เสียงกระซิบในหอพักเก่า
สายฝนโปรยลงบนหลังคากระเบื้องเก่าของอาคารหอพักเก่าแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมป่า ผู้คนในมหาวิทยาลัยต่างรู้กันว่าหอพักนี้เหลือเพียงไม่กี่ห้องที่ยังใช้งานได้ ส่วนใหญ่ถูกปิดตายเพราะเหตุผลบางอย่างที่ไม่มีใครพูดถึง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ต้น – นักศึกษาชายปีสาม ค่อย ๆ เดินลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในโถงทางเดินที่มืดทึบ เสียงล้อกระเป๋าดังก้องสะท้อนในความเงียบ ต้นชะงักเมื่อผ่านประตูไม้ที่มีรอยขีดข่วนคล้ายถูกเล็บกรีด เสียงฝนหยดลงพื้นดังก๊อกแก๊ก ๆ ในความเงียบ เขากระชับแจ็กเก็ต สายตาวูบวาบขณะเหลียวมองผนังสีลอก
“จะอยู่กันได้จริงเหรอวะ?” เสียงของเอิน เพื่อนร่วมชั้นที่เดินตามหลังมา เอินขยับแว่น สายตาทำท่าไม่ไว้ใจ ผิวซีดจางของเขาทำให้ดูเหมือนกลืนไปกับแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟเพดาน
“มันก็ไม่มีที่ไหนเหลือแล้วนี่ ห้องอื่นเต็มหมด” ตอบเสียงขรึมโดยออย นักศึกษาหญิงปีสุดท้าย ผู้มีบุคลิกนิ่งเรียบแต่ดวงตาซ่อนความหวาดระแวงอยู่ลึก ๆ “อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีห้องว่างและค่าเช่าถูก”
พวกเขาเดินฝ่าความมืดไปยังห้อง 204 ที่ถูกจัดไว้สำหรับกลุ่มนี้ มายด์ เด็กปีหนึ่งตามหลังมาเงียบ ๆ มือกำกระเป๋าแน่นจนข้อขาว เธอเหลียวมองบันไดไม้ที่ทอดยาวขึ้นไปยังชั้นบน เสียงไม้ลั่นครืด ๆ เหมือนมีใครเคลื่อนไหวช้า ๆ อยู่ข้างบน
ออยเป็นคนเปิดประตูห้อง 204 กลิ่นอับและเย็นชื้นปะทะจมูกทันที ภายในห้องมีเพียงเตียงเหล็กเดี่ยวเก่า ๆ สี่เตียง โต๊ะอ่านหนังสือกับตู้เสื้อผ้าเก่า โต๊ะตัวหนึ่งมีรอยขูดเป็นเส้นยึกยือเหมือนรูปอักษรที่ถูกขีดทับจนอ่านไม่ออก
“คืนนี้นอนกันยังไงดีอะ?” มายด์ถามเสียงเบา ตากลมมองหน้าคนอื่นอย่างลังเล
“นอนได้หมดแหละ ห้องใหญ่กว่าที่คิด” ต้นพูดกลบความประหม่า เขาวางกระเป๋าลงแล้วถอนหายใจยาว
ทุกคนจัดของเงียบ ๆ เสียงเสื้อผ้าถูกแขวนในตู้ดังแกร๊ก ๆ ความเงียบค่อย ๆ โรยตัวลงมาอีกครั้ง จนกระทั่ง…เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นที่มุมห้องฝั่งหน้าต่าง เหมือนเสียงผู้หญิงพึมพำอยู่ใต้ลมหายใจ
เอินหยุดมือที่กำลังวางหนังสือลงบนโต๊ะ เขามองไปยังมุมห้อง “เมื่อกี้…ได้ยินเสียงอะไรปะ?”
ออยชะงัก มองหน้าคนอื่น “เสียงอะไร?”
