เสียงในห้องเปล่า
ฝนพรำบางเบาในยามค่ำคืนกลางฤดูร้อน เสียงรถยนต์ห่างไกลจางลงเมื่อจินลากกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดหอพักเก่าโทรมใจกลางกรุงเทพฯ ไฟหลอดนีออนบิดเบี้ยวสลับมืดเป็นช่วง ๆ ทางเดินแคบเต็มไปด้วยกลิ่นอับของผนังซีเมนต์เปียกและไม้เก่า เสียงฝีเท้าเธอสะท้อนวนเวียนในห้องโถงที่ควรจะเงียบ แต่กลับรู้สึกเหมือนใครเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จินยืนหยุดหน้าประตูห้อง 208 มือสั่นเล็กน้อย เธอล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อ เสียงกุญแจกระทบกันเบา ๆ ในความเงียบ ก่อนจะสอดเข้าไปในรูกุญแจบานประตูไม้ที่บวมเพราะความชื้น เปิดออกช้า ๆ กลิ่นห้องที่ไม่มีคนอยู่ปะทะใส่จมูก เธอถอนหายใจ พยายามไม่คิดถึงว่าห้องนี้เคยมีเจ้าของ—พี่สาวของเธอเอง
ข้าวของในห้องยังคงเหมือนเดิม สมุดโน้ต เสื้อผ้า ตุ๊กตาเก่า ๆ วางกอง เธอชะงักเมื่อนิ้วมือแตะลงบนสมุดปกขาว มีรอยขีดเขียนเป็นเลข 2 ซ้ำ ๆ ติดกันหลายสิบบรรทัด ไม่มีคำอธิบาย เธอวางมันลง หันมานั่งริมเตียง ผ่อนลมหายใจอย่างหนักอึ้ง
“ถ้าฉันหายไปแบบนี้…จะมีใครตามหาฉันไหม” เสียงในใจจินแว่วขึ้นมา เธอเขยิบไปเปิดหน้าต่าง รับลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านเส้นผม บรรยากาศเงียบผิดปกติ เธอคิดถึงพี่สาว—แก้ว—ที่หายไปกะทันหัน ไม่มีใครช่วยให้คำตอบ ไม่มีใครรู้ว่าแก้วไปไหน
เสียงเคาะเบา ๆ ดังมาจากห้องข้าง ๆ จินชะงัก ลุกขึ้นยืนข้างเตียง เธอเดินไปแนบหูฟังกับผนัง ได้ยินเสียงเหมือนคนลากของบนพื้น เสียงถอนหายใจยาวนาน ก่อนจะเงียบไป
เช้าวันถัดมา จินออกจากห้องแต่เช้า เธอพบป้ารปภ.ชรา ร่างเล็ก ผมหงอกพันกันเป็นกระจุก นั่งหลับพิงประตูอยู่ข้างล่าง จินเกือบเดินผ่านไป แต่ป้าหลี่ลืมตาขึ้น “เมื่อคืนเสียงดังอีกหรือเปล่าหนู?”
