดจ่อที่หน่วยตาของเขา ในขณะที่เสภาเห็นการเปลี่ยนแปลงในแววตา
เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในความรักที่มีอุปสรรค อาทิกา คู่หูของเสภากลับมาอย่างประหลาดใจ เขาแสดงให้เห็นถึงความกดดันที่เกิดจากทะเลแห่งความรู้สึก
ความรักที่สวยงามของเสภาและอารีย์ต้องเผชิญกับอุปสรรค คิดถึงถ้อยคำของคนรอบข้าง และการต้องทำหน้าที่สุดท้ายในชีวิตที่เกี่ยวข้องกับครูเสภา
วันหนึ่ง เสภาตัดสินใจที่จะฟอกและล้มเลิก ทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นให้กลายเป็นความลับตลอดไป
แต่ความรักคือการเปิดเผย แม้จะมีความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ต้องมีการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว จะพ่ายแพ้หรือจะสู้
ในคืนที่เธอจะต้องเดินทางไปไกล เสภาสูญเสียการควบคุม ใจเขาหวิววูบลง ท้องหิวเหลือทนสำหรับอาหารที่เธออาจจะกินในขณะเดินทาง
“ไม่ว่าจะยังไง ฉันจะรอ” เสภาบอกกับตัวเอง ก่อนที่คำพูดจะหลุดออกมาให้เธอได้ยิน
อารีย์ไปที่จริงจัง ไม่ว่ายังไงก็ต้องเดินทางตามฝันไปของเธอ
คืนนี้คืนสุดท้าย เสภาจะนำอารีย์ไปที่จุดที่เขาเคยบอกเธอว่าเห็นดาวสวยที่สุด” และคนทั้งสองจึงบัญชาการกันเพื่อให้ถึงจุดในการเปิดใจอีกครั้ง
น้ำตาหยดใหญ่ของอารีย์ปนฟุ้งคัวในศรีษะ ราวกับแสงดาวที่เรอลอยมาตาเห็นในค่ำคืนที่อันตราย นกน้อยที่โบยบินด้วยเสียงหัวเราะของคนที่เศร้าใจ
ในค่ำคืนนั้นทั้งสองมีการแบ่งปันความทรงจำ เต็มไปด้วยการร่วมทุกข์ในทางเดินแห่งความรัก และท้ายที่สุด เสภาได้เปิดใจให้ข่าวดีใจ
“อารีย์ ฉันจะให้โอกาสในการเดินทางของเธอ ฉันอยากให้เธอไปให้ถึงความฝัน” เสภาบอกอย่างมีอารมณ์ แต่ด้วยความยินดี ยิ้มอย่างเต็มรูปแบบ
สุดท้าย อารีย์จึงเดินทางสู่การเดินทางแห่งใหม่ หลบหนีความเงียบและความลับ และปล่อยให้แสงดาวติดตามหลังเธอไปอย่างมีความหมาย แต่การเป็นความรักของพวกเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจในฝันของคนสองคน
ในจุดที่ปลายทางของแต่ล่ะคนแผ่ขยายออกไป เสภายังคงมีความหวังที่อบอุ่น ด้วยใจที่ยังรัก อารีย์กับฝันของเธอจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการค้นหาความสูง