ใต้แสงไฟในหัวใจเรา
นอร่าเดินเหยียบเท้าเปียกฝนขึ้นรถไฟฟ้า ยืนหายใจเหนื่อยๆ ท่ามกลางผู้คนเบียดเสียด เธอดึงซองเอกสารในมือแน่น ใจกังวลกับวันแรกฝึกงานที่เอเจนซี่โฆษณาแห่งใหม่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอหันไปขวางสายตาคนรอบข้าง ถอนหายใจยาวก่อนรับสายแม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถึงหรือยังลูก กลัวหลงไหม ข้าวเช้ากินหรือยัง” เสียงแม่แผ่วเบา นอร่าพยายามฝืนยิ้ม “นิดเดียวเองค่ะ เดี๋ยวก็คงถึง” เธอตอบ พยายามไม่ให้เสียงสั่น หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแดดยามเช้าที่สะท้อนลงบนหลังคาตึกสูง เธอกัดริมฝีปากเบาๆ นึกถึงความล้มเหลวตอนสอบสัมภาษณ์ครั้งก่อน
นอร่าลงจากรถไฟฟ้า เดินฝ่าสายฝนไปถึงตึกสำนักงาน เธอเข้าไปในลิฟต์ พบคนแปลกหน้าสองสามคนที่ไม่มีใครยิ้มให้ นอร่าถือซองเอกสารแนบอก เงียบและรู้สึกตัวเล็กจมอยู่กับความกังวล จนกระทั่งมีผู้ชายร่างสูงผมชี้ๆ สะพายกล้อง เดินเข้ามาแตะไหล่เธอเบาๆ
“ซองโน้นจะตกนะ” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้นอร่าตกใจ รีบหันมา “ขะ…ขอบคุณค่ะ” เธอก้มหน้างุด กลั้นใจท่ามกลางแววตาที่ยากจะอ่านจากชายคนนั้น เขายิ้มมุมปาก เจ้าของรอยยิ้มที่เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ ก่อนเดินหายไป
ในห้องประชุม นอร่าถูกแนะนำต่อหน้าทีมงาน เธอหลบตาคนทุกคน พี่โอม HR แนะนำไปรอบโต๊ะและหยุดที่ชายร่างสูงสะพายกล้องคนนั้น “นี่ภาคิน ช่างภาพของเรา” ภาคินส่งยิ้มบาง ๆ ให้ เธอเม้มปากแน่น แล้วนั่งลงมุมสุดของห้อง
ระหว่างที่หัวหน้าทีมแจกจ่ายงาน ภาคินเดินเข้ามาหา “พี่ติดถ่ายงานข้างนอก ต้องออกตั้งแต่สิบโมง เดี๋ยวพาไปสอนหยิบของในสตูฯ ไหวไหม” นอร่าอึกอัก “ค่ะ ถ้าไม่เป็นภาระ” เขาเหลือบมองด้วยแววตาใคร่รู้แต่ไม่ว่าอะไร
นอร่าตามภาคินเข้าไปยังสตูดิโอ เธอพยายามจดจำทุกขั้นตอน ทั้งที่ใจเต้นแรงเมื่อต้องยืนใกล้ ภาคินหยิบอุปกรณ์ ถามพลางทำไป “ทำไมถึงเลือกฝึกงานที่นี่” นอร่าอึกอัก มองไปรอบ ๆ เพื่อหาคำตอบ
“หนูไม่แน่ใจ… แค่คิดว่ามัน…อาจใช่” เธอพูดเสียงเบา ภาคินพยักหน้าช้า ๆ “บางทีของที่คิดว่าใช่ อาจไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้” เขาพูด นอร่าพยายามเก็บสีหน้าก่อนจะช่วยเก็บขาตั้งกล้องต่อมือสั่น ๆ
บ่ายวันเดียวกัน นอร่าถูกมอบหมายให้ถ่ายภาพเบื้องหลัง เธอเดินหลบมุม คอยสังเกต แต่พลั้งมือทำแฟลชหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ทุกคนหันมามอง นอร่าตัวเกร็ง รู้สึกหวาดกลัว ภาคินก้มเก็บแฟลชให้ กระซิบเบา ๆ “ไม่เป็นไร ของพังซ่อมได้ คนพังกลับบ้านนะ” เขายิ้มน้อย ๆ แล้วเดินหนีไป
คืนนั้น นอร่ากลับบ้านนั่งดูรูปในกล้อง น้ำตาคลอเมื่อเห็นรูปรอยแตกบนแฟลช รู้สึกผิด เธอพิมพ์ข้อความขอโทษหาไลน์กลุ่ม แต่ลังเล ไม่กล้ากดส่ง สุดท้ายหลับตา เบียดตัวเองลงบนฟูกเก่าในห้องเช่าเล็ก ๆ
