ใต้เงาแห่งความรัก
แสงแดดอุ่นๆ ส่องผ่านช่องหน้าต่างของหอพักนักศึกษาที่ตั้งอยู่บนชั้นสองในวันเสาร์ ขณะที่เสียงหัวเราะและการพูดคุยของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา สัญญาณบ่งบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างมองหาความสุขในการใช้ชีวิต ขวัญใจ เด็กสาวที่เคยฝันถึงการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง กำลังยืนข้างหน้าต่าง มองออกไปที่พวกเพื่อนๆ ที่กำลังสังสรรค์กัน…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ ขวัญใจ วันนี้ไม่ไปไหนเหรอ” มุก เพื่อนสนิทของเธอถาม พร้อมกับยิ้มสว่างจนตีนกาในหางตาเล็กน้อย “จะให้เราไปไหนก็ต้องรีบไปนะ บอกแล้วว่าฉันมีงานส่งวันจันทร์” ขวัญใจตอบเสียงร่าเริง แต่ในใจกลับมีความรู้สึกยุ่งเหยิง
สิ่งที่เธอไม่บอกเพื่อนคือเธอต้องดูแลน้องชายเล็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังอยู่ที่บ้าน ชั้นล่างของหอพักที่ทางเข้าทันทีที่ลงไปเธอจะเจอกับเสียงของน้องที่เรียกร้องให้มาเล่นด้วย ทำให้เธอต้องจำใจที่จะถอนตัวจากโลกของวัยรุ่นเสียหนึ่งวันอีกแล้ว
“ฉันพาน้องไปหาหมอวันจันทร์น่ะ” ขวัญใจพูดขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่ใจเธอก็รู้สึกศักดิ์สิทธิ์กับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เลยพลาดโอกาสที่จะไปสร้างความทรงจำที่สนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน
เสียงนาฬิกาบอกเวลาหนึ่งโมงหลังเที่ยง เงียบสงบจึงถือได้ว่าอากาศเริ่มเย็นลงในตอนบ่าย ขวัญใจตั้งใจจะเดินไปหาน้อง ช่วงเวลาที่ต้องทำใจก็เพิ่มมากขึ้นคล้ายจะเป็นถนนที่มีแต่อุปสรรคและปัญหาเธอต้องข้ามไป
เดินไปถึงห้องน้องชายที่บอกเวลาไว้ที่ 4 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการพบแพทย์ เธอเหลือบเห็นกองของเล่นที่กระจัดกระจาย ไปทั่วบ้าน สายตาเจ้าเล็กๆ ของน้องชายยิ้มแย้มอยู่ที่มุมห้อง ขวัญใจรู้ว่าทุกๆ วันเป็นการต่อสู้สำหรับเขาเช่นกัน แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังต้องยิ้มและยืนหยัดต่อไป ในตอนนั้นก็มีความรู้สึกที่เป็นจริงที่ตัดขาดไปในนาทีเดียว
ในช่วงระหว่างที่ต้องคอยดูแลน้องชาย ขวัญใจกลับไปพบกับความรู้สึกอีกด้านที่กำลังเมืองขึ้นมาในใจ คือความรักที่เริ่มจะเกิดขึ้นกับมาร์ค เพื่อนในห้องที่เคยให้กำลังใจเวลาที่เธอรู้สึกท้อแท้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันหนึ่งเมื่อน้องชายไม่สบายในขณะที่เธอกำลังเรียนกับเพื่อนๆ ทำให้มาร์คอาสาจะไปหาน้องชายด้วยกันพร้อมเธอ จนเกิดเป็นการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไป
“เอางี้นะ ขวัญใจ ช่วยเล่าให้น้องฟังหน่อยว่าวันนี้ในห้องมีใครที่แอบชอบเรา” มาร์คพูดทีเล่นทีจริง แต่เสียงหัวเราะของน้องชายทำให้ขวัญใจเขินอายเล็กน้อย “ทำไมถึงคิดว่าไม่มีใครล่ะ ฉันก็มีนะ” ขวัญใจตอบบอกด้วยน้ำเสียงเฉยๆ ขณะตากับมาร์คสบตากัน ราวกับจะบ่งบอกบางอย่างที่ยังไม่กล้าพูดออกมา ช่วงเวลานั้นทำให้ก่อนที่กลับมาถึงห้อง ขวัญใจรู้สึกสับสนอยู่ในใจ
แสงไฟจากโต๊ะริมหน้าต่างสาดส่องเข้ามาในห้องขณะเธอยังคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับมาร์ค และน้องชาย และชีวิตของตัวเอง รูปแบบที่เธอพยายามอัพเกรดความรักในชีวิตกลับถูกขัดจังหวะด้วยการโทรศัพท์จากแม่ของเธอที่โทรมาบอกว่าน้องชายมีอาการแย่ลง ขวัญใจรีบตัดสินใจออกไปจากโลกของความรักเพื่อหันกลับไปดูแลครอบครัวที่อยู่ข้างหลังแต่ไม่ลืมที่จะให้มาร์ครู้เธอแค่ไหนอย่างไร
วันหนึ่งหลังจากที่ให้ความสำคัญกับน้องชาย ขวัญใจได้รับข่าวว่าเฮียที่แอบชอบมาร์ค มีความจำเป็นต้องไปศึกษาต่อต่างประเทศ นั่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างพังพินาศไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่รู้ว่านี่คือทางที่จะพาเธอไปสู่จุดที่แท้จริงของชีวิตของเธอ และจู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตเธออีกรูปแบบหนึ่ง ว่านี่จะเป็นครึ่งที่สองของการเลือกเส้นทางที่ขยันกว่าเธอแค่ไหน
จนกระทั่งน้องชายเริ่มดีขึ้น ขวัญใจจึงมีโอกาสเดินออกมานอกบ้านไปพบกับมาร์คอีกครั้ง เพียงเพื่อจะบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องที่ต้องเผชิญ “ทำไมเราถึงไม่พูดกันมาตั้งนานแล้ว” มาร์คพูดด้วยเสียงนุ่ม ขวัญใจไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็แค่ตอนนี้คือคำตอบที่ต้องมาหาถูกช่วงความสุขที่รอโอกาสมา “นั่นสินะ” เธอตอบไปแบบนั้นเองทั้งที่เสียงใจตนเองบอกว่าเราทำได้ดีกว่านี้ “จำไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันเสมอนะ” มาร์ค บอกทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่มีให้กันมเริ่มจะมีคุณค่าอย่างออกรัปอยู่ในอากาศในบทข้างหน้า
เมื่อความรักที่มีดีขึ้น ความรู้สึกที่เคยกดดันก็เริ่มถอยลงในขั้นตอนที่เลือกเดินไปเพื่ออนาคต ขอเพียงแค่ความหวังที่เขาเดินมาจากความน่าเบื่อในช่วงชีวิต พร้อมเติบโตสำหรับอนาคตที่รอตรงหน้าให้เกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องราวที่ยาวนานต่อไป”}}]}输了{