อิหยังวะ! บ้านนี้ ‘ไหว้’ อย่างเดียวไม่รอด
เสียงรถกระบะแดงแสบทรวงจอดสนั่นกลางซอยบ้านเช่าชุมชนเก่า หมวย สาวอี้มองโลกในแง่ดีแต่ขี้คิดมาก ลิ้ม เพื่อนสนิทสายมั่นใจล้น ปุ๊ก พนักงานออฟฟิศมาดนิ่งสุดชิลล์ สามเพื่อนซี้เดินลงรถ แบกกระเป๋าสัมภาระทั้งโคตรหนักและโคตรเยอะจนชาวบ้านแถวนั้นหยุดมองเป็นสายตาเดียว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฉันว่ามันดูไม่เหมือนในรูปเลยอะแก” หมวยพึมพำ ลิ้มยักไหล่ โบกมือทักชาวบ้านแบบเห็นโลกสดใส “บ้านคนต้องอบอุ่นไว้ก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเอง!”
เจ๊ติ๋ม เจ้าของบ้านเช่าสูงวัย มือไหว้ติดกับอก ขมวดคิ้วถามเสียงต่ำ “ของพวกนี้ใช่ของมีชีวิตไหมลูก? บ้านนี้ไม่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงนะ”
ลิ้มมั่นใจตอบทันใด “ไม่มีค่ะ มีแต่หมวยกับปุ๊ก สองคนนี้เลี้ยงยากนิดเดียวเอง!”
ปุ๊กชะงัก มองหน้าหมวย หมวยหลบสายตาเบา ๆ เจ๊ติ๋มทำหน้าไม่ขำ “ถ้าเลี้ยงลำไยได้ ฉันจะให้ลดค่าเช่า”
หมวยลืมตัวหัวเราะ ปุ๊กกลอกตาอย่างเหนื่อยใจ ไม่ทันไรข้างบ้านป้าพระลักษณ์ เดินดุ่มออกมา “ของที่อยู่ในบ้านหลังนี้ อย่าเพิ่งลืมไหว้ก่อนเข้า เข้าใจไหม young generation?”
ลิ้มพนมมือไหว้ทันที เหวอแต่ยังบอก “ค่ะ เดี๋ยวจะไหว้หมดทุกอย่างเลยค่ะ ผ้าม่านก็ไหว้! พัดลมก็จัด!”
หมวยกระซิบกับปุ๊ก “จะมากไปไหมลิ้ม เดี๋ยวคนโบราณเขาก็เข้าใจผิดหรอก”
ปุ๊กตอบแบบเนือย “แค่ไม่ต้องถูกไล่ออกวันแรกก็พอแล้ว”
หลังจากนั้นสามเพื่อนซี้เริ่มขนของเข้าบ้าน เสียงของกระแทก โป๊กเป๊กดังลั่น หมวยจัดแจงป้ายเบอร์โทร “ถ้ามีพัสดุฝากเวนคืนไว้ที่บ้านป้าพระลักษณ์ได้เลยค่ะ!” ในขณะที่ลิ้มมั่นใจขั้นสุด เห็นบันไดไม้เก่าเลยคว้าน้ำแดงขวดพกมาราดหวังเอาเคล็ด ปุ๊กจ้องมองด้วยสายตาตายด้าน
“มึงจะราดทำไม บันไดมันหิวหรือไง?”
หมวยลนลานอธิบาย “ก็เค้าให้ไหว้ก่อน! จะขัดก็ไม่มีใครกล้าไง!”
ต่อมาระหว่างที่ทั้งสามจัดของเสียงดัง พี่เหมา ช่างซ่อมบ้านแห่งซอยเดินผ่านมาทัก “เสียงอะไรดังขนาดนั้น ดึกป่านนี้จะให้ข้างบ้านเขาใจเต้นรึไงน้อง”
ลิ้มรีบยิ้มขอโทษ “ขอโทษค่ะ กำลังลองเปิดตู้เสื้อผ้าใหม่ค่ะ”
พี่เหมาเกาหัว “ไม่เห็นมีใครย้ายออก เป็นตู้ที่อยู่กับบ้านนี้ตั้งแต่เปิดขายเลยนะ”
หมวยหน้าซีด กระซิบ “หรือมีวิญญาณ!” ปุ๊กสยบทุกอย่าง “ถ้ามีผีจริงผีคงเหนื่อยกับเรา เลยมุดไปอยู่บ้านอื่น”
ทุกคนหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะมีเสียงโทรโข่งตะโกนข้างบ้าน “พรุ่งนี้ห้ามลืมฝากเข้ากลุ่มไลน์ชุมชนนะจ๊ะทุกคน ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวโดนไล่ออก!”