“เสียงอะไรคะ?” จินถามกลับทั้งที่ยังไม่กล้าเล่าเรื่องเมื่อคืน
“ห้อง 208 มีเสียงแปลก ๆ มานานแล้ว” ป้าหลี่พูดพลางหลบตา “เมื่อก่อนก็มีคนอยู่…แล้วก็หายไปเฉย ๆ” เธอพูดเบาลง เหมือนไม่อยากให้ใครได้ยิน
จินรู้สึกขนลุก เธอเดินเลี่ยงออกไป เสียงฝีเท้าบนบันไดไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าด ทุกจังหวะเหมือนมีใครเดินตาม
ในห้องเรียน มิตรภาพใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นกับเมย์ เพื่อนร่วมชั้นที่ดูร่าเริงแต่มักมองไปรอบตัวด้วยสายตาระแวดระวัง “หอที่จินอยู่เหรอ…เคยได้ยินเรื่องนะ” เมย์พูดขณะกินข้าวกลางวัน
“เรื่องอะไร?” จินถามด้วยความประหม่า
เมย์เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดเสียงเบา “เคยมีเด็กหายไปหลายครั้งในนั้น พวกเขาบอกว่าเป็นเพราะ…เสียงเรียกจากห้องว่าง”
“เสียงเรียก?” จินทวนคำอย่างไม่แน่ใจ
“บางคนบอกว่าได้ยินคนกระซิบชื่อ…ถ้าเดินตามเสียงไป จะไม่กลับมาอีก” เมย์กระซิบเบา ๆ หัวเราะกลบเกลื่อน “แต่ก็แค่เรื่องเล่าแหละ”
คืนนั้น ฝนยังคงตกพรำ ๆ จินนอนตัวแข็งอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมา เสียงแปลก ๆ ดังขึ้นอีก—เหมือนเสียงเก้าอี้ขูดกับพื้น เสียงเหมือนมีใครเดินวนไปมานอกห้อง
เธอลุกขึ้นเดินไปดูที่ประตู แง้มดูทางช่องตาแมว พบความมืดทึบ ไม่มีใครอยู่ข้างนอก เสียงฝนหยดติ๋ง ๆ จากรางน้ำข้างหน้าต่างคล้ายเสียงเคาะประตู เธอกลับไปนอนตะแคงและค่อย ๆ หลับไปด้วยความระแวง
รุ่งเช้า จินพบว่าข้าวของในห้องเปลี่ยนตำแหน่ง สมุดโน้ตตกอยู่ใต้เตียง เมื่อหยิบขึ้นมาเปิดดู พบข้อความใหม่ “อย่าเข้าไปในห้องว่าง” ตัวหนังสือแปลกตา คล้ายลายมือของแก้วแต่ไม่ใช่เธอ
จินใจสั่น เธอเดินออกไปถามป้าหลี่ “ป้าคะ ที่นี่มีห้องว่างจริงเหรอ?”
ป้าหลี่หลบตา “ห้องว่างอยู่ชั้นสี่ ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว ประตูมันล็อกจากข้างใน…”
“ทำไมถึงล็อกได้จากข้างในคะ?” จินถาม
ป้าหลี่ไม่ตอบ เพียงแต่ถอนหายใจ แล้วพูดเสียงแผ่ว “อย่าไปยุ่งกับมันเลยหนู…”
เย็นวันนั้น เมย์มาหาจินที่ห้อง ทั้งสองนั่งคุยกันใต้แสงไฟสลัว “จิน เธอคิดจะหาพี่สาวจริง ๆ เหรอ?”
“ถ้าเป็นเธอ เธอจะอยู่เฉยเหรอ?” จินพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
“ฉันกลัวนะ…แต่ถ้าอยากให้ช่วยก็บอก” เมย์ยิ้มจาง ๆ แล้วเสให้นิ่ง
กลางดึก จินได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ อยู่บนฝ้าเพดาน เสียงนั้นวนเวียนเหมือนกำลังไล่หาอะไรบางอย่าง เธอตัดสินใจลุกขึ้นเดินวนสำรวจ พบว่าประตูห้องว่างชั้นสี่เปิดอ้าอยู่โดยไม่มีใคร เธอรีบกลับเข้าห้อง ล็อกประตูแน่น
คืนต่อมา เสียงเรียกชื่อจินดังขึ้นแผ่วเบา เธอสะดุ้งตื่นกลางดึก เสียงนั้นเหมือนมาจากห้องว่างชั้นสี่ “จิน… จิน…” น้ำเสียงเศร้าโหยแต่แฝงความโกรธแค้น เธอกัดฟันแน่น ไม่กล้าออกไป
เมื่อเช้า เมย์โทรมา “จิน เมื่อคืนฉันฝันเห็นแก้ว เธอยืนอยู่หน้าห้องว่าง…”
“ฝัน?” จินถาม เสียงสั่น “เธอเห็นอะไรอีก?”
