เค้าว่า ‘ลุงซันนี่กินสาหร่าย’ – วุ่นรักวุ่นวายหอพักศิลป์
เสียงเพลงกีตาร์ไฟฟ้าแตกพร่า กับเสียงรัวถังขยะดังปัง ๆ จนฝุ่นคละคลุ้ง คือสิ่งที่ทุกคนใน “หอพักอิงฟ้า” คุ้นเคยในแต่ละค่ำคืน บีม นั่งอยู่ริมหน้าต่างชั้นสอง กุมหัวตัวเอง รีบดึงม่านปิดขณะที่โอปอ เพื่อนสนิทร่างเล็กแต่แกร่ง นั่งกินข้าวเหนียวหมูย่างอยู่บนที่นอนข้าง ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึง บีม ลุงใหม่ข้างล่างอะ นอนเสื้อคลุมหนา ๆ ทั้งที่ร้อนจะตาย มนุษย์ต่างดาวชัวร์” โอปอส่งเสียงพูด พลางใช้ไม้จิ้มหมูชี้ผ่านหน้าต่างไปยังระเบียงล่างที่ ’ลุงซันนี่’—ชายวัยกลางคนตัวสูงผอม ใส่หมวกผ้าขนหนู—นั่งเซื่อง ๆ จ้องบัวรดน้ำ
“ลุงแกแปลก แต่ถ้ามนุษย์ต่างดาวจริง ๆ มันต้องมีเครื่องส่งสัญญาณมั้ง” บีมพูดเร็ว เหมือนกลัวใครได้ยิน
ในขณะเดียวกัน ต้น นักศึกษาสถาปัตย์ฯ เพื่อนร่วมห้องอีกคนที่ดูราบเรียบเหมือนไม่แคร์โลก ปรากฏตัวพร้อมไขควงในมือ “เมื่อคืนลุงแกขอ отвертка (ไขควงภาษารัสเซีย) กูว่าใช่แล้ว มันต้องรหัสลับ สายลับรัสเซีย!”
โอปอยิ้มกว้าง ทิ้งไม้จิ้มหมูใส่ถุง “งั้นคืนนี้เราต้องสืบล่ะ มึง อย่าให้โดนล้างสมองเหมือนลุงข้างห้องเรานะ”
บีมลังเล “กูไม่ชอบยุ่งกับคนแปลกหน้า…”
“แต่มึงเคยแอบสอดแนมอาจารย์ให้กูฟังเกือบปี” ต้นโพล่งขึ้นเสียงนิ่ง
โอปอกระโดดลงเตียง ประชิด “คืนนี้ เดินแผน ‘พิชิตลุง’ คอนเฟิร์ม”
ขณะที่เสียงประตูห้องลุงซันนี่ปิดกึก ทุกสายตาเล็งไปที่จุดเดียวทั้งสามคนสบตากัน ในห้องเงียบลงทันที—วางแผนเรียบร้อย เดินหน้าสืบซะเลย
ฉากค่ำ บนชั้นล่าง ลุงซันนี่กำลังแกะสาหร่ายทะเลแห้งซองใหญ่ ๆ ออกมา วางบนจาน แล้วจู่ ๆ ก็หยุดมองดอกไม้กระถาง ก้มหน้าจดอะไรลงในสมุดเล่มเล็ก ๆ บีมนำทีมวนพุ่มไม้ พึมพำ “มีแสงสีเขียวออกมาจากห้องแกด้วยนะเมื่อคืน…”
“อาจจะเป็นพวกทดลองอะไรที่กลายพันธุ์มนุษย์แน่” โอปอตาโต๊ะพื้น ขณะที่ต้นพยายามขยับกล้องส่องทางไกลแบบถังน้ำที่ทำเองจากขวดพลาสติก “กูว่ามันแค่ไฟฉายหัวหมูอ่ะ”
เสียง ‘แคร่ก’ จากลุงซันนี่ ทุกคนสะดุ้ง บีมเกือบปล่อยกล้องหล่น “โอยย…ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะ” โอปอพึมพำ
“ ถ้ามีอะไรเจ๋ง ๆ เดี๋ยวมึงคงรอดูไม่ไหวเอง” ต้นพูดเสียงราบเหมือนใบไม้ที่ร่วงลงพื้น
ทันใดนั้น ลุงซันนี่ยิ้มให้กล้อง สะกิดแว่น ลุกเข้าห้องกลับไปเงียบ ๆ ทิ้งทุกคนอึ้ง
วันรุ่งขึ้น ทั้งสามลาเรียนเช้า โอปอง้อหมูปิ้งหน้ามอ บีมหมายมั่น “วันนี้เราต้องรู้ให้ได้ว่าลุงทำอะไรกันแน่!”
“ถ้าจับได้ว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว กูจะเฉลิมฉลองส่งแกกลับดาว” ต้นจิ้มหมูปิ้งพูดเสียงเรียบ
โอปอขำ “ถ้าไม่ใช่ล่ะ?”
“ถ้าไม่ใช่ก็… บีมต้องไปเป็นเพื่อนขอโทษลุง” ต้นสวนทันที
บีมเบะหน้า “แล้วถ้ากูขอโทษแล้วลุงโกรธจะทำยังไง” โอปอหัวเราะ “เสียใจด้วย มึงต้องชดใช้ด้วยการล้างจานสามวัน!”
