วัตถุบาดาล
กลิ่นดินที่ชื้นหลังฝนตกยังคงปกคลุมในอากาศ ขณะที่การตั้งแคมป์ของกลุ่มวัยรุ่นปีหนึ่งที่หมู่บ้านบาดาลกำลังฉายแสงจากกองไฟที่ลุกโชติช่วง คืนนี้น่าสนุกกว่าคืนไหนๆ และเสียงหัวเราะของพวกเขาเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างประสบการณ์วัยเยาว์กับสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แม้จะมีเสียงหัวเราะ แต่ในใจของ “อ๊อด” เด็กหนุ่มอายุสิบหกคนหนึ่ง กลับรู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนๆ เขานั่งอยู่ด้านข้าง ดูเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง จนกระทั่ง “ปอ” ลงมือนำก้อนหินมาต่อวงให้เขา “คิดอะไรอยู่น่ะ”
“ไม่รู้สิ” อ๊อดตอบเสียงเบา “แค่รู้สึกว่าที่นี่มันมีอะไรบางอย่างอยู่”
คืนวันที่แสนจะสดใสกลับกลายเป็นคืนที่เงียบสงัด และเสียงลมหวีดหวิวที่เรียกหาจิตวิญญาณที่หลงทางก็ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ สายตาของเขาหันไปยังต้นไม้ใหญ่กลางหมู่บ้านที่ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบอกว่ามันมีอายุนับพันปี ต้นไม้ที่คอยฟังเรื่องราวและความลับของทุกคนที่ผ่านเข้ามา
วันถัดมา อ๊อดรู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้ยินในคืนนั้นไม่ใช่แค่ภาพลวงตา เขาเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ รู้สึกว่ามีบางสิ่งดึงเขาเข้ามา ในขณะเดียวกัน เสียงกระซิบจากภายในต้นไม้เหมือนจะเรียกเขาอยู่ตลอดเวลา “ค้นหาความจริงของครอบครัวเธอ” ต้นไม้บอกกับเขาในลมหายใจเก่าแก่
ความลับนี้ทำให้เขาต้องกลับไปที่บ้านซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาหนีออกมาในวัยเด็ก อ๊อดต้องมาพบกับแม่ของเขาที่พูดน้อย และพ่อที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน รวมถึงความคับข้องใจที่เกิดขึ้นในครอบครัว เขาสงสัยว่าหมายความว่าอย่างไรแล้วทำไมทำไมเขาถึงต้องหายตัวไปจากที่นั้น
“เมื่อก่อนไม่มีใครเชื่อว่าต้นไม้จะมีเสียง” ม่าม้าเริ่มพูดเมื่อเขาเริ่มสอบถามเรื่องราว “จริง ๆ แล้ว มันสามารถบอกเรื่องราวของทุกคนที่เคยมาที่นี่ได้ แต่พ่อของเธอ… เขาสูญเสียความเชื่อไปแล้วเมื่อแม่เธอจากไป”
ใจเขาหนักอึ้ง เขาเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่เขาฟังจากต้นไม้ไม่ใช่แค่ความหวั่นใจ แต่มันคือการสอน เขาตัดสินใจที่จะรู้เรื่องราวของ “แม่ที่หายไป” สถานการณ์กลืนกินความคิดและการทำงานของเขา
เมื่อได้กลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง อ๊อดพบว่าต้นไม้เริ่มส่งเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาใกล้เข้ามา เขารู้สึกเหมือนกำลังสัมผัสกับบางสิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศ อย่างไรก็ตาม เขายังคงหนีจากการเผชิญหน้ากับความจริง ทั้งมิตรภาพและความรักที่เขาไม่สามารถให้กับคนที่เขารักได้
ในคืนหนึ่งที่พระจันทร์เต็มดวง เขาได้ตัดสินใจจะอยู่เฝ้าต้นไม้นั้น เขารู้ว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับมันจนจบ การเตรียมพร้อมเป็นเวลานานในขณะที่เขายืนอยู่ที่นั่น โดยมีแต่ดาวบนท้องฟ้าเป็นพยาน
ทันใดนั้น เสียงของต้นไม้ก็เริ่มแผ่วลง และในทุกเงาของแสง เขาค้นพบว่ามันคือการสอนในความลับของอดีต วิญญาณของแม่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา รอยน้ำตาที่ล้นหลามจากความโศกเศร้าและความโกรธของอ๊อดค่อยๆ หลั่งออกมา
“ทำไมถึงหายไปทั้งที่เธอรักกันมาก” เสียงเขาสั่นเทาแล้วหลุดออกมาแทบไม่มีเสียง จนทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งหนาแน่น
“เธอมีความหวังที่จะเป็นแม่ที่ดีที่สุด แต่อดีตทำให้เธอเลือกหนีจากการเป็นแม่ของเธอ” เสียงตอบกลับนั้นแฝงด้วยความเศร้า แต่เมื่อเขาได้ยิน อ๊อดรู้ทันทีว่านี่คือมรดกที่เขาต้องทำความเข้าใจ
ทุกอย่างเริ่มที่จะลงตัวเมื่อหวังและความรัก เติบโตขึ้นมาอีกรอบ เมื่อพ่อของเขาได้กลับมาที่หมู่บ้านทั้งสองคนและเข้าใจความเจ็บปวดและการเติบโต ความรักที่ทั้งสองมีให้กันเริ่มจะกลับมาชุบชีวิตอีกครั้ง เล่ากันเมื่อมันผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว
บทสุดท้ายของเรื่อง คือตรงจุดที่แม่ของเขาได้บอกความจริง แล้วทำให้ครอบครัวเขากลับมาแล้วยืนอยู่เคียงข้างกันและเขาคิดว่า อดีตไม่สามารถเปลี่ยนได้ แต่มันสามารถสร้างชีวิตใหม่ได้
ในที่สุด พวกเขาก็ทำให้ต้นไม้ยิ้มได้ด้วยการใช้ชีวิตร่วมกัน ทุกคนรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นสายสัมพันธ์ หรือครอบครัว เขาจะเรียนรู้ที่จะรักกันมากขึ้นและเลือกที่จะกอดกันในทุกๆ วัน เพราะทั้งหมดนี้คือการรักษาความรักที่ไม่เคยลืมเลือนในเวลา