วุ่นวายร้ายบนด่านลมเพื่อน
“แกคิดว่า…มันคือที่นี่แน่เหรอ?” หนูเล็กถามพร้อมชำเลืองมองประตูไม้เก่า ๆ ชื่อ “ชมรมนักประดิษฐ์สร้างสรรค์” ที่เบนจรัสลากเธอมาตั้งแต่เช้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เล็กเอ๊ย ถ้าเราอยากเจ๋งในมหา’ลัย เราต้องกล้า! ดูซิ เขาบอกว่าสมัครใหม่ได้ลุ้นเป็นหัวหน้าชมรมปีถัดไป!” เบนจรัสยืดอกตอบ พูดแบบมั่นใจเกินร้อย ทั้งที่ใบปลิวในมือตัวเองยับยู่ยี่ มีรอยกาแฟและลายมือขยุกขยิกจนเนื้อความเลือนครึ่งใบ
“กลัวเขาจะสัมภาษณ์โหด ๆ มั้ยล่ะ? ฉันเตรียมตัวมาทั้งคืนเลยนะ” หนูเล็กกระซิบ สีหน้าวิตก
“เดี๋ยวฉันลุยนำ!” เบนจรัสเปิดประตูเข้าไปเสียงดัง ทั้งคู่เดินเข้าไปเจอสองรุ่นพี่นั่งกินเงาะกระป๋องอยู่ รุ่นพี่โยนเมล็ดเงาะลงแก้วอย่างแม่น
“มาสมัครชมรมคะ!” หนูเล็กโค้งจนผมกระจาย รุ่นพี่คนนึงขมวดคิ้ว “อ้าวเหรอ ตกลง…ชมรมเรานะ?”
“ครับพี่!” เบนจรัสกรอกเสียงเด็ดขาด แล้วรีบหยิบข้อสอบปลอมนั่นที่เตรียมเองออกมาส่งให้ “นี่ครับ รายชื่อผลงานที่เราเคยทำ!” รุ่นพี่เหล่ตาไปมา
“ตะ…แต่มันมีแต่ลิสต์เมนูข้าวร้านต่าง ๆ ในมอ…”
“โอ้! อันนั้น…คือ โปรเจกต์วิจัยเรื่องความหลากหลายอาหาร หัวข้อ… เอ่อ ‘ข้าวแกง’ นะครับ” เบนจรัสด้นเอาสด ๆ หนูเล็กกัดปากกลั้นขำแต่กังวลมากกว่า
รุ่นพี่หัวเราะเบา ๆ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงหนุ่มแว่นกระฉับกระเฉงปรี่มาหา “เอ่อ พี่ ๆ ครับ ขอเซ็นเอกสารส่งอาจารย์…” กลับกลายเป็นว่ากองเอกสารปนเปกับใบสมัครพอดี
ขณะที่เบนจรัสกับหนูเล็กกำลังงงกับกองเอกสาร หนูเล็กหยิบใบอะไรขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะแล้วพลั้งปาก “พี่ ๆ คะ แบบฟอร์มรับสมัครชมรมลับนี่…ต้องเซ็นด้วยไหมคะ?”
ทุกคนในห้องเงียบ… รุ่นพี่มองหน้ากันงง ๆ สีหน้าเหมือนไม่เข้าใจแต่ดันทำหน้านิ่งเหมือนปกป้องความลับ เบนจรัสรีบเล่นตาม
“เอาตามขั้นตอนครับ…เซ็นเลย! อย่าพูดเสียงดัง เล็กนี่พูดหนักข้อไปแล้วนะ”
เสียงรุ่นพี่กระแอมแล้วรับเซ็นแบบไม่รู้เรื่อง หนูเล็กหน้าแดง เจือความกลัวๆ “ส..สรุปชมรมนี้ลับจริงสินะ!”
จากนั้นพอทั้งสองออกจากห้องก็เริ่มคุยเสียงค่อย
“แก ฉันว่าชมรมนี้ต้องเป็นวงในแน่ ๆ เห็นป้ายปิดห้องไว้ด้วย”
“ดูแววตาพี่เขาสิ! ดูเมื่อกี้ขัดๆ เหมือนพูดความจริงไม่ได้เลย” เบนจรัสตาโต เหมือนเจอไซด์ซุปเปอร์ฮีโร่
ทั้งสองคนไม่ระวังคำพูด จึงเริ่มปล่อยข่าวว่า ‘ชมรมลับในมหาลัยมีจริง!’ เพื่อนน้อยในคลาสได้ยินรีบเอาไปเมาท์ ทั้งมหาวิทยาลัยเริ่มมีคนแอบมากระซิบซุบซิบ แม้แต่ในกลุ่มไลน์ของคณะ คนก็กระหน่ำส่งสติ๊กเกอร์ลับลับ
วันต่อมา รุ่นพี่สองคนนั้นโดนอาจารย์ประจำคณะเรียกไปคุย ยิ่งอธิบายก็เหมือนแก้ตัว “จริง ๆ ไม่มีชมรมลับนะครับอาจารย์ คือเด็กปีหนึ่งสองคนนั้นเข้าใจผิดเอง”
แต่แทนที่อาจารย์จะคลายสงสัย กลับแอบจดชื่อลงสมุดหน้าตาจริงจังเหมือนเจอเบาะแสอะไรสักอย่าง
ตัดกลับมาเบนจรัส จู่ ๆ GAS ในไลน์คณะก็เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องชมรมลับ หนูเล็กเริ่มคิดมาก “แก… แย่แน่ ๆ หรือเราต้องโดนเรียกพบอาจารย์ด้วยหรือเปล่า?”
