วันพรุ่งนี้ในเมืองเดียวกัน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเคาะแป้นพิมพ์ในออฟฟิศ อิมเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ มองชื่อบนหน้าจออย่างลังเล ก่อนจะกดรับ “ค่ะ…ขวัญ เดี๋ยวแวะไปส่งแฟ้มภาคเย็นเลย ลืมหยิบเอง”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ออฟฟิศแบบเปิดโล่งมีโต๊ะทำงานเรียงราย กระจกบานใหญ่ด้านหลังสาดแสงบ่ายเฉียงเข้ามา อิมวางสายถอนใจ หันไปเจอแววตามาดนิ่งของโต้ง บอสหัวหน้าทีมโฆษณาคนใหม่ เขากำลังอ่านเอกสาร ไม่เงยหน้ามองเลย “มีอะไรหรือเปล่า” โต้งเอ่ยก่อนเสียงเบา
“เปล่าค่ะ” อิมรีบตอบ พลางก้มหน้าต่อ ความจริงเธอรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยที่ต้องร่วมทำโปรเจกต์กับเขา โต้งเข้มงวด เงียบขรึม ต่างจากเธอที่พูดเสียงดัง หัวเราะง่าย ทุกคนในทีมต่างกัดฟันทำงานให้ทันเดดไลน์โฆษณาตัวใหม่
เย็นวันนั้น อิมแวะไปส่งแฟ้มงานให้น้องอีกฝ่าย เดินออกจากลิฟต์ก็เกือบชนกับใครเข้า โต้งยืนอยู่ นักแสดงที่โลกลืมหน้าจอของเขา เล่นโทรศัพท์อยู่เงียบๆ
“เหลืออะไรอีกมั้ย” โต้งถาม ไม่เงยหน้าจากหน้าจอมือถือ
“อ๋อ… เหลือแผนสื่อออนไลน์ค่ะ เดี๋ยวจะส่งเมลค่า” อิมตอบเสียงแผ่ว รู้สึกว่าภายใต้ความนิ่งของผู้ชายคนนี้ มีบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
ผ่านไปวันแล้ววันเล่า การประชุมยืดเยื้อขึ้น ลูกค้าว่าไอเดียยังไม่โดน โต้งประชุมสายตากดดัน อิมเป็นคนกล้าแสดงความคิดเห็น จนบางครั้งเธอเองกลับรู้เหมือนถูกมองว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เอาจริงนะ คุณคิดแผนแบบนี้ เพราะมันง่าย หรือคุณมั่นใจว่ามันเวิร์ค?” โต้งถามทันทีหลังเธอเสนอไอเดียระหว่างประชุม
อิมอึ้ง ขยับนิ้วเก nervously “…มั่นใจค่ะ ฉันลองรีเสิร์ชตลาดมาแล้ว” เธอกำลังโต้เถียง โต้งมองสีหน้าเธอสักครู่ แล้วไม่พูดอะไรต่อ โยนลูกบอลการตัดสินใจกลับมาให้ทุกคน
วันนั้นช่วงพักเที่ยง อิมนั่งกินข้าวอย่างหงุดหงิด น้ำตาคลอ ขวัญเพื่อนคนสนิทเดินเข้ามา “อย่าคิดมากนะ โต้งก็เป็นแบบนี้แหละ เจ๊บอกแล้วว่าถึงจะหน้าตาดีแต่แม่งโลกส่วนตัวสูงอ่ะ”
ช่วงค่ำ หลังงานเลิก ฝนตก อิมติดฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ เช็กมือถือว่ารถยังไม่มาสักที โต้งยืนอยู่ห่างๆ ในร่มเดียวกันเงียบๆ เธอพยายามไม่สบตา “รีบกลับเหรอ” เขาถามเรียบๆ