เช้าต่อมา ภาคินเอาแฟลชที่ซ่อมแล้วมาวางบนโต๊ะนั่งทำงาน โดยไม่พูดอะไร นอร่ากลั้นหายใจ มองเขายกมือชี้สองนิ้วเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่ขยายความ
ตลอดสัปดาห์แรก นอร่ายังติดขัดกับงาน เธอถามพี่ ๆ ในทีม กลัวจะเป็นภาระ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะแก้งานโฆษณา ภาคินยื่นช็อกโกแลตแท่งหนึ่งมาเงียบ ๆ “เหนื่อยมากเหรอ ดูเหมือนจะร้องไห้”
นอร่ากลืนขมับเบา ๆ ไม่ตอบอะไร ภาคินนั่งลงข้าง ๆ “เราทุกคนล้มบ้าง เลือกจุดลุกก็พอ” เขาสบตาเธอ ก่อนจะลุกจากไป ปล่อยให้ความอบอุ่นวูบหนึ่งไหลเข้ามาในใจเธอ
ช่วงต่อมา นอร่ากับภาคินเริ่มสนิทขึ้น พวกเขาแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องภาพถ่าย ภาคินพาเธอไปร้านกาแฟข้างออฟฟิศ แนะนำลาเต้รสนุ่ม เธอแชร์ภาพวิวสวนสาธารณะที่พ่อชอบพาไปตอนเด็ก ๆ ภาคินฟังเงียบ ๆ ก่อนจะหยิบกล้องให้ลองถ่ายรูปแสงอาทิตย์ลอดต้นไม้
“แสงแบบนี้ ถ่ายยาก” ภาคินอธิบายพลางจัดกล้อง “แต่ถ้าถ่ายได้ใจก็จะวูบขึ้นมาเอง” เขาสบตานอร่า ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ กับภาพเบลอของเธอ
หลังเลิกงานวันหนึ่ง ภาคินพานอร่าไปเดินตลาดนัดกลางคืน เขาดูไม่เหมือนตัวเอง สวมหมวกแก๊ป เดินช้ากว่าปกติ เธอแซว “ปกติทำตัวเป็นมือโปร วันนี้เหมือนเด็กแอบเที่ยวเลย” ภาคินยิ้มอาย ๆ “ทุกคนก็มีวันเป็นเด็ก”
นอร่าขบขัน สองคนหยุดหน้าร้านขายคุกกี้ เขาซื้อให้เธอหนึ่งชิ้น “ชอบอะไรหวาน ๆ เหรอ” เธอไม่ตอบ แค่สบตา ก่อนกัดช้า ๆ
ในวันที่ฝนตกหนัก ภาคินบังร่มให้นอร่าตอนออกออฟฟิศ เขาหลบฝนจนไหล่เปียก เธอรีบบอก “พี่จะไม่เป็นไรเหรอ” ภาคินส่ายหัว “ไม่เป็นไร บางทีการเปียกก็ทำให้ชีวิตจริงขึ้น”
เวลาผ่านไป นอร่ากล้าพูด ก้าวร้าวกับหัวหน้ามากขึ้น เมื่อเห็นทีมงานถูกกดดัน เธอทักภาคินเรื่องภาพว่าเขาตัดสินใจซ้ำ ๆ เหมือนเลือกภาพเพื่อหลบหนี ภาคินชะงัก แต่นิ่ง
ระหว่างเดินเล่นในสวน ภาคินสารภาพว่าเคยพลาดงานใหญ่แล้วถูกทีมไล่ออกในอดีต นอร่าฟังเงียบ ๆ เขาบีบมือตัวเองแน่น “กลัวจะพังอีกรอบ เลยไม่กล้าเปลี่ยน” เธอจับมือเขาเบา ๆ “ทุกคนเคยกลัว พี่กลัวอยู่แต่พี่ก็ยังอยู่ตรงนี้”
ความสัมพันธ์เริ่มใกล้ชิดมากขึ้น นอร่ากล้าแชร์เรื่องในครอบครัว พ่อเธอเคยเสียพนัน แม่ทำงานหนัก เธอกลัวจนเก็บตัว ภาคินเปิดใจเรื่องพี่ชายที่จากไปเพราะอุบัติเหตุและเขาโทษตัวเองเสมอ
เวลาผ่านไป งานของนอร่าเริ่มมั่นใจขึ้น หัวหน้ามอบหมายให้นำเสนองานโฆษณาใหญ่ ภาคินเป็นช่างภาพหลัก ความกดดันเพิ่มขึ้น นอร่ากับภาคินเริ่มมีข้อโต้เถียงเรื่องแนวคิด เธออยากเปลี่ยนภาพโฆษณาให้สื่อถึงความอบอุ่น ภาคินยึดคอนเซ็ปต์ดิบ ๆ เย็นชา ทั้งคู่เถียงกันจนม่านตาแข็ง
