ใต้เงาเล่าเรื่อง
เสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านถนนใหญ่ในกรุงเทพมหานครทำให้แก้วและชนะรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่แยกจากกัน ขณะที่พวกเขานั่งบนระเบียงของบ้าน เด็กสาววัย 18 ปีที่มีความมุ่งมั่นสูงกำลังวาดภาพ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ไหลลงมาจากหน้าผาก ขณะที่ชนะ น้องชายวัย 16 ปีนั่งอยู่ข้าง ๆ กับโทรศัพท์มือถือในมือ หน้าตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจโดยเฉพาะกับพี่สาวที่มุ่งมั่นเกินไปในเสียงของพ่อแม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมแกถึงต้องทำทุกอย่างให้มันยากขึ้นสำหรับฉัน?” ชนะพูดเสียงเบาแต่แฝงด้วยความโกรธ
แก้วยกหน้าขึ้นมองเขาพร้อมท่าทางงงงวย “ฉันแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำไมแกถึงไม่เข้าใจ”
จากนั้นความรู้สึกไม่พอใจของชนะก็ทวีความรุนแรงขึ้น เขาลุกขึ้นและเดินหนีไปสู่ห้องนอนของเขา ในขณะที่แก้วมองตามไปอย่างสับสน เจ้าของบ้านเก่าแก่หลังนี้มีอดีตที่เต็มไปด้วยความรักและความกดดันจากพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่เด็กทั้งสองกลับรู้สึกเหมือนเป็นคู่แข่งขันมากกว่าผู้ร่วมต่อสู้
วันต่อมา แก้วได้พบกับจินตนา เพื่อนสนิทที่เธอมักจะปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ เราเห็นแก้วยืนอยู่ที่ตลาดเก่าขณะเลือกซื้ออาหารสด มีแสงแดดส่องมายังใบหน้า ท่ามกลางกลิ่นของอาหารและเสียงของร้านค้าที่ตะโกนขายของ
“แก้ว ทำไมไม่ค่อยเห็นชนะมานานเลย?” จินตนาถาม ขณะที่เดินไปด้วยกัน
แก้วถอนหายใจ “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เขาคงเครียดเรื่องสอบ”
ใบหน้าของจินตนาฉายแววกังวล “แล้วแกล่ะ สนใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ?”
แก้วยิ้มอาย ๆ แต่ในใจกลับคิดถึงความกดดันจากพ่อแม่ที่คาดหวังให้เธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าจะทำได้
ในวันธรรมดา พ่อแม่ของแก้วและชนะได้กลับมาจากการเดินทางต่างประเทศ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเครียดในบ้าน เมื่อพ่อเริ่มถามถึงความก้าวหน้าของทั้งสอง
“ชนะ ทำไมไม่เห็นผลการเรียนที่ดี?” พ่อถามด้วยเสียงเข้มข้น ขณะที่ชนะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมอาหารที่เต็มจาน แต่ไม่รับประทานอะไรมากนัก
“ผมทำดีที่สุดแล้วครับ” ชนะตอบกลับเสียงต่ำ ขณะที่สายตาเบนไปที่แก้ว
แก้วรู้สึกว่าแรงกดดันทั้งหมดมาที่เธอ เมื่อพ่อหันมาถามเธอ “แก้ว เราคาดหวังในตัวแกมากนะ”
เย็นวันนั้น แก้วรู้ตัวว่าเธอเริ่มมีอารมณ์ไม่ดี และรู้สึกเจ็บปวดในใจว่าเริ่มมีความแปลกแยากับชนะ พวกเขาทั้งคู่เริ่มพูดไปต่าง ๆ นา ๆ ได้ยินเสียงโต้เถียงกัน
“ฉันไม่เข้าใจว่าแกจะทำเพื่อใครถึงขนาดนั้น” ชนะพูดอย่างโมโห ขอบตาของเขาเริ่มมีน้ำตาคลอ
“ฉันทำเพื่อตัวเองนั่นแหละ” แก้วโต้ตอบ “แต่ถ้ามันทำให้แกเจ็บขนาดนี้ ฉันขอโทษ”
ในคืนเดียวกันนั้นเอง ชนะมีความคิดที่จะหนีออกไปเพราะเจ็บปวดและคิดว่าตนที่อยู่ในสถานการณ์ไม่ดี และหนีไปจากบ้านทุกอย่าง กลางคืนที่เขาเดินบนถนนที่เงียบลง เขาเปิดใจและนั่งคิดอยู่ที่ริมแม่น้ำ คนที่เขารักเริ่มมาได้ก็ตอนที่เขาไม่ต้องการใครอีกแล้ว
ในวันต่อมา แก้วตัดสินใจจะตามหาชนะไปที่แม่น้ำและบอกให้เขากลับบ้าน ความอุ่นของวันแดดส่องบนใบหน้าทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เกิดจับคนที่เขารักกลับมาได้
ทั้งคู่จึงได้เริ่มคุยกันถึงเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา และในที่สุดหันหน้ามาสานสัมพันธ์ใหม่
“แกเว็บไปตกลงกันได้ยังไง?” แก้วถามเสียงเบา
“ฉันจะแข่งขันและจะไม่ยอมแพ้” ชนะตอบเขาอย่างมั่นใจ ขณะที่ริมฝีปากของเขาเริ่มแย้มยิ้ม
ในท้ายที่สุด พ่อและแม่ของพวกเขาได้รับข้อสรุปในคำว่า “เราจะไม่คาดหวังสูงเกินไป” และในที่สุด โปรแกรมเรียนได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง เพื่อค้นหาความฝันในแบบของพวกเขา
เทคนิคเรียนการที่แก้วและชนะได้พัฒนานำไปสู่ความสำเร็จในรูปแบบที่พวกเขารักกันอย่างแน่นอน แต่ความยุ่งเหยิงของความสัมพันธ์กับพ่อแม่ก็ยังมีคำถามและความไม่แน่ใจอยู่ในตัว พวกเขาทั้งชีวิตก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าครอบครัวคืออะไร
การเติบโตของชีวิตที่มีโอกาสได้เห็นทุกด้าน ความรัก ความเจ็บปวด และการเติบโตก็จบลงด้วยความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์กลับเข้ามาแทนที่
ในท้ายที่สุด แก้วและชนะกลับมาอยู่ด้วยกันในทางที่ใหม่ ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักและการเอาใจใส่ ความรักในครอบครัวก็หวนกลับมาอีกครั้งในที่สุด แม้จะมีความลับอยู่มากกว่าที่คิด