“ค่ะ วันนี้แม่เข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว ต้องไปเฝ้า” เสียงอิมสั่นนิดหน่อย โต้งเงียบไปแต่สุดท้ายก็เอ่ย “ไปด้วยไหม เดี๋ยวขับรถไปส่ง” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ
บนรถ อิมนั่งกอดกระเป๋าแน่น ความเงียบระหว่างทางชวนประหม่า โต้งเปิดเพลงเบาๆ “ต้องดูแลแม่คนเดียว?” เขาเอ่ยดื้อๆ
“ค่ะ… พ่อเสียไปสองปีแล้ว ญาติไม่มีใครช่วย”
โต้งพยักหน้า ไม่พูดอีก แต่เธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
การร่วมเวรดูแลแม่ของอิมคืนนั้น ทำให้เธอไม่ได้พักผ่อน กลับไปทำงานสาย วันถัดมาโต้งดุเธอต่อหน้าทีมทั้งที่เขาเพิ่งรู้เหตุผล
“ต่อไปนี้อย่ามาสาย” น้ำเสียงเขาชัดกังวลแต่ถูกกลบด้วยความเคร่งขรึม อิมรู้สึกโกรธ เธอไม่เข้าใจเขาเลย
หลังประชุม อิมหาเรื่องคุยกับเขา “ขอโทษค่ะ… ที่ทำงานเสีย” โต้งหันมามองนิ่ง ๆ “ไม่ต้องขอโทษ แต่มันกระทบทุกคน เข้าใจไหม”
บ่ายวันหนึ่ง ขวัญลากอิมมาคุยหลังห้อง “แก… โต้งเหมือนจะชอบใครในทีมป่ะ ชั้นเห็นเขาแอบมองบ่อยๆ” อิมแสดงท่าทีไม่สนใจแต่ในใจแอบรู้สึกแปลกๆ เธอย้อนคิดถึงสายตาโต้งเวลามองกัน เงียบแต่เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่
ค่ำหนึ่งหลังเตรียมงาน อิมลืมแฟ้มไว้ที่ออฟฟิศ เธอกลับไปเอาเจอไฟเปิดอยู่ โต้งนั่งอ่านเอกสารคนเดียว สะดุ้งเล็กน้อยตอนเห็นเธอ “ยังไม่กลับ?” เขาถาม
“ลืมแฟ้มค่ะ พรุ่งนี้เช้าต้องใช้” อิมเดินเข้าไปคว้าแฟ้มในความมืด “ขอโทษนะคะ”
“ผมเองก็ยังกลับไม่ได้ เหมือนกัน” โต้งตอบ แววตาเศร้าเล็กน้อย อิมลังเลแต่เลือกเดินห่างออกมา ก่อนที่ความเงียบจะเปิดเผยมากกว่านั้น
ผ่านไปอีกหลายวัน โปรเจกต์ขาดทุน ลูกค้าขู่จะย้ายค่าย ทีมตึงเครียด โต้งเริ่มยอมรับฟังอิมมากขึ้น พลังบวกของเธอทำให้ทีมเริ่มหัวเราะในที่ประชุมได้อีกครั้ง
เช้าวันหนึ่ง โต้งตื่นนอนมองท้องฟ้าจากระเบียง นึกถึงอดีตที่พ่อเลิกกับแม่เพราะทุ่มเทแต่การงาน เขากลัวจะซ้ำรอยเดิมจึงเลือกไม่เปิดใจให้กับใคร อิมเองก็รู้สึกใจหายหากต้องเสียคนสำคัญไปเหมือนเคย
คืนหนึ่งขณะช่วยกันแก้แผนงานใหม่ โต้งกับอิมถกเถียงกันรุนแรงเรื่องแนวคิดโฆษณา “คุณจะเอาความเป็นตัวเองมากไปจนลืมฟังคนดูหรือเปล่า?” โต้งถาม เธอลังเลก่อนโต้ “แล้วคุณล่ะ ไว้ใจใครในทีมบ้าง หรือกลัวผิดจนไม่ยอมรับอะไรเลย” ความเงียบปกคลุมห้อง โต้งเม้มปากไม่ตอบ
หลังเหตุการณ์นั้น อิมเริ่มห่างโต้งมากขึ้น เขาพยายามพูดด้วยแต่เธอหลีกเลี่ยง ทั้งคู่เริ่มพลาดจังหวะที่เคยใกล้กัน ความตึงเครียดกินบรรยากาศในทีม
