เสียงกรีดร้องกลางมหานคร
เสียงฟ้าร้องหนักกลางฤดูฝน กรุงเทพฯ ถูกฉาบด้วยความหมองเศร้าของสายฝนและแสงไฟถนนที่กระจายเป็นวงบนผิวน้ำ เด็กหญิงวัยสิบหกปีชื่อฟ้ายืนเกาะหน้าต่างชั้นห้าของอาคารเก่าหลังหนึ่ง ทุกอณูเต็มไปด้วยกลิ่นหยาดฝนและรอยเปื้อนของเวลาที่สืบทอดผ่านรอยร้าว ทุกอย่างนิ่งเงียบยกเว้นเสียงโทรศัพท์มือถือที่สั่นไหวในมือของเธอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อาทิตย์เลิกเรียนยัง กลับบ้านเองนะ แม่ติดประชุม” เสียงแมสเสจจากแม่สั้นขาดจนฟ้าไม่อยากแม้แต่จะตอบ พี่สาวที่ต้องดูแลน้องชายอย่างอาทิตย์—เด็กชายอายุสิบสี่ผู้เก็บตัวเงียบ—แบบที่ไม่มีทางเลือก ไม่มีพื้นที่ให้พักใจ
ฟ้าหันหลังจากกระจก มองน้องชายที่นั่งเงียบกับการ์ดเกม มือซ้ายเก็บไพ่ มือขวาลูบผ้าพันแผล แผลสดจากการต่อสู้กับเพื่อนร่วมชั้น อาทิตย์ไม่พูดอะไรกับเธอมากนัก นี่คือสิ่งปกติของบ้านหลังนี้—ครอบครัวที่ต่างคนต่างเก็บความเจ็บปวดไว้คนละชั้น พ่อหนีจากบ้านไปสองปีแล้ว เหลือเพียงเสียงลมหายใจรำคาญจากแม่ในคืนหนึ่งที่เหนื่อยเกินกว่าจะกอดกัน
“วันนี้เป็นวันสุดท้ายใช่มั้ยที่จะซ้อมละคร” ฟ้ายิงคำถาม เธอไม่สนใจคำตอบจริงจัง อาทิตย์พยักหน้าอีกครั้งแบบไร้อารมณ์
“ถ้าเขาตัดบทก็ดี จะได้ไม่ต้องอยู่บนเวทีเงียบ ๆ นาน ๆ”
คำพูดสั่นสะท้อนเหมือนเสียงฝนกระทบหลังคา ฟ้าหลบสายตา เธอรู้ว่าภายใต้ความเงียบของน้องชายคือคลื่นความกลัวที่จมลึก เรื่องที่ไม่มีใครในบ้านกล้าพูด
เสียงลิฟต์เก่าๆ กรีดร้องขึ้นมา พวกเขาสะดุ้งพร้อมกัน เสียงคนเคาะประตูห้องดังขึ้นสามครา กลิ่นกรดจากน้ำท่อผสมกลิ่นฝุ่นค้างคืนแทรกเข้ามา ฟ้ามองอาทิตย์ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
ชายแก่ในชุดซ่อมบำรุงยืนคอตก “ขอโทษนะ หนูนอก เขามีแจ้งว่าตึกนี้งดไฟคืนนี้ ต้องอดทนสักคืน” เขายกนิ้วชี้ไปยังสวิทช์ไฟที่กะพริบ อาทิตย์ขยับหลบหลังพี่สาวโดยอัตโนมัติ
“ขอบคุณค่ะ” ฟ้าตอบเสียงเบา ประตูปิดลง ทันใดนั้นไฟทั้งอาคารก็ดับพรึ่บ ผู้คนในห้องข้าง ๆ เอะอะโวยวาย เสียงเศษกระจกแตกดังจากทางเดิน อาทิตย์เบียดตัวเข้าใกล้พี่สาว ฟ้ากำมือแน่น
อาทิตย์ถามเสียงแผ่ว “ฟ้า เราจะ…”
ฟ้าปลอบ “ไม่เป็นไร เราอยู่แค่คืนเดียว เดี๋ยวสว่าง”
แต่ในความมืดนั้น เสียงแปลกประหลาดเริ่มดังขึ้นเหมือนเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากบางสิ่งที่ไม่มีตัวตน มันสะท้อนแทรกเข้ามาในหัวใจของทั้งคู่
เสียงร้อง “ช่วยด้วย…ใครก็ได้…อย่าทิ้งฉันไว้…” ดังขึ้นจากช่องลมเหนือเพดาน ทุกสิ่งกลายเป็นความเงียบอึดอัดที่รอคอยระเบิด
