ชมพูภูเขาไฟ
ยามค่ำ ฟ้าคลุ้มเหนือยอดภูเขาไฟชมพู ไฟกระพริบไหวเป็นระลอกในหมอก ทั้งหมู่บ้านยังคงอยู่ในเงียบงัน มีเสียงสุนัขเห่าหอนจากท้ายหมู่บ้าน คนบ้านใกล้เรือนเคียงปิดประตูแน่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!สุวรรณี วัยสิบเจ็ด เดินลากกระเป๋าเก่า ๆ เข้าไปในบ้านหลังต่ำทรุดโทรม เป็นบ้านเกิดของเธอเอง หลังออกไปอยู่กับยายที่กรุงเทพฯ ห้าปี นี่คือคืนแรกที่เธอกลับมา หลังแม่หายตัวไปอย่างลึกลับ ริมหน้าต่างห้องเย็นลมซัดกระจกกรอบโยก
“อ้าว…กลับมาแล้วลูก” เสียงต่ำของลุงสนั่น ผู้เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กดังขึ้น ท่าทีแข็งกระด้าง แต่แฝงด้วยความห่วงใย ลุงมองหน้าสุวรรณีครู่หนึ่ง “หิวมั้ยลูก เดี๋ยวลุงหาข้าวให้นะ”
สุวรรณีพยักหน้าเบา ๆ อยากพูดมากกว่านี้แต่คอแห้งผาก ความอึดอัดใจตีกันในใจ เธอไม่ถามเรื่องแม่ เพราะไม่ต้องการน้ำตาอีก
บนโต๊ะอาหาร มีไข่เจียวเย็นชืดกับแกงจืดวางนิ่งสุวรรณีเขี่ยข้าวเบา ๆ
“เค้ายังหาตัวแม่ไม่เจอเลยใช่มั้ยคะ…” เธอพูดเบากว่าลมหายใจ
ลุงสนั่นเงียบไปนาน มองข้าวในจานตัวเอง “บางเรื่อง…ไม่ควรไปถามมากนะลูก ที่นี่ คนไม่ชอบพูดเรื่องอดีต”
สุวรรณีถามต่อทั้งเสียงสั่น “แต่แม่ไม่เคยทิ้งหนู…แม่ไม่ได้หนี ใช่มั้ยคะลุง”
ลุงไม่ตอบ เป็นแค่สายตาละห้อย แววตาที่กดเก็บความจริงไว้
คืนนั้น สุวรรณีหลับไม่ลง เสียงกิ่งไม้ขูดหน้าต่างผสมกับเสียงลมหอบจากภูเขาไฟ เธอลุกขึ้นแอบมองออกไปนอกบ้าน เห็นเงาคนเดินใต้เงาไฟละลาน ใครบางคนลากตะกร้าใบใหญ่ ฝุ่นภูเขาไฟปลิวว่อน
เช้าวันถัดมา สุวรรณีเดินสำรวจหมู่บ้าน เห็นป้ายขนาดใหญ่หน้าทางขึ้นเขาไฟ “พื้นที่หวงห้าม-อันตราย” สีแดงสด รอยมือคนเปื้อนฝุ่นสีชมพูทาบติดอยู่ข้างป้าย
ที่ร้านของชำเล็กๆ เธอเจอกับหญิงวัยกลางคนชื่อแพรบัว ผิวคล้ำเสียงแข็งขึงขัง “อย่าไปแถวเขาไฟนะหนู เขาว่ามันยัง”
สุวรรณีแทรก “มันยังอะไรคะ?”
แพรบัวหลบสายตา “ของเก่า ของตาย มันโผล่ออกมาเวลาหมอกลง” แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่ดวงตาวูบไวนั้นทำให้สุวรรณีเริ่มสังเกต
ระหว่างเดินกลับ เธอบังเอิญชนกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขามีผมยาวประบ่า ดวงตาคมแต่แฝงความคะนึง เขาขอโทษเสียงนุ่ม “ขอโทษครับ ผมชื่อเมฆ”
“สุวรรณีค่ะ” เธอตอบ กำลังจะเดินต่อ แต่เมฆเอ่ยขึ้น “ระวังตัวด้วยนะ ที่นี่กลางคืน ไม่เหมือนในเมือง”
ตกกลางคืน สุวรรณีสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะหน้าต่างสามครั้ง แปลก ตรงหน้าต่างมีดอกไม้สีชมพูช้ำเสียบไว้ ก้านดอกเหมือนเพิ่งเด็ดจากพุ่มสด ๆ
เธอหยิบขึ้นมาดู กลีบท่าทางจะหักแต่กลิ่นแรงมาก เมื่อจ่อจมูก ความรู้สึกบางอย่างคล้ายคลื่นไหลผ่านหัวใจ…ภาพสั้นๆ วาบขึ้นในหัว มีร่างแม่ในชุดเก่าตรงตำแหน่งป่าด้านหลังภูเขาไฟ ตะโกนอะไรบางอย่างที่ลมแรงเกินกว่าจะได้ยิน
รุ่งเช้า สายฝนโปรยบางๆ ผสมกับละอองฝุ่นภูเขาไฟ ลุงสนั่นพาสุวรรณีไปไหว้ศาลเจ้าเก่า ลุงจุดธูปพึมพำ “ให้มันสงบ ให้มันอยู่ใต้นั่น ไม่ขึ้นมา…”
สุวรรณีตั้งใจถาม “ใต้นั่นอะไรคะลุง?”