“คิดมาก! ฉันมีแผนสำรองไว้แล้ว”
แต่แผนของเบนจรัสคือการไปแอบดูหน้าประตูชมรมทุกวัน หวังจับผิดว่าใครแปลก ๆ ขึ้นมาได้จะได้บอกอาจารย์ก่อน
วันหนึ่งขณะสอดแนมอยู่ ได้ยินสองรุ่นพี่กำลังถกเถียงกันเรื่องงบชมรม (ซึ่งจริง ๆ คือกำลังทะเลาะเรื่องเงินซื้อเครื่องดื่มในห้องนั่นเอง) เบนจรัสรีบแอบถ่ายคลิปไปให้หนูเล็กดู
“แก เราต้องแจ้งอาจารย์แล้ว! ฉันว่าชมรมลับนี้เจ๊งแน่ ๆ มีปัญหางบลับ!”
แต่หนูเล็กกลับห่วงไปถึงอนาคตมหาวิทยาลัย “งบชมรมคือเงินหลวง… หรือเรากำลังเป็นแฉสื่อ?”
สองวันต่อมา ทั้งคู่จึงตัดสินใจเพิ่มขนาดข่าวลือ – พิมพ์ใบปลิวเตือนไม่ให้ใครเข้าใกล้ชมรมนักประดิษฐ์ฯ พร้อมข้อความ “ระวัง! ใครรู้ความลับนี้ อาจจะหายตัวไป…”
จนแก๊งเด็กห้องถัดไปตกใจหมด รีบขอโทษรุ่นพี่ว่าไม่ได้ตั้งใจยุ่งกับ ‘องค์กรลับ’ แถมมีบางคนรีบลบชื่อออกจากใบสมัครชมรมทุกใบ
สุดท้าย กลายเป็นว่ารุ่นพี่กลุ่มอื่น ๆ เริ่มไม่พอใจ ซุบซิบว่า “ชมรมนั้นมันอะไรกันแน่ หรือจะจริง…” คณบดีเองถึงกับเรียกประชุมด่วน หัวหน้าชมรมต่าง ๆ ถูกเรียกแจงความโปร่งใส
ตอนนั้นเอง หนูเล็กถูกเรียกพบอาจารย์เป็นทางการ ความกลัวขึ้นหน้าตัก “เราจะโดนไล่ออกไหม…” สองเพื่อนซี้ปรึกษาวางแผนสารพัด เบนจรัสยืนกราน “เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ!”
ระหว่างรอเข้าพบอาจารย์ หนูเล็กเครียดขีดข่วนลายมือเล่นในสมุด เบนจรัสพูดติดตลก “แก ถ้าเราถูกจับได้ เป็นประวัติศาสตร์ของชมรมลับนิ!”
ในห้องอาจารย์ อาจารย์มองสองคนสลับไปมา
“หนูคิดว่า…มหาวิทยาลัยมีชมรมลับจริง ๆ หรือ?”
“คือ…หนูอาจจะตีความผิดไปเองค่ะ” หนูเล็กรับผิด เงียบลงนิด
“แต่ผมว่าสังคมที่ดี ควรมีมิตรแท้…เอ่อ หมายถึง…ชมรมแบบโปร่งใสน่ะครับ” เบนจรัสตีกลับอย่างคาดไม่ถึง
อาจารย์พยักหน้าช้า ๆ ก่อนให้ทั้งสองออกจากห้อง แล้วพูดลอย ๆ ว่า “ชมรมลับ… จริง ๆ ต้องมีความลับไหมนะ?”
หลังวันนั้น ข่าวลือเงียบลง แต่ทั้งมหา’ลัยก็เหนื่อยไปกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
เบนจรัสถามเพื่อน ๆ ในคลาสด้วยเซ็ง ๆ “ใครยังอยากสมัครชมรมลับบ้าง?”
เพื่อนอีกคนตอบช้า ๆ “ขอเป็นชมรมเล่านิทาน จะแนวลับไหมก็ไม่รู้…แต่ฮากันเองทุกวัน”
หนูเล็กหัวเราะ “สงสารรุ่นพี่ชมรมนักประดิษฐ์ฯ เขาคงยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น”
เบนจรัสโพล่ง “งั้นเราไปบอกพี่เขาดีกว่า ว่าถ้าอยากลับจริง ๆ ต้องมีป้าย ‘ห้ามรบกวน-ห้ามแปลกใจ’”
วันต่อมา ทั้งคู่แวะไปขอโทษและเล่าเรื่องทั้งหมดให้รุ่นพี่ฟัง รุ่นพี่ขำลั่น “โอ๊ย รู้แล้วล่ะ ทำไมช่วงนี้เหงามาก ไม่มีใครสมัครมาตลอดทั้งสัปดาห์เลย!”
ทั้งหมดหัวเราะด้วยกัน ทิ้งปัญหาไว้ข้างหลัง หนูเล็กยิ้มบาง ๆ “มีเพื่อนซี้ไว้ป่วนด้วยกันนี่แหละ ดีสุดแล้ว”
เบนจรัสกอดคอ “ไม่ขอโทษแล้ว งั้นปีหน้า ฉันจะสมัครเป็นหัวหน้าชมรมลับ เริ่มคนเดียว!”
เสียงหัวเราะก้องบนระเบียงชมรม ติดตามด้วยเสียงกริ่งพักคาบใหม่ความวุ่นวายครั้งใหม่รออยู่เสมอ แต่ตอนนี้ ทั้งสองพร้อมจะสนุกกับวันธรรมดาสุดป่วนไปด้วยกัน