ฟ้าชั่งใจ เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดไฟฉายมือถือส่องไปรอบ ๆ เงาสะท้อนของเธอในกระจกบิดเบี้ยว สีหน้าเหนื่อยล้า เธอจ้องตัวเองนิ่ง จู่ ๆ มีเสียงกรีดร้องอักขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงเหมือนเด็กผู้หญิงอายุไล่เลี่ยกับเธอ
“ฟ้า มานี่เร็ว!” อาทิตย์ร้องเรียก ดวงตาน้องชายตกใจกว่าครั้งไหน ๆ ฟ้าวิ่งกลับไปยังห้องนอน อาทิตย์ถือกระดาษขยำในมือ—มันคือภาพร่างใบหน้าคนร้องไห้ที่ดูเหมือนฟ้า อย่างกับมีคนวาดไว้ก่อนหน้า
ฟ้ากระชากกระดาษออกจากมือ “เอามาจากไหน?” เธอถามเสียงสั่น อาทิตย์ก้มหน้า “มันอยู่ใต้ที่นอน…ฟ้า มันมีอีกหลายแผ่น”
ฟ้าหันกลับไปค้นใต้เตียงอีกครั้ง พบสมุดวาดรูปเก่าขาดวิ่น ภาพวาดเต็มไปด้วยภาพเด็กสาวหลากหลายสีหน้า—โกรธ เสียใจ ตะโกนร้องไห้—แต่ละรูปถูกเซ็นชื่อด้วยรอยหมึกที่เลือนรางว่า “น้ำ”
เสียงร้องดังลั่นขึ้นอีก “อย่าทิ้งเรา…หนาว…กลัว”
อาทิตย์ขยับใกล้ มือเกาะแขนพี่ “ฟ้า เราจะออกจากที่นี่ได้มั้ย ถ้า…เสียงนั้นตามมา?”
เงียบงันครู่หนึ่ง ฟ้าตัดสินใจ “ต้องมาดูเอง ไม่เดินตามก็ไม่รู้” เธอล้วงกุญแจห้องออกมาแล้วเปิดประตู สายฝนยังตกลงมาเป็นม่าน เสียงหายใจดังในทางเดิน ทุกสิ่งเงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าสองคู่เดินสวนในคืนที่ไร้ไฟ
ทั้งคู่เดินช้า ๆ ผ่านทางเดิน มองประตูที่ถูกแง้มไว้ สายตาฟ้าจับจ้องประตูห้องหมายเลข 507 ที่ประวัติความเป็นมาตึกเล่ากันว่าเคยมีเด็กสาวคนหนึ่งหายตัวไปในคืนฝนตกเหมือนกันนี้
ฟ้าหยุด มองอาทิตย์ ตัดสินใจ “เราเข้าไปดู เธออยู่ข้างหลัง” อาทิตย์สั่นศีรษะ “ข้างนอกน่ากลัวกว่า…อยู่ในนี้ด้วยกันดีกว่า”
ฟ้าดันประตู 507 มันเอี๊ยดขึ้นมาดังสนั่นไปทั้งชั้น ข้างในมีเพียงเงาเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ กลิ่นชื้น กองของใช้เด็กผู้หญิง ปฏิทินปี 2539 ห้อยอยู่ตรงกำแพงทุกอย่างหยุดนิ่ง
อาทิตย์ฟังเสียงฝนสะท้อนจากหน้าต่าง เขาหยิบสมุดวาดรูปอีกเล่มจากโต๊ะ ฟ้าตามเข้าไปดูข้างในเป็นบันทึกสั้น ๆ ว่า “หนูคิดถึงแม่ หนูกลัว หนูอยากมีคนรับฟัง” ฟ้าหยุดนิ่ง รู้สึกเหมือนใจตนถูกจับบิด
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง เสียงแม่โทรมา “ฟ้า แม่ขอโทษ แม่มีปัญหาเยอะมาก ขอแค่คืนนี้ดูแลน้องให้ดี มัน…มันไม่ง่าย”
ฟ้านิ่งไป น้ำเสียงของแม่ฟังดูห่างเหิน เสียงสายตกในเวลาต่อมา อาทิตย์ถอนหายใจ เงียบกันชั่วขณะ ก่อนอาทิตย์จะพูดเบา ๆ “พี่อยากกลับบ้านเก่าไหม?”
