วาดฝันกลางเงาฝน
เสียงฝนเม็ดแรกกระทบกระจกหน้าต่างในห้องออฟฟิศ ขวัญหยุดดินสอแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เมฆสีเทากำลังคลุมท้องฟ้า เธอสูดหายใจยาว พลันเสียงหัวเราะเบา ๆ ของใครบางคนดังขึ้นอยู่มุมห้อง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมเงียบจังวันนี้?” ตอบเดินมาหยุดข้างโต๊ะของขวัญ ไหล่ลู่ ๆ ตามนิสัย แต่สายตายังคงคมเหมือนเคย
“ไม่มีอะไร… ฝนจะตก” ขวัญตอบแผ่ว ใจอยากรีบกลับบ้านไปซ่อนตัวอยู่กับรูปวาดของตัวเอง แต่ก็รู้ดีว่าต้องทำงานชิ้นใหญ่ที่เพิ่งได้รับมอบหมาย
“เผื่อจะติดฝนจนดึกนะ เตรียมใจไว้หน่อยแล้วกัน” ตอบยิ้มเอียง ๆ แล้วเดินไปทางห้องประชุม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่คำพูดนั้นสะกิดใจขวัญเล็ก ๆ
หัวหน้าเดินเข้ามาแจ้งข่าว งานโปรเจกต์ล่าสุด ลูกค้าต้องการเทคโนโลยีใหม่และต้องมีงานออกแบบประกอบ ขวัญถูกจับคู่ให้ทำงานกับตอบ คนเดียวที่เธอคุยกันทีไรก็มักจะเถียงกันตลอด
เสียงฝนข้างนอกเริ่มดังขึ้น กลิ่นอากาศชื้นปนกลิ่นสีหมึกบนโต๊ะ ขวัญเหลือบมองตอบที่นั่งอยู่ตรงข้าม หน้าเคร่งเครียดแต่ก็อดจะเหลือบมองเธอบ้างไม่ได้
เวลาเดินไปอย่างช้า ๆ ทั้งคู่ต่างผลัดกันแลกไอเดีย เถียงกันแทบจะทุกขั้นตอน เสียงดินสอขูดกระดาษประสานกับเสียงกดแป้นพิมพ์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนในทีมรู้ดีว่าขวัญกับตอบไม่ถูกกัน
“ไม่มีทางทำงานนี้จบถ้าไม่ฟังกันบ้าง” ขวัญถอนหายใจ เบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง เธอขยับรูปวาดในมือ คล้ายจะท้อ
ตอบเองก็สบตาขวัญด้วยอารมณ์ลำบากใจ ก่อนเคลื่อนสมุดโน้ตมาตรงหน้าขวัญ “ลองดูแบบนี้… ไม่ตรงใจเหรอ”
ขวัญรับสมุดมาเงียบ ๆ พลิกดูทีละหน้า อึ้งไปชั่วครู่ “…อืม ก็ดีเหมือนกัน”
ทั้งสองนั่งเงียบ ชั่วขณะที่เสียงพายุฝนกลบทุกความรู้สึกไม่ออกเสียง ขวัญมีอะไรบางอย่างอยากถาม แต่ก็เงียบไว้เพราะกลัวคำตอบ