หลายวันต่อมา สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น หัวหน้าเห็นด้วยกับแนวคิดของภาคิน นอร่าผิดหวัง คิดว่าความเห็นตนเองไร้ค่า เธอถอยห่างจากภาคิน กลับไปเงียบ ไม่พูดคุยเหมือนแต่ก่อน ภาคินเองก็เหมือนกลับไปเป็นคนเดิม ไม่กล้าเปิดใจ
ช่วงเวลานั้น นอร่ารับโทรศัพท์จากแม่บ่อยขึ้น แม่บอกว่าอยากให้กลับบ้านช่วยงาน พ่อเริ่มแย่กว่าเดิม เธอสับสนว่าจะอยู่ต่อหรือกลับไป ภาคินเห็นเธอเหม่อถามด้วยเสียงเบา “มีอะไรหรือเปล่า” นอร่ามองต่ำ ไม่ตอบก่อนเดินหนีไป
ในวันที่มีงานถ่ายภาพใหญ่ นอร่าเกิดความผิดพลาดเล็ก ๆ งานออกมาดูแปลกตา หัวหน้าตำหนิอย่างหนัก ภาคินเห็น เห็นแววตาเธอว่างเปล่าแต่เขาเงียบ ไม่ได้ปลอบใจ นอร่ากลับบ้านมองกระจก น้ำตาไหล
คืนหนึ่ง ภาคินส่งข้อความสั้น ๆ เพียงว่า “ขอโทษที่ไม่ได้ยืนข้างเธอ” นอร่าอ่านข้อความซ้ำ ๆ เธอหันไปมองกล้องในมุมห้อง ก่อนลบข้อความตอบกลับที่ยังไม่กล้าสend คืนนั้นทั้งคู่ต่างแยกย้ายในความเงียบ
หลังจากนั้น นอร่าโทรคุยกับแม่ ตัดสินใจจะกลับไปช่วยงานครอบครัว เธอแจ้งหัวหน้า ฝ่ายนั้นตกใจแต่เข้าใจ ภาคินรู้ข่าวเวลาต่อมา เขาเดินมาหาเงียบ ๆ หน้าสตูดิโอ
“จะไปจริงเหรอ” เขาเสียงอ่อย นอร่ายิ้มเศร้า “ขอโทษที่ไม่ได้บอกเอง… อะไรบางอย่างที่บ้านมันรอไม่ได้”
ภาคินยืนนิ่ง เงียบไปนานดวงตาสั่นไหว “ขอโทษที่พี่ทำให้เธอคิดว่าอยู่ที่นี่ไม่มีค่า” นอร่าพยายามกลั้นน้ำตา เงียบไปพักใหญ่ เธอเอื้อมมือสัมผัสไหล่เขาเบา ๆ แล้วเดินจากมา
นอร่ากลับบ้านต่างจังหวัด ใช้ชีวิตช่วยงานที่บ้าน เช้ามาเธอนั่งเปิดกล้องดูภาพเก่า ๆ เจอภาพที่ภาคินถ่ายในวันแรก เธอยิ้มจาง ๆ ความรู้สึกคลุมเคลือในใจเป็นวงกว้าง เธอไปถ่ายภาพในทุ่งนา อ่านหนังสือ ส่งเมลสมัครงานใหม่ ๆ
ผ่านไปหลายเดือน นอร่ารับรู้ตัวเองว่าแม้อยู่กับครอบครัวได้เติมเต็มบางอย่าง แต่ใจยังคิดถึงออฟฟิศ เสียงหัวเราะ ภาพแสงไฟในเมือง และแววตาของภาคิน
วันหนึ่งเธอได้รับจดหมายจากภาคิน เป็นสมุดภาพเล่มเล็ก ๆ ที่ถ่ายตอนเขาไปถ่ายงานต่างจังหวัด ภาพส่วนใหญ่เป็นแสงเช้า ภาคินเขียนกำกับด้านหลังทุกภาพ “แสงแบบนี้ ถ้านอร่าอยู่ คงดีกว่านี้”
นอร่าน้ำตาไหล เธอตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ อีกครั้ง คราวนี้ไม่เพราะหนีอะไรหรือใคร แต่เพราะอยากเดินหาคำตอบของใจตัวเอง
ในเช้าวันหนึ่ง นอร่าเดินเข้าไปในออฟฟิศ ภาคินกำลังจัดกล้องที่หน้าสตูดิโอ เขาหันมาเห็นตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มอ่อน ๆ “กลับมาแล้วเหรอ”
นอร่ายิ้มตอบทั้งน้ำตา “กลับมา… แต่อยากทำในแบบของตัวเอง จะดีรึเปล่า” ภาคินพยักหน้าเบา ๆ “ถ้างั้นพี่ขอเรียนรู้ไปด้วยกันได้ไหม”
นอร่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอมองภาคิน ผ่านแสงไฟเมืองที่ลอดหน้าต่างเข้ามา และรับรู้ว่าครั้งนี้หัวใจพร้อมเปิดแล้ว