ฟ้ามองไปที่บันทึกในมือ “ไม่รู้ บ้านนี้ก็เหมือนกันหมด—เสียงดังที่ไม่มีใครฟัง”
ทันใดนั้น ประตูห้อง 507 ปิดเองด้วยแรงลม เสียงระบบล็อกภายในคลิกเข้าโดยไม่มีใครแตะต้อง ทั้งคู่ตกใจสุดขีด ฟ้าควักมือถือเปิดไฟฉาย ส่องดูรอบห้อง ภาพวาดเด็กผู้หญิงหลายใบร่วงจากตู้เสื้อผ้าลงพื้น เสียงร้องดังเจือจางกว่าเดิมเหมือนคนสิ้นหวัง
อาทิตย์เอ่ยเสียงสั่น “พี่ฟ้า…ถ้าเสียงนั้นขอให้เราช่วยจริง ๆ เราควรทำยังไง?”
ฟ้ากลืนน้ำลาย “เราต้องฟังมันให้จบ”
ไฟฉายฉายส่องไปที่มุมห้อง เห็นกล่องรองเท้าเก่า ฟ้าเปิดดู พบเครื่องบันทึกเสียงแบบคาสเซ็ตเก่า อาทิตย์เปิดฟังทันที เสียงเด็กสาวในเทปสะอื้นไห้ “แม่ขา…อย่าไป…ได้โปรดฟังหนูสักที”
ฟ้าและอาทิตย์สบตากัน เงียบงันครู่ ทุกอย่างในห้องนั้นดูเย็นชืดและหมุนวนไปกับประสบการณ์เดิม—เสียงร้องของคนที่ไม่มีใครรับฟัง เสียงสะท้อนของตัวเองในอดีตที่บ้านของพวกเขา
เสียงฝนข้างนอกค่อย ๆ แผ่วลง ทันใดนั้นประตูเปิดกว้าง เงาของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักเรียนปรากฏริบหรี่ตรงประตู ฟ้ากระชากอาทิตย์ออกมาเดินตามเงาออกจากห้อง 507 ผ่านอุโมงค์ทางเดินยาวจนถึงโถงกลางตึก
ที่กลางโถง ฟ้าหยุด เธอมองเห็นโปสเตอร์ละครโรงเรียนยุคเก่าซ้อนทับเงาสะท้อนในแอ่งน้ำฝน เก้าอี้ไม้โบราณวางเป็นวงกลมเหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง อาทิตย์เดินไปนั่งพิงหลังพี่สาว
“ฟ้า ถ้ามีคนฟังเสียงเราจริง ๆ วันนั้น พี่จะพูดอะไร?” อาทิตย์ถาม
ฟ้านิ่งคิด น้ำตาไหล “อาจจะขอโทษที่ไม่เคยรับฟังใครเลยนอกจากตัวเอง”
เสียงโทรศัพท์ดังอีกสาย รอบนี้เป็นเสียงแม่คร่ำครวญ “แม่ขอโทษจริง ๆ ฟ้า พรุ่งนี้เราจะคุยกันดี ๆ นะแม่สัญญา”
ไฟในโถงตึกค่อย ๆ กลับคืน เสียงฝนหยุดลง เงาของหญิงสาวชุดนักเรียนจางหาย เงียบสงัด ชั่วครู่หนึ่งอาทิตย์ลุกขึ้นยืนและเช็ดน้ำตาออกจากแก้มพี่สาว เบา ๆ
พวกเขาเดินไปที่บันได วางใจเหลือเพียงครึ่งหนึ่งสำหรับคืนที่อาจยังไม่สว่างเต็มที่ แต่อย่างน้อย…เสียงร้องนั้นไม่ได้วนเวียนอยู่อย่างเดิมอีกต่อไป
ตึกเก่ายังเงียบ คนสองคนกลับมาที่ห้องของตัวเองด้วยใจที่หนักแน่นขึ้นนิดหน่อย ดั่งว่าในความมืดของมหานคร ยังมีเสียงบางเสียงที่ไม่เคยหายไป แต่คืนนี้พวกเขารับฟังมันจนจบแล้ว