“ขวัญ ฉัน…” ตอบเอื้อมจะพูด ก่อนจะเปลี่ยนใจเป็น “ช่างเถอะ รีบทำงานกันต่อ”
ตลอดสองสัปดาห์ต่อมา ขวัญกับตอบต้องประชุมทุกวัน เถียงกันเสียงดังจนเพื่อนร่วมงานเอียงคอขำ แต่หลังจากทะเลาะกัน ทุกครั้งจะจบด้วยการนั่งเงียบ ๆ จมไปในความคิด สายตาเหลือบมองกันบ่อยขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงมัน
“นายกับขวัญนี่ มีเรื่องอะไรติดค้างกันเหรอ?” เพื่อนร่วมทีมถามลอย ๆ
ตอบมองขวัญที่กำลังก้มหน้าวาดภาพ “ไม่… ไม่มีอะไร” เขาเงียบไปนาน แล้วหันกลับไปทำงาน
หลังเลิกงานวันหนึ่งฝนตกหนัก ถนนถูกน้ำขัง ขวัญลังเลจะออกไปรอรถเมล์ หน้าเปียกปอน ก่อนจะเห็นร่มคันหนึ่งมายื่นให้ข้าง ๆ
“ไปด้วยกันไหม?” ตอบพูดเบา ๆ ไม่มองตรง ๆ เหมือนกลัวอีกฝ่ายปฏิเสธ
ขวัญชั่งใจครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า ทั้งคู่เดินไปด้วยกันใต้เงาร่มและฝนขาวเบื้องหน้า ความเงียบแทรกกลางเสียงฝน กระทั่งใกล้ถึงป้ายรถเมล์ ขวัญถามขึ้น
“นายอยากเป็นอะไรในอนาคตเหรอ”
ตอบเว้นไปพักหนึ่ง “…อยากไปเรียนต่อเมืองนอกน่ะ เพื่อนเก่าก็เพิ่งได้ทุน ฉันเลยคิดว่าอยากออกไปหาอะไรใหม่ ๆ ดูเหมือนกัน”
ขวัญเงียบไปนาน มือแน่นกับหูร่ม อารมณ์บางอย่างหนักอึ้งบนหลังไหล่ “งั้นถ้ามีโอกาส นายจะทิ้งทุกอย่างที่นี่ไหม”
ตอบไม่ได้ตอบทันที เขานิ่งก่อนหันมามองขวัญตรง ๆ “ไม่รู้สิ… ถ้าไม่มีอะไรที่ต้องอยู่เพื่อมัน”
ช่วงวันต่อ ๆ มาทั้งคู่ดูเหมือนจะใกล้กันมากขึ้น แม้จะยังพูดจาหยอกล้อกัดกันตลอด ขวัญเริ่มเปิดใจให้ตอบช่วยออกแบบ เธอเริ่มชมไอเดียบ้าง เขาเองก็ไม่เชื่อมั่นตัวเอง แต่กลับรู้สึกกล้าจะเสนอมากขึ้น
คืนหนึ่ง ขวัญสะดุ้งตื่นมาเพราะฝันร้ายในวัยเด็ก อดีตบ้านแตก ทำให้เธอไม่กล้าเปิดใจให้ใคร รุ่งเช้าเธอมาทำงานสาย ตอบสังเกตเห็นก็บ่นแบบไม่จริงจัง “เมื่อคืนไม่ได้นอน หรือแอบไปดูซีรีส์อีก?”