ในวันที่ทีมพลาดดีลสำคัญ บ่ายนั้นอิมร้องไห้ในห้องน้ำ โต้งเดินมาตามหารู้สึกผิดที่ยึดแต่ความกลัวของตัวเองทำลายบรรยากาศทีม “ผมขอโทษนะ อิม…ผมไม่เคยไว้ใจใคร เข้มกับทุกคนเพราะกลัวผิดหวัง”
อิมปาดน้ำตา “แล้วถ้าเราต้องผิดหวังกันจริง ๆ คุณจะเลือกอะไร งานหรือคนในทีม?” เธอถามเสียงสั่น โต้งนิ่งอึ้ง ไม่ตอบอะไรนอกจากส่งสายตายอมรับความอ่อนแอของตัวเองสั้น ๆ
หลังวันนั้น ระยะห่างชัดเจน โต้งทำงานดึกคนเดียวไม่ยอมพูดกับใคร อิมเองก็หยุดหัวเราะกับเพื่อนร่วมทีม แต่เมื่อโปรเจกต์เสี่ยงจะหลุด เธอเลือกปะทะกับบอส “โต้ง… เราจะยอมทิ้งสิ่งที่ช่วยกันมาทั้งหมดเพราะกลัวผิดพลาดจริง ๆ เหรอ?”
โต้งมองตาเธอนานก่อนถอนหายใจ “ผมเหนื่อย ผมกลัวจะเสียทุกอย่างไปเหมือนที่เคยเสีย”
อิมกลั้นใจ “ฉันก็กลัว…แต่ถ้าทุกสิ่งจะหมดไป อย่างน้อยฉันอยากจำได้ว่าครั้งหนึ่งเราทุ่มเทด้วยกันจริง ๆ”
โต้งสบตาเธอครู่หนึ่งก่อนหันไปกดเซฟงานใหม่ ความเงียบอึดอัดเปลี่ยนเป็นแรงฮึดพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งคู่ อิมยิ้มหายเศร้าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปในรายละเอียด ทุกอย่างค่อยๆ กลับคืนจนนาทีสุดท้ายของโปรเจกต์ ทีมได้รับข่าวว่าลูกค้ากลับมาร่วมงานใหม่ หลังห่างเหินไปช่วงสั้นๆ โต้งเดินไปยืนข้างอิม เธอสบตาเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“เรา…จะกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้แล้วใช่ไหม” อิมเอ่ยเสียงแผ่ว เบนสายตาหนี
โต้งยิ้มบาง ๆ “แล้วคุณอยากกลับไปงั้นเหรอ”
อิมนิ่งคิด อากาศยามเย็นที่ระเบียงออฟฟิศเงียบสงบ “ฉันไม่รู้…แต่เวลามีคุณอยู่ข้าง ๆ ฉันไม่กลัวอะไรแล้ว”
โต้งเงียบนาน มองฝากฟ้าสีส้ม ร่องรอยอดีตในแววตาจางลง “ถ้าเราจะลองใหม่ ผมขอให้เรากล้าเสียใจด้วยกันอีกครั้งได้ไหม”
สายลมเย็นพัดผ่านทั้งสองคน อิมยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนที่สุดท้ายจะกล้าสัมผัสมือเขาเป็นครั้งแรกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ระหว่างเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ปนเศร้าและความรู้สึกใหม่ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นในหัวใจเดียวกัน
วันพรุ่งนี้ในเมืองเดียวกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเขา …อย่างช้า ๆ และงดงาม