“เสียงเหมือนคนพูดเบา ๆ อะ” เอินขมวดคิ้ว พยายามเงี่ยหูฟัง
ต้นหัวเราะแห้ง ๆ “อาจจะเสียงลมก็ได้ ห้องนี้มันเก่า”
ออยปิดม่านหน้าต่างแน่นขึ้น ลมเย็นเฉียบพัดเข้ามาปะทะแผ่นหลัง ทุกคนต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรต่ออีก
กลางดึก มายด์สะดุ้งตื่นจากเสียงดังแปลก ๆ ข้างนอกห้อง เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง เอียงหูฟัง เสียงฝนยังคงกระทบหลังคา แต่มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินผ่านหน้าห้อง เสียงนั้นหายไป แล้วเสียงกระซิบก็กลับมา คราวนี้ใกล้กว่าเดิม
มายด์กลืนน้ำลาย หันไปมองต้นที่นอนหลับอยู่ข้างเตียง “พี่ต้น…” เธอเรียกเบา ๆ ไม่มีเสียงตอบ เธอห่มผ้าขึ้นจนถึงคาง ลมหายใจถี่ขึ้นด้วยความกลัว
เช้า ออยเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อไล่อากาศอับ เธอพบกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่กับขอบหน้าต่างเขียนด้วยหมึกซีดว่า “อย่าทำให้เธอตื่น” ออยรีบหยิบมาดู รอยมือเล็ก ๆ เปื้อนหมึกสีดำติดอยู่ข้างกระดาษ
“ใครเอามาแปะวะ?” ต้นถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ เอินเดินมาดูบ้างแล้วเงียบไป
“เมื่อคืนนี้…มายด์นอนละเมอเสียงแปลก ๆ ด้วย” เอินพูดขณะก้มหน้าลง “คล้ายกับเสียงที่ผมได้ยินเมื่อวาน”
ออยกุมขมับ เธอมีสีหน้ากังวลแต่พยายามไม่แสดงออก “เดี๋ยวคงไม่มีอะไรหรอก” เธอพูดเบา ๆ เหมือนปลอบใจตัวเองมากกว่าคนอื่น
วันต่อมา เหตุการณ์ผิดปกติยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เสียงกระซิบเริ่มได้ยินชัดขึ้นในเวลาต่าง ๆ ของวัน เฟอร์นิเจอร์ในห้องขยับเองเล็กน้อย นาฬิกาผนังหยุดเดินเวลา 02:13 น. ทุกคืน
เอินเริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับอดีตของหอพัก เขาพบข่าวเก่าในห้องสมุดเกี่ยวกับการหายตัวไปของนักศึกษาหญิงเมื่อสิบปีก่อน ชื่อของเธอ…คล้ายกับชื่อที่ออยเคยเอ่ยถึงในบทสนทนาเมื่อวาน ออยยืนนิ่ง มองเอินอย่างระแวง
“เธอรู้จัก…พี่หญิงเหรอ?” เอินถามเบา ๆ
ออยเม้มปากนิ่ง “ฉันเคยเจอเธอแค่ครั้งเดียว…”
“แต่ชื่อของเธออยู่ในจดหมายที่ติดกับหน้าต่าง” ต้นพูดแทรก สีหน้าขึงขัง
ออยไม่ตอบ เธอเบือนหน้าหลบ เสียงกระซิบดังชัดเจนขึ้น จนทุกคนลุกฮือออกจากห้องนั่งรวมกันที่โถงกลางหอพัก
เอินหยิบนาฬิกาข้อมือมาดู “เสียงนี้จะดังขึ้นทุกครั้งที่มันเลยตีสองสิบสามนาที…”
มายด์ถือหมอนแน่น “ทำไมเราต้องอยู่ที่นี่…” น้ำตาเธอคลอเบ้า
“ไม่มีทางเลือก ห้องอื่นเต็มหมด ตอนนี้ก็ย้ายหนีกลางดึกไม่ได้ด้วย” ออยพูดเสียงสั่น ๆ
ต้นทำท่าเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็เงียบไป กลืนก้อนอะไรบางอย่างลงคอ
ในคืนนั้นเอง ขณะที่ทุกคนหลับ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยเดินผ่านหน้าห้องอีกครั้ง คราวนี้เสียงชัดเจนเหมือนใครเดินอยู่หน้าประตู ก่อนจะหยุดลงพร้อมเสียงกรีดร้องแผ่วเบาในความมืด
เอินลุกขึ้นมา ทั้งตัวสั่น หันไปมองต้น “นาย…ได้ยินไหม?”
ต้นพยักหน้า ไม่กล้ามองไปที่ประตู
เช้าวันถัดมา ออยหายตัวไปจากห้อง เหลือเพียงรอยมือเปื้อนหมึกดำบนเตียงของเธอ ต้นกับเอินวิ่งออกไปดูรอบอาคาร ไม่พบร่องรอยอะไรนอกจากกลิ่นอับชื้นและเสียงกระซิบที่ยังคงลอยมา
มายด์นั่งร้องไห้อยู่ในห้อง เธอกระซิบกับใครบางคนที่มองไม่เห็น “ขอโทษ…หนูไม่ได้ตั้งใจ…”
ต้นกับเอินกลับเข้ามา ทั้งคู่ต่างพูดคุยกันด้วยเสียงกระซิบ
“ทำไมออยถึงหายไปได้?” เอินถาม สีหน้าช็อก
“หรือว่ามีใคร…อยู่ในนี้กับเรา…” ต้นพูดเบา ๆ ตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าบนชั้นสองอีกครั้ง
ขณะที่ดวงอาทิตย์ตก เสียงกระซิบก็ดังชัดขึ้น ทุกคนในห้องเหมือนถูกบังคับให้อยู่กับความเงียบและเสียงนั้น มายด์นั่งกอดเข่ากับเตียง เอินเดินวนในห้อง ต้นพยายามโทรหาคนข้างนอกแต่สัญญาณถูกตัดขาด
กลางดึก ต้นได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ เขาค่อย ๆ เดินเข้าไป เห็นเงาเลือนลางของผู้หญิงนั่งชันเข่ากับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม ต้นขยับเข้าไปใกล้ เสียงกระซิบดังกระชั้นขึ้น “อย่า…ปลุกเธอ…”
ต้นหันกลับมอง เงานั้นหายวับไปทันที ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นหมึกจาง ๆ ในอากาศ
เอินเดินเข้ามาพอดี “นายเห็นอะไร?”