ขวัญหลบตา เลี่ยงตอบ “ก็งานนี่แหละ… ไว้ทำเสร็จจะไปนอนให้เต็มที่เลย”
วันส่งโปรเจกต์มาถึง ทีมของพวกเขาถูกชมว่าทำได้ดีเกินคาด ผู้บริหารจับตามอง แต่ขวัญสังเกตเห็นแววตาตอบล้วนแต่มองทางอื่น เหมือนเขาอยากหนีไปหาความฝันตัวเองจริง ๆ
หลังประชุม ขวัญเดินตามตอบไปที่ลานจอดรถ ยืนอยู่ในเงาฝน “นาย… จะไปจริงเหรอ…”
“ยังไม่ได้ตัดสินใจหรอก แต่ถ้ามีโอกาสก็…” ตอบเหมือนกำลังค้างคาใจกับการต้องทิ้งบางอย่างไว้เบื้องหลัง เขาหลับตา สูดหายใจ “ที่จริง… ฉันกลัวอนาคตมาก กลัวพลาดแบบที่เคยพลาด”
ขวัญนิ่ง “ทุกคนก็เคยพลาดทั้งนั้นแหละ มันก็ทำให้คนเก่งขึ้น”
ฝนยังตก ร่มคนละคันในมือทั้งสอง แต่เหงื่อเย็น ๆ ซึมข้างแก้มแทน
วันรุ่งขึ้น ตอบยื่นใบลาเรียนต่อให้หัวหน้า ขวัญรู้ข่าวจากเพื่อน เธอนั่งเหม่อลอย ใจผูกกับอะไรบางอย่างที่กำลังจะหายไป แต่เธอไม่กล้าบอกความรู้สึกตัวเอง ตอบมีแววตาเศร้า ๆ ขณะเก็บข้าวของในโต๊ะทำงาน
วันส่งท้าย ขวัญวาดรูปกลุ่มให้ทีมเป็นของขวัญอำลา ขณะที่ตอบยืนข้างหลังเธอ มองผลงานอย่างนิ่ง ๆ “ขอบใจ… รูปสวยมาก”
ขวัญยิ้มบาง ๆ “นายเก่งนะตอบ ไปถึงแล้วอย่าลืมโทรกลับมาหาด้วย”
“ถ้าอยู่ที่นั่นแล้วคิดถึง… ก็โทรกลับมานะ”
ช่วงเวลาระหว่างความเงียบ ทั้งสองไม่มีใครพูดต่อ แต่ในใจรู้ดีว่าแต่ละฝ่ายต่างมีบางอย่างคั่งค้าง ช่วงเวลานี้ขวัญเริ่มวาดภาพใหม่ขึ้นมา ภาพเงาคนสองคนในสายฝน เธอมองดูมันอย่างอ่อนโยน
เวลาผ่านไปหลายเดือน ขวัญยังคงทำงานออกแบบในที่เดิม เธอเปิดรับงานวาดภาพประกอบที่เคยใฝ่ฝันต้องการทำ ความมั่นใจจากการทำโปรเจกต์ใหญ่กับตอบทำให้เธอกล้าก้าวออกจากวังวนเดิม ๆ
วันหนึ่ง ขณะขวัญนั่งวาดรูปในร้านกาแฟ เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้น ข้อความสั้น ๆ จากต่างแดน “ดูรูปที่เพิ่งลงไปแล้ว… เธอเก่งขึ้นเยอะเลย”
ขวัญพิมพ์ตอบกลับไป สั้น ทว่าสั่นไหว “นายก็… เก่งเหมือนกัน”
เวลาผ่านไปอีก หลายซีซั่น ฝนยังคงตกซ้ำ ๆ บางช่วง เมื่อเสร็จงานใหญ่อีกชิ้น ขวัญเปิดสมุดวาด เจอร่มใบเก่าพับไว้อย่างดี เธอหยิบร่มออกมา พลอยคิดถึงเรื่องราวระหว่างเธอกับตอบ เสียงฝนทำให้เธอยิ้ม ทั้งที่น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ
ไม่เคยมีคำว่ารักจากปาก ไม่เคยมีการสัญญาอนาคตใด ๆ แต่ในทุกค่ำคืนฝนตกเธอจะเงยหน้ามองท้องฟ้าและยิ้มเมื่อเสียงแจ้งเตือนใหม่ดังขึ้นอีกครั้ง “อยากกลับไทยช่วงหน้าฝน… จะไปร้านกาแฟที่เคยนั่งมั้ย”
ขวัญไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับไป “ตกลง”
ทุกความฝันไม่ได้จบตรงกัน แต่ทุกความรู้สึกที่ดีถูกเก็บไว้ในความทรงจำ ขวัญวาดรูปสองคนใต้ร่มคันเดียวกันอีกครั้ง แววตาอ่อนโยนกับความฝันใหม่ ๆ ที่กล้าจะตามต่อโดยไม่มีใครต้องรออีกแล้ว