“แก้วพูดว่า ‘ช่วยฉันด้วย’ แล้วก็หายไปในความมืด” เมย์เงียบไปนาน “จิน ฉันว่ามีบางอย่างไม่อยากให้เธอรู้ความจริง”
จินตัดสินใจไปที่ชั้นสี่ในช่วงกลางวัน ประตูห้องว่างยังคงเปิดอ้า กลิ่นอับรุนแรงปะทะจมูกเมื่อเธอเดินเข้าไปในห้อง พื้นห้องเต็มไปด้วยรอยขีดเลข 2 ซ้ำ ๆ ผนังเขียนว่า “ได้โปรด อย่าเข้ามา” ด้วยลายมือหลายแบบ
จินรู้สึกเหมือนมีเงาเคลื่อนไหวในกระจกที่มุมห้อง เธอหันกลับ ไม่มีใครอยู่ แต่ขณะที่เดินออกมา เธอเห็นเงาของใครบางคนสะท้อนบนพื้นไม้แล้วเลือนหายไป
คืนนั้น เธอกับเมย์นั่งคุยกันด้วยความกดดัน “เธอคิดว่าพี่สาวยังอยู่ไหม?”
“ไม่แน่ใจ…แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” จินกำมือแน่น
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นที่ประตูห้อง ทั้งคู่ชะงัก ไม่มีใครกล้าเดินไปเปิด เพียงแต่เงียบงันรอให้เสียงสิ้นสุดลง
เช้าวันถัดมา ป้าหลี่หายไปจากหอพัก ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย จินเริ่มรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เธอเดินเข้าไปในห้องว่างอีกครั้ง พบตู้เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้เปิด เมื่อเธอส่องเข้าไปในตู้ มีเศษผ้าสีขาวขาดรุ่งริ่ง และสมุดโน้ตปกขาวอีกเล่ม ในนั้นเขียนว่า “ช่วยฉันด้วย จิน”
เสียงหายใจของใครบางคนดังขึ้นข้างหลัง เธอหันกลับแต่ไม่พบใคร ประตูปิดเองอย่างช้า ๆ จินตะโกนเรียกเมย์ แต่เสียงของเธอดูเหมือนถูกกลืนหายไปในห้องนั้น
จินนั่งซบคอกับผนัง ร้องไห้เบา ๆ เงาคนเดินไปเดินมาในห้อง ราวกับติดอยู่ในวนลูปของความทรงจำที่ถูกลืม เธอพยายามข่วนผนัง ทิ้งรอยขีดเลข 2 ซ้ำ ๆ เหมือนกับที่พบในตอนแรก
เวลาเหมือนไม่เดินหน้า เธอได้ยินเสียงฝีเท้า เสียงกระซิบเรียกชื่อครั้งแล้วครั้งเล่า จินค่อย ๆ สูญเสียขอบเขตระหว่างความจริงกับความฝัน เธอพบสมุดโน้ตในมืออีกครั้ง ข้อความเปลี่ยนเป็น “จิน…มาหาฉัน…”
เมย์พยายามติดต่อจินแต่ไร้ผล เธอจึงตัดสินใจขึ้นไปชั้นสี่ พบห้องว่างปิดเงียบแน่น หน้าต่างปิดตาย มีเพียงความเงียบงันและเสียงฝีเท้าก้องกังวานไล่หลัง เธอตะโกนเรียกชื่อจิน ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงกระซิบชื่อของเธอเองกลับมาแทน
เวลาผ่านไป หอพักกลับมาสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง ห้อง 208 ถูกปล่อยว่าง ข้าวของของจินและแก้วยังคงอยู่ที่เดิม สมุดโน้ตปกขาวกองอยู่บนโต๊ะ เต็มไปด้วยรอยขีดเลข 2 และข้อความ “อย่าเข้าไปในห้องว่าง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกคืน เสียงฝีเท้าก็ยังคงดังขึ้นจากชั้นสี่ บางคืนเสียงกระซิบชื่อของใครบางคนแผ่วเบา ก่อนจะจางหายไปในความมืด ไม่มีใครในหอพักกล้าเอ่ยถึงชื่อของจิน แก้ว หรือป้าหลี่อีกเลย
และในทุกเช้า สมุดโน้ตเล่มใหม่จะปรากฏบนโต๊ะหน้าห้องว่าง เขียนด้วยลายมือของใครบ้างไม่มีใครรู้…