ลิ้มรีบกดมือถือเข้าไลน์ พิมพ์ชื่อกลุ่ม “บ้านไหว้ทุกสิ่ง” แล้วส่งลิ้งก์ผิดไปให้กลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม
ปุ๊กถาม “กลุ่มไลน์เอาไว้ทำอะไร”
หมวยตอบ “ก็ไว้สอดส่องกันเองอะแก ใครพลาดอะไร ไปอยู่ในเมนต์หมด”
ขณะที่หมวยกำลังเปิดตู้เสื้อผ้า มีเสียงตู้ลั่นจนชุดในหล่นใส่หัว ลิ้มระเบิดหัวเราะ ขณะที่ปุ๊กยืนเหม่อแล้วมองดูหน้าต่าง “ถ้าจะอยู่รอดในที่นี่ กฎคือต้องเข้ากลุ่มไลน์ ไล่ไหว้ของ และ ไม่ทำอะไรให้ข้างบ้านพูดถึง”
เหมือนจะง่ายแต่เปล่าเลย เย็นนั้น ลิ้มเห็นบ้านข้างๆมีรูบนผนัง ลิ้มดันแอบฟังและได้ยินเสียงงึมงำ “คืนนี้ต้องจัดการให้เสร็จ”
ลิ้มปลุกหมวยกับปุ๊กมานั่งแอบฟัง สามคนเข้าใจผิดว่าชาวบ้านข้างๆวางแผนจับผี จึงแตกตื่นไลน์หาเจ๊ติ๋มทันที “บ้านข้างๆเตรียมทำของ!”
ปุ๊กส่ายหน้า “เดี๋ยวก็มีเรื่องใหญ่แน่”
เจ๊ติ๋มมาอย่างเร็วพร้อมพระเครื่องเต็มตัว “ไหน! ของใคร!”
เมื่อเข้าไปข้างบ้านจริงๆ กลับพบว่าป้าพระลักษณ์กำลังซ่อมตู้กับข้าว เจ๊ติ๋มหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โอ๊ย ของที่ว่า…คือตู้ที่ฝาหน้าพัง!”
แผนแต่ละอย่างของลิ้มเพื่อ “เอาตัวรอด” ตามหลักบ้านใหม่ยิ่งทำยิ่งพัง ลิ้มเสนอจะจัดบุญบ้าน ทำเต้นท์ริมท่อระบายน้ำ หมวยกับปุ๊กเถียงกันเรื่องเครื่องเสียง
หมวยพูด “เปิดเพลงยี่ห้ออะไร บ้านโน้นจะบ่นกับกลุ่มไลน์ไหม”
ปุ๊กตอบ “เปิดอะไรก็โดนว่าต่อได้หมดแหละ เดี๋ยวพี่เหมาเอาไมค์เดินตรวจรอบบ้านอีกรอบแน่ ๆ”
วันถัดมา หมวยต้องไปรับพัสดุแต่ดันฝากกับบ้านผิด ไปหยิบพัสดุบ้านข้าง ๆ มาแทน แล้วไปขอโทษกลางกลุ่มไลน์ ประกอบกับลิ้มเข้าใจผิดว่ามีการประชุมฉุกเฉินในซอยเลยวิ่งไปเตรียมอาหารคาวหวานชุดใหญ่
แต่ความจริงคือประชุมกลุ่มไลน์ให้กดหัวใจโพสต์เจ๊ติ๋มครบสิบครั้ง หมวยเหนื่อยใจที่ต้องคอยอธิบายแทนลิ้ม ปุ๊กเริ่มรำคาญที่ทุกอย่างบานปลายโดยไม่มีอะไรดีขึ้น
มีวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามวางแผนไปไหว้ศาลพระภูมิ เจอเจ๊ติ๋มขนจกข้าวเหนียวจะนำไปฝากบ้านข้างๆ หมวยรีบเข้าไปช่วย เจ๊ติ๋มบอก “ข้างบ้านป่วยไม่สบาย ขวัญเสีย พวกเราก็ต้องดูแลกัน”
ลิ้มคิดว่าหมายถึงขวัญเสียเพราะผี เลยเอาน้ำมันสะเดามาเจิมประตูบ้านข้างๆ ปุ๊กเห็นภาพนี้ถึงกับเงียบ “มึง… มั่นใจเข้าขั้นอันตรายแล้ว”
ขณะเดียวกัน กลุ่มไลน์บ้านมีคนบ่นเรื่องเสียงดังคึกคัก “บ้านใหม่ชอบเสียงดัง” หมวยอ่านแล้วกังวลแต่ลิ้มกลับตอบ “เดี๋ยวเคลียร์คร่า!” พร้อมอัดเสียงร้องเพลงญี่ปุ่นส่งกลุ่มไลน์แทนที่จะขอโทษ!