กลายเป็นเงื่อนไขเดิมพันประหลาดที่ไม่มีฝ่ายไหนคิดว่าตัวเองจะแพ้
คืนนั้น บีมขัดขืนอยู่นาน แต่ในที่สุดก็ยอมถือกะละมังน้ำไปเงียบ ๆ ทั้งกลุ่มลอบตามดูหน้าห้องลุงซันนี่ตามแผน เอาหูแนบ ฟังเสียงซวบ ๆ จากข้างใน
โอปอแซว “เสียงเหมือนหนูแทะอะ”
“แต่ฆาตกรในหนังสืบสวนชอบทำเสียงเงียบกว่าแบบนี้นะ…” บีมกลืนน้ำลาย
ต้นตอบ “บางทีแกอาจแค่กินอะไรแนว ๆ แบบนั้นแหละ”
ทันใดนั้น ประตูเปิดผาง ลุงซันนี่ยิ้มสุภาพ “เด็ก ๆ มีอะไรเหรอลูก?” เสียงเงียบกริบของกลุ่มดังขึ้นพร้อมกัน “เอ่อ… เปล่าครับ/ค่ะ”
แต่มุมปากของบีมยังติดรอยยิ้ม “คือ… ลุงกินสาหร่ายเหรอครับ”
ลุงซันนี่หัวเราะเบา ๆ “ใช่ นี่ของโปรดลุงเลย”
บีมหันขวับ ต้นหรี่ตา “หรือจะเป็นรหัสลับ เปลือกสาหร่ายคือการส่งข่าว?”
โอปอขำท้องแข็ง “แหม มึงนะ คิดมากชิบเป๋ง!”
ลุงซันนี่หัวเราะ เอื้อมมือลูบหัวโอปอ “ลุงเห็นพวกเราคิดกันใหญ่ สงสัยว่าลุงเป็นอะไรผิดปกติสินะ”
บีมกับโอปอหน้าแดง ต้นพยายามเฉยแต่ขมวดคิ้ว
ลุงซันนี่ชวนทั้งสามเข้าไปในห้อง…ห้องเต็มไปด้วยกระดาษวาดรูป ภาพวิวทะเลติดข้างฝา โต๊ะมีแต่ขนมขบเคี้ยวแปลก ๆ “ลุงเคยเป็นศิลปินประติมากรรม ปัจจุบันขี้เหงา เลยมาพักตั้งใจจะหาสีสันใหม่ในชีวิตที่หอนี้
โอปอหรี่ตา “แล้วทำไมลุงชอบกินสาหร่าย?”
“เห็นเด็ก ๆ ชอบขนมกรุบกรอบ ลุงเลยลองบ้าง ก็เลยติดใจ”
ต้นยังแอบยืนสังเกต “ลุงรู้ทันความคิดเราได้ไง?”
ลุงหัวเราะเสียงนุ่ม “เพราะลุงก็เคยคิดเองเออเองเหมือนพวกหนู ๆ นี่แหละ”
บีมขมวดคิ้ว “แต่เมื่อคืนห้องลุงมีแสงแปลก ๆ จริง ๆ”
ลุงซันนี่ลากลังไฟฉายหัวหมูออกมาให้ดู “หลาน ๆ ซ่อมเอง ไปตลาดหัวหมูซื้อมาประกอบ หลอด LED ใช้ตอนวาดรูปตอนกลางคืนไฟไม่พอ”
ต้นกับบีมสบตา โอปอหัวเราะร่า “สุดท้ายมนุษย์ต่างดาวกลายเป็นมนุษย์ขาดเสียงหัวเราะเหงา ๆ”
ทั้งกลุ่มออกมาชั้นบน หัวเราะ นั่งล้อมกันอยู่หน้าห้อง โอปอพูดขึ้น “ถึงจะซวยบ้าง แต่ก็… สนุกดีว่ะ”
ต้นยื่นขนมสาหร่ายให้ลุงซันนี่ “แบ่งกันกินไหมลุง?”
ลุงซันนี่รับขนมยิ้ม ๆ “ขอบใจจ้ะ แต่ถ้าจะขโมยขนมลุง ก็บอกเลยนะว่าลุงซ่อนกล่องสำรองไว้ใต้เตียงแล้ว!”
บีมหัวเราะลั่น เอื้อมไปล้างจานโดยไม่ต้องเตือน โอปอและต้นช่วยกันยื่นผ้าซับน้ำอย่างขันแข่ง
และจากวันนั้น ทั้งสี่คนกลายเป็นแก๊งกินสาหร่าย กลุ่มซุ่มแผนการ ที่ถึงจะแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ก็ไม่เคยขาดเสียงหัวเราะอีกเลย…
บนกระดาษวาดรูปใบใหม่ของลุงซันนี่ มีภาพแก๊งเด็กศิลป์กับคำบรรยายลายมือหวัด ๆ ว่า “ความลับของหอพักนี้ คือเสียงหัวเราะที่ไม่เคยจาง”
เย็นวันต่อมา ขณะที่เสียงขบสาหร่ายดังกรอบ ๆ บีมพูดขำ ๆ “ถ้าครั้งหน้าเจออะไรแปลก ๆ เอาไว้มึงขึ้นไปถามลุงคนแรกเลยนะ โอปอ” โอปอกอดหมอน “กูไม่ กลัวมากกว่าเดิม! แต่มึงเป็นคนขี้คิดเลิกสืบไม่ได้เหมือนกัน อย่ามาโยน!”
ลุงซันนี่ชี้นิ้ว:”งั้นคราวหน้ามาสืบพร้อมกันจะได้ไม่ต้องขอโทษใคร”
เสียงหัวเราะกึกก้องในหอพัก ราวกับความวุ่นวายเหล่านี้จะไม่มีวันจบสิ้น—แต่ใครสนกันล่ะ ก็…ความป่วนนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้ที่นี่บ้านจริง ๆ