“เหมือนเห็นผู้หญิง…แต่พอหันกลับมาก็หายไป” ต้นเสียงสั่น
เอินนิ่งไปครู่หนึ่ง “ข่าวที่ผมอ่าน…เขาว่าเด็กผู้หญิงที่หายตัวไป เคยถูกกลั่นแกล้งในหอนี้มาก่อน…”
มายด์ที่แอบฟังอยู่เงียบ ๆ น้ำตาไหล เธอก้มหน้าซ่อนความรู้สึก
“มายด์…เธอบอกเราหน่อยได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น?” ต้นเอ่ยเสียงอ่อนโยน
มายด์สั่นศีรษะ ไม่กล้าสบตา
ในค่ำคืนนั้น ประตูห้องน้ำเปิดเองพร้อมเสียงกระซิบ “อย่า…ปลุกเธอ…” ดังซ้ำ ๆ ทั้งสามคนต่างหวาดกลัวแต่ไม่มีใครกล้าออกไปสำรวจ
รุ่งเช้า พวกเขาพบรอยหมึกดำลากยาวจากหน้าห้องน้ำขึ้นไปยังบันไดชั้นบน ต้นตัดสินใจจะเดินตามรอยนั้น เอินและมายด์ลังเลแต่สุดท้ายก็เดินตามไปทุกฝีก้าว
บันไดไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เหยียบขึ้นไป ข้างบนเป็นโถงแคบที่โรยตัวด้วยฝุ่นและใยแมงมุม มีประตูไม้บานหนึ่งที่ดูเก่ากว่าบานอื่น ๆ รอยหมึกดำหยุดอยู่หน้าประตูนั่น
ต้นเอื้อมมือไปจับลูกบิด เอินจับแขนไว้ “นายแน่ใจเหรอวะ?”
ต้นลังเล สายตาสั่นไหว “ถ้าไม่เปิด เราคงไม่มีวันรู้…” เขาผลักประตูออก กลิ่นหมึกกับกลิ่นอับรุนแรงปะทะหน้า ภายในห้องมีเพียงสมุดบันทึกเก่า ๆ กองหนึ่งกับตุ๊กตาผ้าเปื้อนหมึกดำ
มายด์หยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมา เปิดออกทีละหน้า พบข้อความว่า “อย่า…ปลุกเธอ…” ซ้ำ ๆ กันทุกหน้า พร้อมชื่อที่ค่อย ๆ จางหายและรอยน้ำตาเปื้อนกระดาษ
เอินพลิกสมุดอีกเล่ม พบจดหมายที่ถูกเขียนทับซ้ำ “ขอโทษ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ…” ลายมือสั่นคล้ายเด็กเขียนไว้ก่อนหายตัวไป
ทันใดนั้น เสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นรอบห้อง เงาผู้หญิงปรากฏขึ้นในแสงสลัว เธอนั่งกอดเข่า น้ำตาไหลอาบแก้ม มองพวกเขาโดยไม่พูดอะไร เพียงแต่กระซิบแผ่ว ๆ
“อย่า…ปลุกเธอ…อย่าลืมฉัน…”
มายด์ร้องไห้โฮ คุกเข่าลงกับพื้น “ขอโทษ…หนู…เคยกลั่นแกล้งพี่หญิงตอนเด็ก ๆ…”
ต้นกับเอินอึ้ง เงาของหญิงสาวค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงกลิ่นหมึกกับเสียงกระซิบในอากาศ
นาฬิกาบนผนังชั้นล่างเริ่มเดินอีกครั้ง มายด์สะอื้นเงียบ ๆ ต้นกับเอินสบตากันอย่างสิ้นหวัง พวกเขารู้ซึ้งดีว่า ไม่มีใครในที่นี่จะเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงกระซิบยังคงก้องอยู่ในหู…ไม่มีใครลืมได้อีกแล้ว