คืนวันศุกร์กลุ่มเพื่อนตกลงจะ “อยู่เงียบๆ” แต่แล้วไฟในบ้านดับทั้งซอย ปุ๊กมั่นใจ “นี่เป็นโอกาสดี ให้อยู่เงียบๆตามที่ตั้งใจ”
แต่ลิ้ม ดันจุดธูปน้ำตาเทียนแล้วไลฟ์สดสัญญาณหลุด แถมมีกลิ่นควันลอยไปบ้านข้างๆ ทะลุช่องลม! หมวยรีบออกไปเคลียร์ พบป้าพระลักษณ์ถือพัดลมไล่ควัน “ฮ่วย! นี่บ้านควันธูปหรือควันไฟฟ้า!”
สถานการณ์เข้าใจผิดใหญ่สุดเกิดขึ้นเมื่อชาวบ้านลือว่าบ้านใหม่ “ทำพิธีขับไล่ผี” ทั้งที่แค่จุดธูปดับกลิ่นน้ำมันสะเดา เสียงลือไปถึงเจ๊ติ๋ม รีบมานั่งคุยกับทั้งสามคน
เจ๊ติ๋มถาม “รู้ไหมว่าทุกอย่างมันบานปลายจริง ๆ เพราะพวกหนูคิดเองเออเอง”
หมวยถอนหายใจ “มันก็จริงเนอะ นี่เราทำทุกอย่างแย่ลงแทบหมด”
ปุ๊กพูด “ถ้าไม่พยายามทำให้เกินเบอร์ ชีวิตมันสงบง่ายๆกว่านี้เยอะ”
ลิ้มเงียบไปอึดใจ “แต่จะว่าไป พวกข้างบ้านเขาก็ไม่ได้ใจร้ายแค่ระแวดระวังมันเอง”
ทั้งสามจึงขอจัด “งานสังสรรค์ขอโทษขอโพย” ไม่โอเวอร์ ไม่ฉูดฉาด แต่ชวนนั่งกินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋หน้าบ้านเช้าๆ เปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านมาคุยกันดี ๆ
บรรยากาศค่อยๆดีขึ้น ป้าพระลักษณ์เอาขนมตาลมาฝาก เจ๊ติ๋มหัวเราะชอบใจ พี่เหมาเล่นกีต้าร์ พูด “ถ้าอยู่แบบจริงใจ มันก็อยู่ได้ทุกที่นี่แหละ”
หมวยลอบมองลิ้มกับปุ๊กยิ้มอ่อน “อย่างน้อยวุ่นวายแค่ไหนก็ยังมีเพื่อนแหละ”
ก่อนจบ ลิ้มหยิบมือถือกดไลน์กลุ่มชื่อเปลี่ยนใหม่ “บ้านนี้ไหว้แล้วไปต่อ” — ทุกคนอึ้ง ปุ๊กสวนเสียงนิ่ง “ขอเป็นบ้านอยู่แล้วใจเย็นได้มั้ย ก่อนเพื่อนบ้านจะคิดว่าเราไหว้จนเพี้ยนอีก!”
ทุกคนหัวเราะพร้อมหน้าท่ามกลางเสียงพัดลมหมุนแห้งๆและกลิ่นน้ำมันสะเดาค้าง ๆ ในอากาศ