ลุงแค่ตาแข็ง “อย่าถามเยอะ อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็รู้”
ระหว่างทางกลับ มีคนงานกรวดเกราะขนบางอย่างขึ้นรถดูเหมือนเศษกระเบื้องกับหินสีชมพูประ ที่เหลือแต่เศษ กับผ้าขาวหน้าตาเก่าแก่
“เคยมีพิธีอะไรที่นี่ใช่มั้ยคะ?” สุวรรณีถาม
ลุงเม้มปากแน่น “มันไม่เกี่ยวกับเรา”
บ่ายนั้น เธอตัดสินใจออกไปยังป่ารอบภูเขาไฟ ระหว่างทางพบเมฆนั่งเก็บพืชอยู่ เธอถาม “คุณเคยเห็นแม่ฉันมั้ย?”
เมฆมองนิ่งนาน “มีคนเห็นเธอเดินเข้าป่า แล้วก็หายไป—แต่มีคนบอกว่า ได้ยินเสียงเธอร้องจากใต้ดิน”
“คุณเชื่อเรื่องภูตผีไหม?” สุวรรณีถาม
เมฆยิ้มบาง ๆ “ผมไม่แน่ใจ แต่แม่ผมบอกว่า ทุกคนที่หายไป…กลับมาเป็นดอกไม้ชมพู ฝังรากอยู่ใต้ภูเขานั้น”
สายลมผ่านมาเบา ๆ เสียงไม้ลั่นกรอบแกรบทั้งคู่ต่างนิ่ง ต่างเฝ้ามองภูเขาที่เรืองแสงไฟอ่อน ๆ ยามเย็น
กลางดึก เธอฝันถึงแม่อีกครั้ง คราวนี้แม่ตะโกนคำว่า “อย่าให้ความลับมันตายกับฉัน”
วันต่อมา ข่าวลือแพร่ในหมู่บ้าน มีเด็กชายหายไปหลังวิ่งเล่นใกล้เชิงเขาไฟ ชาวบ้านเริ่มกระวนกระวาย
ช่วงกลางคืน สุวรรณีฝืนใจเดินตามเสียงที่เรียกจากในฝัน เดินเข้าดงไม้หนา พบซากเสื้อของแม่ เธอหยิบขึ้น น้ำตาไหล มือสั่น ไฟภูเขาลุกวาบแปลกประหลาด
เมฆโผล่มาข้างๆ “ผม…เห็นแม่คุณเมื่อเดือนก่อน แต่นั่นไม่ใช่เธออีกต่อไป”
“หมายความว่าไง?”
เมฆกลืนน้ำลาย “มีคนพูดว่า ถ้าใครเสียใจอย่างรุนแรงและตายที่ภูเขาไฟนี้ วิญญาณพวกเขาจะอยู่กับภูเขา ตราบใดที่อดีตยังไม่ถูกให้อภัย”
สุวรรณีใจเต้นแรง “แล้วแม่ฉัน ยังรอคำให้อภัย หรือรออะไร…”
“รอบางอย่างจากเธอ” เมฆพูดเสียงเบา แล้วจับมือสุวรรณี พลังแปลก ๆ แผ่ซ่าน เธอเห็นภาพอดีต—แม่ทะเลาะกับลุง เรื่องสุวรรณีจะกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯ แม่เสียใจ และร้องไห้อย่างหนัก
“เธอคิดว่าแม่หนี เพราะเธอหรือเปล่า?” เมฆถาม
“ฉัน…เคยคิดแบบนั้น”
“บางที แม่จะรอให้เธอรู้ ว่าอดีตไม่ผิด…”
ทันใดนั้น แสงภูเขาไฟสว่างขึ้น เกิดเสียงระเบิดเล็ก ๆ ฉับพลัน หมู่บ้านสั่นไหว ผู้คนร้องตะโกนหนี เมฆดึงสุวรรณีออกนอกเขต
ผู้นำหมู่บ้านนำพิธีกรรมแปลก ๆ เงาร่างผู้คนใส่ชุดขาวเดินวนรอบศาลเจ้า พลางสวดมนต์เสียงต่ำ “เอาวิญญาณกลับมา เอาความสงบคืนถิ่น…”
สุวรรณีร้องตะโกน “แม่! ถ้าแม่ได้ยิน หนูขอโทษ! หนูรักแม่!”
ลมแรงโหมหอบเอาดอกไม้ชมพูทั้งดอก หมอกสีชมพูปกคลุมรอบบริเวณ เสียงผู้หญิงแว่วดัง “ฉันให้อภัย”
ทันใดนั้น แสงภูเขาไฟค่อย ๆ ลดลง ทุกคนในหมู่บ้านทรุดลงด้วยความโล่งใจ เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของสุวรรณีวิ่งเข้าใส่ลุงสนั่น ทั้งคู่โอบกอดกันแน่น
ผ่านไป สองเดือน หมู่บ้านกลับมาเงียบสงบ ฝนตกซา ดอกไม้ชมพูบานสะพรั่งบริเวณเชิงเขาไฟ
สุวรรณีเดินจูงมือเมฆริมสระน้ำใต้เงาภูเขาไฟ หัวใจเธอเบากว่าทุกวันที่ผ่านมา เธอหันไปพูด “แม่—แม่อยู่ในทุกดอกที่นี่ เราจะดูแลที่นี่ไปด้วยกันนะ”
เมฆยิ้ม “บ้านของเราทั้งคู่”
กลีบดอกชมพูร่วงลอยอยู่บนสายลม เสียงหัวเราะเด็ก ๆ ดังไกลข้างต้นไม้ใหญ่ เรื่องราวของอดีตยังอยู่ แต่ใจของสุวรรณีเติบโต เป็นอิสรเสรีในหมู่บ้านภูเขาไฟชมพูที่เธอเรียกว่าบ้าน